
ที่มาภาพ: TechSpot
สมาร์ทโฟนราคาประหยัดต้องเผชิญวิกฤตหน่วยความจำจากราคา DRAM และ NAND ที่พุ่งสูง
⚡ สรุป 30 วิ
ตามรายงานของ Omdia ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนของสมาร์ทโฟนระดับงบประมาณเพิ่มขึ้น 5‑8 % การขายลดลง 22 % ในปีที่ผ่านมา.
ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง‑ล่างกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากค่า DRAM และ NAND ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนหน่วยความจำเป็นภาระหลักของผู้ผลิต รายงานของ Omdia ระบุว่าตัวเลขการขายในกลุ่มนี้ลดลง **22 % เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงปัญหามาร์จิ้นที่แคบจนไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับการปรับต้นทุนอื่น ๆ
Overview
ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Omdia ราคาหน่วยความจำแบบ DRAM และ NAND ได้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 จนถึงปัจจุบัน การเพิ่มราคานี้มีสาเหตุหลายประการรวมถึงความต้องการสูงจากศูนย์ข้อมูล, ปัญหาการขาดแคลนซิลิกอนในโรงงานผลิตชิพ, และแรงกดดันของอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับสมาร์ทโฟนระดับราคาต่ำถึงกลาง (มักอยู่ในช่วง US$100‑300) การใช้ DRAM ขนาด 2‑4 GB และ NAND ความจุ 32‑128 GB ถือเป็นมาตรฐาน ซึ่งต้องอาศัยหน่วยความจำที่มีต้นทุนต่อ GB ต่ำเพื่อให้คงราคาขายสุดท้ายที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาเมมโมรีพุ่งสูงขึ้น การรักษามาร์จิ้นดั้งเดิมกลายเป็นเรื่องยากมาก
Memory Price Surge
ข้อมูลเชิงลึกจาก Omdia แสดงว่า DRAM มีอัตราการเพิ่มราคาต่อปี (CAGR) อยู่ที่ประมาณ 15 % ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่วน NAND Flash แม้จะเพิ่มช้ากว่าแต่ก็ยังอยู่ในระดับ 10‑12 % ต่อปี เหตุการณ์เหล่านี้สัมพันธ์กับการขยายศักยภาพของศูนย์ข้อมูลคลาวด์และอุปกรณ์ AI ที่ต้องการความเร็วและความจุสูง
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกเช่นข้อจำกัดของซัพพลายเชนที่เกิดจากวิกฤติ COVID‑19 และปัญหาแรงงานในโรงงานผลิตชิป ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำไม่สามารถเพิ่มอัตราการผลิตได้ตามความต้องการ การขาดแคลนนี้ทำให้ราคาอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของสมาร์ทโฟน
Impact on Budget Segment
เมื่อเทียบกับรุ่นไฮเอนด์ที่สามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้ กลุ่ม budget smartphones มีมาร์จิ้นกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับประมาณ **5‑8 % เท่านั้น การเพิ่มต้นทุนเมมโมรีาเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อเครื่องอาจทำให้กำไรรายหน่วยกลายเป็นศูนย์หรือเป็นลบ
ผลสำรวจจากหลายผู้จัดจำหน่ายแสดงให้เห็นว่าการขายลดลง **22 % ในปีล่าสุด ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของราคาเมมโมรีา การยืดอายุสินค้าคงคลังโดยใช้ชิปเก่าหรือการลดขนาด RAM/NAND เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ผลิตบางรายพิจารณาเพื่อรักษาต้นทุน แต่ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านประสิทธิภาพและฟีเจอร์
Manufacturer Responses
ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับกลาง‑ล่างเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบจากภาวะราคาเมมโมรีาที่สูงขึ้น มีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้
- เพิ่มราคาขาย อย่างค่อยเป็นค่อยไปในตลาดที่มีอุปสงค์ยืดหยุ่น
- ลดขนาด RAM หรือ NAND ในรุ่นใหม่เพื่อให้ต้นทุนรวมต่ำลงโดยไม่กระทบประสบการณ์การใช้งานขั้นพื้นฐานมากนัก
- หาผู้จัดจำหน่ายเมมโมรีาแบบราคาต้นทุน ผ่านสัญญาซื้อขายระยะยาวหรือร่วมลงทุนในโรงงานผลิตของตนเอง
- เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีเมมโมรีาที่ประหยัดพลังงาน เช่น LPDDR5 ที่อาจมีต้นทุนสูงกว่าแต่ให้ประสิทธิภาพต่อหน่วยเงินดีกว่า
การปรับตัวเหล่านี้ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากส่วนใหญ่ลูกค้ากลุ่มนี้มองหาความสมดุลระหว่างราคาและสเปคที่คุ้มค่า
Market Outlook
ในระยะกลางถึงยาว การฟื้นตัวของอุปสงค์เมมโมรีาในตลาดศูนย์ข้อมูลและ AI คาดว่าจะยังคงผลักดันราคาขึ้นต่อเนื่อง แม้การขยายกำลังการผลิตใหม่ ๆ ของผู้ผลิตเช่น Samsung, SK Hynix และ Micron จะเริ่มทำงานเต็มที่ภายในปี 2025 การลดแรงกดดันอาจต้องใช้เวลาหลายปี
สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคา budget นักวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มการปรับราคาขายจะอยู่ในช่วง **5‑10 % ต่อปี เพื่อชดเชยต้นทุนเมมโมรีาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตอาจเพิ่มการใช้ซอฟต์แวร์ที่ประหยัดทรัพยากรเพื่อให้เครื่องสเปคต่ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นจุดขายใหม่ในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจด้านค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพ
Summary
การเพิ่มราคาของ DRAM และ NAND ทำให้สมาร์ทโฟนระดับกลาง‑ล่างเผชิญกับมาร์จิ้นที่แคบลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลกระทบแรกปรากฏเป็นการลดยอดขายถึง **22 % ตามรายงานของ Omdia ผู้ผลิตกำลังหาวิธีปรับราคาขายและสเปคเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ต้องอาศัยต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Budget smartphones are the next victim of the memory crisis
- ผู้เขียน
- Rob Thubron
- แหล่ง
- TechSpot
- วันที่เผยแพร่
- 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:48



