
ที่มาภาพ: Mashable Tech
เครื่องสแกน CT 3 มิติเปิดโอกาสให้นำของเหลือในกระเป๋าแคร์ร…
⚡ สรุป 30 วิ
สนามบินยุโรปเริ่มใช้เครื่องสแกน CT 3‑มิติที่ตรวจจับของเหลวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้แม่นยำ ส่งผลให้ผู้โดยสารอาจนำของเหลือขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องถอดแล็ปท็อป…
การตรวจความปลอดภัยในสนามบินกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการติดตั้งเครื่องสแกน 3D Computed Tomography (CT) ที่สามารถตรวจจับของเหลวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มแรกเกิดขึ้นในยุโรปที่สนามบิน Brussels Airport และ Heathrow Airport ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารสามารถนำของเหลวบรรจุขนาดใหญ่ขึ้นเข้าสู่กระเป๋าแคร์รี‑ออนได้ ในสหรัฐอเมริกา TSA กำลังเร่งติดตั้งเครื่องสแกนเดียวกันแต่ยังไม่มีแผนที่จะยกเลิกข้อจำกัดของของเหลวในระยะอันใกล้
Overview
เครื่องสแกนแบบ 3‑มิติที่ใช้เทคโนโลยี CT จะมาแทนที่เครื่องสแกน 2D X‑ray ที่ใช้มานานกว่า 20 ปี ก่อนหน้านี้ผู้โดยสารต้องจำกัดของเหลวในภาชนะไม่เกิน 100 ml ต่อชิ้นและรวมไม่เกิน 1 ลิตรทั้งหมด การกำหนดข้อจำกัดนี้มาจากการป้องกันการใช้สารระเบิดแบบเหลวที่เคยเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย การนำ CT มาใช้จะทำให้การตรวจจับสารระเบิดทำได้แม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องจำกัดปริมาณของเหลวอย่างเข้มงวด
แม้เทคโนโลยีนี้จะยังคงอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและปรับใช้ในบางสนามบิน แต่ผลลัพธ์เบื้องต้นจาก Heathrow แสดงให้เห็นว่าการสแกน 3‑มิติสามารถแยกแยะวัตถุภายในกระเป๋าได้อย่างละเอียด ทั้งยังลดความจำเป็นในการถอดคอมพิวเตอร์ออกจากกระเป๋า ทำให้กระบวนการตรวจความปลอดภัยเร็วขึ้นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
Implementation in Europe
Brussels Airport เป็นสนามบินล่าสุดในยุโรปที่ประกาศว่าจะติดตั้งเครื่องสแกน CT โดยการก่อสร้างจะเริ่มในปีหน้าและคาดว่าจะใช้งานจริงในปี 2028 การนำเทคโนโลยีนี้มาจะทำให้สนามบินสามารถตรวจสอบผู้โดยสารด้วยเครื่องสแกนเต็มตัวและตรวจสอบกระเป๋าแคร์รี‑ออนได้บนสายพานคอนเวเยอร์
Heathrow Airport ได้ติดตั้งเครื่องสแกน CT ตั้งแต่ต้นปีนี้และเริ่มทดลองให้ผู้โดยสารนำของเหลวที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์ใหญ่กว่า 100 ml เข้าสู่กระเป๋าแคร์รี‑ออนได้โดยไม่ต้องถอดคอมพิวเตอร์ออกจากกระเป๋า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการทดสอบนโยบายใหม่ที่อาจขยายไปยังสนามบินอื่นในสหภาพยุโรปในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของของเหลวที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้
- ขนาดภาชนะสูงสุด: ไม่เกิน 2 ลิตร ต่อภาชนะ (ประมาณ 68 fl oz)
- ปริมาณรวมของเหลว: ไม่จำกัดต่อผู้โดยสารเมื่อตรวจด้วย CT
- ประเภทของของเหลว: รวมถึงของใช้ส่วนบุคคลเช่น โลชั่น, แชมพู, ยาสีฟัน
Technical Capabilities
เครื่องสแกน CT ใช้เทคนิคการสแกนจากหลายมุมพร้อมอัลกอริทึมประมวลผลภาพขั้นสูง เพื่อสร้างแบบจำลอง 3‑มิติของวัตถุในกระเป๋า การสร้างภาพความละเอียดสูงทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถหมุนและตรวจสอบวัตถุแต่ละชิ้นได้โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋า การวิเคราะห์นี้ช่วยแยกแยะของที่ปลอดภัยจากสิ่งที่อาจเป็นอาวุธหรือสารระเบิดได้อย่างแม่นยำ
