
ที่มาภาพ: The Verge
Apple ยกเลิกโครงการรถไร้คนขับ สร้าง Neural Engine เป็นหัวใจ AI
⚡ สรุป 30 วิ
Apple ยกเลิกโครงการรถยนต์ไร้คนขับ แต่การทดลองได้สร้าง Neural Engine ขึ้นมาซึ่งกลายเป็นหัวใจของ AI บนอุปกรณ์ของบริษัท. เทคโนโลยีนี้ต่อยอดจาก iPhone X ไปสู่ชิป…
Apple ยกเลิกโครงการรถยนต์ไร้คนขับที่เคยพัฒนามานานหลายปี แต่การทดลองนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของ Neural Engine ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยี AI บนอุปกรณ์ของบริษัท การเปิดเผยนี้ทำให้เห็นว่าแม้โครงการรถอัตโนมัติจะไม่สำเร็จ แต่ผลกระทบเชิงเทคนิคยังคงส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ของ Apple จนถึงระดับชิปสำหรับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบัน
Overview
Apple เริ่มต้นโครงการรถยนต์ไร้คนขับโดยตั้งเป้าที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่ต้องอาศัยการประมวลผล AI ภายในอุปกรณ์อย่างหนัก อย่างไรก็ตามตามข้อมูลจากจดหมายข่าว Power On ของ Mark Gurman โครงการดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้และถูกยกเลิกในที่สุด แม้จะไม่มีชิปสำหรับรถยนต์ที่เสร็จสมบูรณ์ แต่กระบวนการวิจัยและพัฒนาได้ผลักดันให้ Apple ลงมือสร้างหน่วยประมวลผล AI ใหม่เพื่อรองรับความต้องการนั้น
Development of the Neural Engine
ในช่วงแรกของการออกแบบแพลตฟอร์มอัตโนมัติ ทีมวิศวกรของ Apple ตระหนักว่าการทำงานของคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการเรียนรู้ของเครื่องจำเป็นต้องมี หน่วยประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงบนชิปเดียว การทดลองนี้นำไปสู่การสร้าง Neural Engine ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานเฉพาะด้าน AI ด้วยความเร็วและอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า CPU หรือ GPU ดั้งเดิม
Neural Engine ถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของชิประบบ‑ซะ (SoC) ตั้งแต่รุ่น A11 Bionic ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ iPhone X การออกแบบโมดูลนี้ทำให้ Apple สามารถประมวลผลงาน AI ได้โดยตรงบนอุปกรณ์ ลดการพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์คลาวด์และเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้
Early Applications
เมื่อ Neural Engine เข้าสู่ตลาดครั้งแรก มันได้ถูกนำไปใช้งานในคุณสมบัติที่ต้องอาศัย คอมพิวเตอร์วิทัศน์ อย่างเข้มข้น ได้แก่
- FaceID – ระบบสแกนใบหน้าที่ใช้การวิเคราะห์ภาพ 3‑มิติแบบเรียลไทม์
- Animoji – การจับการเคลื่อนไหวของใบหน้าและแปลงเป็นอิโมจิที่มีชีวิตชีวา
- งานประมวลผลภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับวัตถุและการจำแนกประเภท
การใช้ Neural Engine ในฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ iPhone X สามารถทำงานได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังคลาวด์
Legacy in Apple Silicon
แม้โครงการรถยนต์จะไม่มีผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ แต่เทคโนโลยี Neural Engine ได้รับการต่อยอดจนถึงระดับ Apple Silicon สำหรับ Mac เช่น ชิป M2 Ultra ที่มีความสามารถด้าน AI สูงกว่าเดิมอย่างมาก การออกแบบสถาปัตยกรรมที่เริ่มจากโครงการรถยนต์ทำให้ Apple สามารถรวมหลายล้านคอร์ประมวลผล AI ไว้ในชิปเดียวได้
การพัฒนาเหล่านี้ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple มี ความเร็วในการประมวลผลภาพและเสียง ที่เหนือกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่ง รวมถึงการสนับสนุนแอปพลิเคชัน AI ขั้นสูง เช่น การสร้างเนื้อหาโดยใช้โมเดลภาษาใหญ่ (large‑language models) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
Industry Impact
การที่ Apple สามารถสร้าง Neural Engine จากความต้องการของโครงการรถยนต์ไร้คนขับ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ต้องทบทวนแนวทางการออกแบบชิป AI ของตนเองหลายแห่งเริ่มมุ่งเน้นการพัฒนา “on‑device AI” เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ นอกจากนี้ การผสาน AI อย่างลึกซึ้งกับฮาร์ดแวร์ยังเปิดโอกาสให้มี **นวัตกรรมใหม่ในด้านการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) บนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยตรง
Summary
แม้ Apple จะยกเลิกโครงการรถยนต์ไร้คนขับ แต่ความพยายามนั้นได้เป็นจุดเริ่มต้นของ Neural Engine ที่ต่อมากำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ของบริษัท ทั้งใน iPhone และ Apple Silicon ชิประดับสูง การสืบทอดเทคโนโลยีนี้ยังส่งอิทธิพลต่อแนวทางพัฒนาชิป AI ของอุตสาหกรรมโดยรวม.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Apple’s failed self-driving car program left a legacy of powerful AI chips
- ผู้เขียน
- Terrence O’Brien
- แหล่ง
- The Verge
- วันที่เผยแพร่
- 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 23:27



