
ที่มาภาพ: TechSpot
CubeSat BOHR ทดลองพลังงานเบตาโวลเทอิกในอวกาศโดยไม่ต้องใช้แสงอาทิตย์
⚡ สรุป 30 วิ
CubeSat ขนาด 6U ชื่อ BOHR ของ City Labs ใช้ระบบ NanoTritium แหล่งพลังงานเบตาโวลเทอิกเพื่อให้ไฟฟ้าในอวกาศโดยไม่ต้องพึ่งแสงแดด…
การเปิดตัว CubeSat ชื่อ BOHR ที่บรรทุกระบบพลังงานนิวเคลียร์แบบเบตาโวลเทออิกจาก City Labs นั้นมุ่งทดสอบว่าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กสามารถทำงานในอวกาศโดยไม่ต้องพึ่งแผงเซลล์สุริยะได้หรือไม่ การทดลองนี้มีความสำคัญต่อการออกแบบภารกิจที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนานและสภาพแสงอาทิตย์จำกัด
Overview
โครงการ BOHR เป็น CubeSat ขนาดมาตรฐาน 6U ที่จะถูกส่งขึ้นสู่ออร์บิทเพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มทดลองพลังงานแบบใหม่ ตามข้อมูลจากผู้จัดทำภารกิจ ระบบ NanoTritium จะเป็นแหล่งจ่ายไฟหลักของยาน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากระบบโซล่าเซลล์ที่ต้องอาศัยแสงแดดเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า การใช้เทคโนโลยีเบตาโวลเทออิกในอวกาศยังเป็นแนวคิดแรก ๆ ที่ได้รับการทดสอบจริงบนยานสำรวจขนาดเล็ก
จากมุมมองของนักวิจัยด้านพลังงานนิวเคลียร์ การทดลองนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิสูจน์ว่าแหล่งกำเนิดไฟฟ้าแบบ betavoltaic สามารถทำงานต่อเนื่องได้ในสภาพแวดล้อมอวกาศที่ไม่มีบรรยากาศและความดันต่ำ หากประสบผลสำเร็จ จะเปิดทางให้ภารกิจระยะไกล เช่น การสำรวจดาวเคราะห์น้อยหรือการส่งเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไปยังพื้นที่ที่แสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ มีโอกาสใช้เทคโนโลยีนี้เป็นแหล่งพลังงานสำรอง
Technology Details
ระบบ NanoTritium ของ City Labs ใช้หลักการของเบตาโวลเทอิก โดยทำให้ beta particles ที่เกิดจากการสลายตัวของไตรเตียม (³H) ตัดกับชั้นเซมิคอนดักเตอร์เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าโดยตรง วิธีนี้ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนความร้อนเป็นไฟฟ้าซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไปของพลังงานนิวเคลียร์แบบเก่า ผลลัพธ์คืออัตราการสูญเสียพลังงานต่ำและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ
ข้อดีสำคัญของระบบนี้รวมถึง:
- ไม่มีส่วนเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงต่อการสึกหรอในสภาพแวดล้อมอวกาศ
- ปิดผนึกไตรเตียมอย่างปลอดภัย ป้องกันการรั่วซึมของสารกัมมันตภาพรังสี
- ขนาดกะทัดรัด เหมาะกับ CubeSat ที่มีพื้นที่จำกัด
ตามที่ City Labs ระบุ ระบบนี้สามารถให้กำลังไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีโดยไม่ต้องบำรุงรักษาใด ๆ การทำงานในโหมดคงที่เช่นนี้ถือเป็นคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของภารกิจสำรวจระยะยาว
Mission Objectives
เป้าหมายหลักของภารกิจ BOHR คือการเก็บข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบ NanoTritium ตลอดช่วงอายุการใช้งานในออร์บิท ข้อมูลจะถูกส่งกลับไปยังศูนย์ควบคุมผ่านช่องทางสื่อสารแบบปกติของ CubeSat เพื่อทำการวิเคราะห์โดยทีมวิจัยและผู้พัฒนาเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ยานยังมีกิจกรรมรอง ได้แก่ การตรวจสอบอุณหภูมิภายในโมดูลพลังงาน การประเมินผลกระทบจากรังสีโคสไมค์ต่อชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ และการเปรียบเทียบความเสถียรของไฟฟ้ากับระบบแสงอาทิตย์แบบเดิม การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยกำหนดมาตรฐานสำหรับการใช้เบตาโวลเทอิกในภารกิจต่อไป
ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและนักวิจัยทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีบทความวิชาการตีพิมพ์พร้อมข้อมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับประสิทธิภาพการแปลงพลังงานจากไตรเตียมเป็นไฟฟ้าในสภาวะไร้อากาศ
Potential Impact
หาก NanoTritium สามารถทำงานได้ตามที่คาดการณ์ ระบบพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กอาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับภารกิจอวกาศที่ต้องการอายุการใช้งานยาวหลายปีโดยไม่จำกัดด้วยระยะเวลาการรับแสง ตัวอย่างเช่น ยานสำรวจที่เดินทางไปยังดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะหรือภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่มีวัน-คืนยาวหลายสัปดาห์
ในระดับอุตสาหกรรม การพิสูจน์ความเสถียรของเทคโนโลยีเบตาโวลเทอิกอาจกระตุ้นให้บริษัทผู้ผลิต CubeSat และผู้ให้บริการการส่งขึ้นอวกาศพิจารณาติดตั้งระบบดังกล่าวเป็นแหล่งไฟฟ้าหลักหรือสำรอง นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้เกิดการวิจัยร่วมระหว่างภาคเอกชนและสถาบันวิจัยด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บไตรเตียมอย่างปลอดภัย
จากมุมมองของกฎระเบียบ การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็กเข้าสู่อวกาศต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ผลสำเร็จของ BOHR จะเป็นกรณีศึกษาให้หน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติและระหว่างประเทศพิจารณาปรับปรุงแนวทางอนุมัติและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กในอวกาศ
Industry Context
ก่อนหน้าที่จะมีการทดสอบของ BOHR มีโครงการอื่น ๆ ที่ใช้ระบบพลังงานนิวเคลียร์แบบเด่น เช่น RTG (Radioisotope Thermoelectric Generator) ของ NASA ที่ใช้งานบนยานสำรวจ Voyager, Cassini และ Mars Curiosity อย่างไรก็ตาม ระบบเหล่านั้นมักมีขนาดใหญ่และผลิตกำลังไฟฟ้าระดับวัตต์จนถึงกิโลวัตต์ ซึ่งไม่เหมาะกับ CubeSat
เทคโนโลยีเบตาโวลเทอิกถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดโดยลดขนาดเครื่องมือและเพิ่มความปลอดภัยเนื่องจากไม่มีการผลิตความร้อนสูง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงานนิวเคลียร์เช่น City Labs ได้รับเงินทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาแหล่งกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กนี้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการทดลองที่ยืนยันประสิทธิภาพในสภาวะอวกาศจริง โครงการ BOHR จึงเป็นหนึ่งในความพยายามแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่สนามบินอวกาศแบบเชิงพาณิชย์
ผลลัพธ์ของการทดสอบจะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้เล่นระดับโลกที่สนใจใช้พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กในระบบดาวเทียมสื่อสาร, เซ็นเซอร์อวกาศ, หรือแม้กระทั่งภารกิจสำรวจมนุษย์ในอนาคต
Summary
โครงการ CubeSat BOHR จะเป็นการทดลองแรกที่นำระบบพลังงานเบตาโวลเทอิกจาก City Labs ไปใช้งานจริงในอวกาศ ความสำเร็จของภารกิจนี้อาจเปลี่ยนแนวทางการจัดหาไฟฟ้าให้กับยานอวกาศขนาดเล็กและเพิ่มศักยภาพในการทำภารกิจที่ต้องการแหล่งพลังงานต่อเนื่องหลายปีโดยไม่พึ่งแสงสุริยะ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- A new satellite wants to prove nuclear power can work in space without solar panels
- ผู้เขียน
- Skye Jacobs
- แหล่ง
- TechSpot
- วันที่เผยแพร่
- 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:35