ด้วยความสามารถนี้ นักเดินทางสามารถทิ้ง แล็ปท็อป ไว้ในกระเป๋าแคร์รี‑ออนได้โดยไม่ต้องถอดออกเพื่อสแกนแยก การตรวจสอบที่รวดเร็วขึ้นอาจลดเวลาคิวที่ด่านตรวจความปลอดภัยโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถตรวจจับสารเคมีที่อาจเป็นส่วนประกอบของอาวุธชีวภาพหรือเคมีได้ในระดับที่เครื่องสแกน 2‑มิติกำหนดไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ยังต้องอาศัยการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าการระบุวัตถุทำได้อย่างแม่นยำและไม่มีอัตราการแจ้งเตือนเท็จสูงเกินไป
US Adoption
ในสหรัฐอเมริกา Transportation Safety Administration (TSA) ได้ประกาศว่าจะเพิ่มจำนวนเครื่องสแกน CT อย่าง "aggressive" แต่การเปลี่ยนแปลงกฎข้อจำกัดของของเหลวยังไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ปัจจุบันมีเพียง ประมาณ 255 สายการบินจาก 432** สนามบินทั่วประเทศที่ติดตั้งเครื่องสแกน CT แล้ว
TSA ประมาณการว่าจะติดตั้งเครื่องสแกน 3‑มิติในสนามบินทุกแห่งภายในปี 2043 การขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้สอดคล้องกับการจัดสรรงบประมาณและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละสนามบิน การที่จำนวนสนามบินที่ใช้เทคโนโลยีนี้ยังคงจำกัดทำให้การเปลี่ยนแปลงกฎของเหลวยังคงต้องอาศัยการทดสอบและการประเมินผลอย่างละเอียดก่อนจะนำไปใช้ทั่วประเทศ
แม้ในระดับสากลจะเห็นการผ่อนปรนข้อจำกัดของเหลวในยุโรป แต่ในสหรัฐอเมริกานโยบายด้านความปลอดภัยยังคงให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงจากการใช้สารระเบิดแบบเหลว การนำ CT ไปใช้จึงเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการปรับปรุงความปลอดภัยโดยรวม
Implications for Travelers
หากข้อกำหนดใหม่ของยุโรปได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ผู้โดยสารจะไม่ต้องคำนึงถึงปริมาณของเหลวในภาชนะที่จำกัด 100 ml อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้การเตรียมกระเป๋าแคร์รี‑ออนง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระยะยาวหรือการเดินทางที่ต้องพกของใช้ส่วนบุคคลหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยี CT ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องการการบำรุงรักษาต่อเนื่อง ดังนั้นสนามบินขนาดเล็กหรือที่มีทรัพยากรจำกัดอาจยังคงใช้เครื่องสแกน 2‑มิตอต่อไปเป็นระยะเวลานาน การแบ่งแยกนี้อาจทำให้ประสบการณ์ของผู้โดยสารแตกต่างกันตามสนามบินที่เลือกใช้
สำหรับผู้โดยสารในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะเห็นการเพิ่มจำนวนเครื่องสแกน CT แต่การผ่อนปรนข้อจำกัดของเหลวยังไม่มีสัญญาณใดชัดเจน การวางแผนการเดินทางจึงยังคงต้องคำนึงถึงข้อกำหนดเดิมของ TSA และเตรียมของเหลวให้เป็นไปตามมาตรฐาน 100 ml ต่อภาชนะเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า
Summary
เครื่องสแกน 3D CT กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการตรวจความปลอดภัยในสนามบินยุโรป โดยอาจยกเลิกข้อจำกัดของของเหลวในกระเป๋าแคร์รี‑ออนได้ การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในสหรัฐอเมริกายังคงอยู่ในขั้นตอนขยายฐานและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎของเหลวในเร็ว ๆ นี้.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Liquids on a plane? New airport scanners make it possible.
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- Mashable Tech
- วันที่เผยแพร่
- 10 มิถุนายน 2569 เวลา 06:34



