
ที่มาภาพ: The Register
AI ผสาน BCI ช่วยผู้ป่วย ALS ทำงานเต็มเวลา
⚡ สรุป 30 วิ
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ใช้ระบบอินเทอร์เฟซสมอง‑คอมพิวเตอร์ที่ฝังในสมองร่วมกับซอฟต์แวร์ AI ทำให้ผู้ป่วย ALS ชื่อ Casey Harrell…
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ดาเวส (UCD) รายงานว่าผู้ป่วยโรคสกอรอติกพาราลีซิส (ALS) ชื่อ Casey Harrell สามารถใช้ระบบอินเทอร์เฟซสมอง‑คอมพิวเตอร์ (BCI) ที่ฝังอยู่ในสมองเพื่อพูดและทำงานเต็มเวลาได้ตั้งแต่ปี 2023 การทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการผสานเทคโนโลยี AI กับอุปกรณ์ BCI ที่อาจเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้จำกัด
Overview
การศึกษานี้ตีพิมพ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาโดยอ้างอิงการทดลองหลายปีที่ใช้ระบบ BCI ของ Blackrock Neurotech ที่ติดตั้งในสมองของผู้ป่วย Casey Harrell ตั้งแต่ปี 2023 ระบบนี้ไม่ได้ใช้ฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบเฉพาะใหม่ แต่ผสานกับซอฟต์แวร์ AI ภายในโครงการ BrainGate ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหลายแห่งและกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ผลลัพธ์สำคัญคือผู้ป่วยสามารถควบคุมเคอร์เซอร์คอมพิวเตอร์ด้วยความคิดและแปลงสัญญาณสมองเป็นคำพูดได้อย่างต่อเนื่อง
ทีมวิจัยอธิบายว่าการทำงานของระบบนี้อาศัยการแปลงกิจกรรมไฟฟ้าใน ventral precentral gyrus – ส่วนของสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้าและลิ้น – ให้เป็น phonemes ภาษาอังกฤษ จากนั้นต่อเนื่องเป็นคำและประโยคเต็มรูปแบบ การผสานนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถสื่อสารแบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมอื่น
Background on ALS and BCI
ALS หรือโรคสกอรอติกพาราลีซิส เป็นภาวะที่ทำลายเซลล์ประสาทมอเตอร์ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป จนถึงขั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือพูดได้ การพัฒนาเทคโนโลยี BCI ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถสื่อสารและควบคุมอุปกรณ์ดิจิทัลได้
ก่อนหน้านี้เทคโนโลยี BCI ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในห้องทดลอง เนื่องจากต้องการการดูแลจากนักวิจัยหรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อภายนอก การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงจึงเป็นเรื่องท้าทาย งานวิจัยของ UCD จึงมุ่งเน้นการทำให้ระบบเป็น “long‑lasting and practical” เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพานักวิจัยทุกครั้ง
Study Details & Technology
การทดลองใช้ BRAND (Brain‑computer interface for Rapidly Adaptive Neural Decoding) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยนักวิจัยระดับโพสต์ดอกเตอร์ Nick Card ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ประสาทวิทยา David Brandman แพลตฟอร์มนี้ใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อสร้างโมเดลการแมปปิ้งสัญญาณสมองกับฟอนีมภาษาอังกฤษอย่างแม่นยำ
- ระบบสามารถสังเคราะห์ประโยคจากสัญญาณสมองของผู้ป่วยด้วย **ความแม่นยำ 99 % ในการทดสอบภายในห้องทดลอง
- ในการใช้งานจริง ผู้ป่วยประเมินความแม่นยำอยู่ที่ **92 %
- ผู้ป่วยใช้ระบบเป็นเวลา มากกว่า 3,800 ชั่วโมง ตั้งแต่การติดตั้งในปี 2023 ซึ่งเท่ากับการใช้งานประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน
การออกแบบนี้ทำให้ทีมดูแลสุขภาพของผู้ป่วยสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เองได้โดยไม่ต้องมีนักวิจัยอยู่เคียงข้าง ลดภาระการดูแลและเพิ่มความเป็นอิสระของผู้ป่วย
Performance & Real‑World Use
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วย Casey Harrell สามารถทำงานเต็มเวลาเป็น environmental advocate ได้โดยใช้ระบบ BCI ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและลูกสาวของเขา การสื่อสารผ่านระบบนี้ถือว่าเป็น “natural way of communicating” มากกว่าการใช้เทคโนโลยีช่วยสื่อสารแบบดั้งเดิมที่จำกัดฟังก์ชัน
การใช้ระบบต่อเนื่องนี้ยังเป็นการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี BCI สามารถทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมจริงโดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากห้องทดลอง ผู้ป่วยรายอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ BrainGate จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเดียวกันนี้ เนื่องจากซอฟต์แวร์ BRAND ได้รับการเผยแพร่ให้กับคอนซอร์เทียมอื่น ๆ ในเครือข่าย
Broader Implications
การทดลองนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าที่สำคัญของเทคโนโลยี BCI ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีความพิการรุนแรง นอกจาก Blackrock Neurotech แล้ว ยังมีบริษัทอื่น ๆ เช่น Paradromics, Synchron, และ Neuralink ที่กำลังพัฒนาอุปกรณ์ BCI ที่มีเป้าหมายคล้ายคลึงกัน การเปรียบเทียบกับประวัติการพัฒนาของ pacemaker ที่เริ่มต้นจากอุปกรณ์ขนาดใหญ่และต่อมาพัฒนาให้เป็นระบบฝังตัวขนาดเล็กแสดงให้เห็นว่าขั้นตอนปัจจุบันของ BCI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยในคลินิก
ทีมวิจัยของ UCD ย้ำว่าจุดมุ่งหมายหลักคือการ “derisk” เทคโนโลยีเพื่อให้การนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นไปได้ในอนาคต การแสดงผลการทำงานของ Casey Harrell เป็นการพิสูจน์แนวคิดว่าระบบ BCI สามารถเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงการทดลองในห้องแล็บเท่านั้น
Future Outlook
แม้ว่าผู้ป่วยยังคงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ภายนอกที่มีขนาดใหญ่ แต่การผสาน AI ของทีม UCD กับการพัฒนาฮาร์ดแวร์ของบริษัทอื่น ๆ ทำให้คาดว่าระยะเวลาอันใกล้นี้อาจมีอุปกรณ์ BCI ที่มีขนาดเล็กและพกพาได้มากขึ้น การรับสมัครผู้เข้าร่วมการศึกษาเพิ่มเติมในโครงการ BrainGate กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระยะยาว
ผู้ป่วย Casey Harrell แสดงความต้องการให้เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เพียงของเขาเดียว แต่เป็นสิทธิที่ทุกคนที่มีภาวะคล้ายคลึงกันจะได้เข้าถึง การพัฒนาในทิศทางนี้อาจเปลี่ยนแปลงการดูแลผู้ป่วย ALS และโรคประสาทอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
Summary
ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ดาเวสแสดงให้เห็นว่าระบบ BCI ที่ผสานกับ AI สามารถให้ผู้ป่วย ALS สื่อสารและทำงานเต็มเวลาได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง การทดลองนี้เป็นก้าวสำคัญสู่การทำให้เทคโนโลยี BCI กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้จำกัด.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- AI and brain-computer interface allow speechless ALS patient to work a full-time job
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 17 มิถุนายน 2569 เวลา 01:44



