แฮกเกอร์เชื่อมโยงจีนฝัง backdoor ใน PAM และ OpenSSH ของ L…

ที่มาภาพ: The Hacker News

Security-อ่าน 6 นาทีThe Hacker News

แฮกเกอร์เชื่อมโยงจีนฝัง backdoor ใน PAM และ OpenSSH ของ L…

⚡ สรุป 30 วิ

กลุ่มแฮกเกอร์ Velvet Ant ที่เชื่อมโยงกับจีนได้ฝัง backdoor ไว้ในโมดูล PAM และ OpenSSH ของ Linux ตั้งแต่ประมาณปี 2016 ทำให้เข้าถึงระบบได้โดยไม่ตรวจพบ…

การค้นพบการแทรกซึมของ กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความสัมพันธ์กับจีน เข้าไปในระบบการเข้าสู่ระบบของ Linux อย่าง PAM และ OpenSSH ทำให้เครือข่ายหลายแห่งต้องเผชิญกับการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเวลานานเกือบสิบปี การตรวจจับโดยบริษัท Sygnia ที่ติดตามกลุ่มนี้ในฐานะ Velvet Ant แสดงให้เห็นว่าการซ่อนตัวในชั้นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการอาจหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดและการตรวจสอบแบบดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Overview

กลุ่ม Velvet Ant ได้ฝัง backdoor ไว้ในส่วนของ PAM (Pluggable Authentication Modules) และ OpenSSH** ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดว่าผู้ใช้ใครมีสิทธิ์เข้าสู่ระบบ Linux การแทรกซึมนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามกระบวนการตรวจสอบตัวตนและรับสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบได้โดยตรง แม้ว่าผู้ดูแลระบบจะทำการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือทำความสะอาดไฟล์ที่สงสัยว่าเป็นอันตรายแล้วก็ตาม

การตรวจพบครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ Sygnia ทำการสแกนโครงสร้างของระบบ Linux ที่ถูกใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การวิเคราะห์โค้ดของ PAM และ OpenSSH พบส่วนที่ถูกดัดแปลงเพื่อเปิดช่องทางลับให้กับผู้โจมตี ซึ่งบ่งบอกว่าการแทรกซึมนี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ ปี 2016

Technical Details

PAM เป็นโมดูลที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อการตรวจสอบตัวตนระหว่างระบบและแอปพลิเคชันต่าง ๆ การแทรกโค้ด backdoor เข้าไปใน PAM ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามขั้นตอนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องแก้ไขไฟล์การกำหนดค่า (configuration) ของผู้ใช้ใดผู้หนึ่งโดยตรง

ส่วน OpenSSH ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมต่อระยะไกลของ Linux ก็ถูกดัดแปลงให้รับคำสั่งพิเศษจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุมของกลุ่ม Velvet Ant การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่ชัดเจนในบันทึก (log) ปกติ ทำให้การตรวจจับโดยระบบบันทึกเหตุการณ์ (logging) ยากต่อการสังเกต

การแทรกซึมเหล่านี้ใช้เทคนิคการ obfuscation (การทำให้โค้ดอ่านยาก) ร่วมกับการใช้ฟังก์ชันระบบที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว เช่น `pam_unix` และ `sshd` ทำให้โค้ดที่เป็นอันตรายดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานปกติ

Detection & Response

Sygnia รายงานว่าการตรวจพบทำได้โดยการเปรียบเทียบแฮชของไฟล์ไบนารีของ PAM และ OpenSSH กับเวอร์ชันที่เป็นมาตรฐานจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การตรวจสอบนี้พบความแตกต่างที่บ่งบอกถึงการแก้ไขโค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อพบข้อบกพร่อง ทีมรักษาความปลอดภัยขององค์กรที่ได้รับผลกระทบได้ดำเนินการ อัปเดตและเปลี่ยนไฟล์ไบนารี ของ PAM และ OpenSSH ด้วยเวอร์ชันที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้ผลิต นอกจากนี้ยังได้ทำการสแกนหาความสัมพันธ์ของผู้ใช้ที่อาจได้รับการเข้าถึงโดย backdoor เพื่อทำการตัดสิทธิ์และรีเซ็ตรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง

การตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ยังรวมถึงการตรวจสอบ คีย์ SSH ที่อาจถูกคัดลอกออกไปและการตรวจสอบระบบเครือข่ายเพื่อหาการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ C2 (Command and Control) ของกลุ่ม Velvet Ant

Impact

การแทรกซึมที่อยู่ในระดับ PAM และ OpenSSH ส่งผลให้ **การปกป้องขอบเขตของระบบ (perimeter security) ไม่เพียงพอในการป้องกันการเข้าถึงที่ลึกลงไปในระบบปฏิบัติการ แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมหรือขโมยข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องเผชิญกับการตรวจจับจากระบบ IDS/IPS ปกติ

องค์กรหลายแห่งที่ใช้ Linux เป็นระบบหลักสำหรับเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันหรือฐานข้อมูลอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการละเมิดข้อมูล (data breach) และการหยุดทำงานของบริการ (downtime) เนื่องจากการบังคับให้ทำการอัปเดตและทดสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด

Mitigation Recommendations

  • ตรวจสอบไฟล์ไบนารีของ PAM และ OpenSSH กับแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้โดยใช้การตรวจสอบแฮช (hash verification)
  • อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด จากผู้จัดจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับการแก้ไขช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็น backdoor
  • ทำการสแกนระบบด้วยเครื่องมือ EDR/EDR ที่รองรับการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงไฟล์ระดับระบบ
  • รีเซ็ตคีย์ SSH ทั้งหมด ที่อาจถูกคัดลอกและตรวจสอบการเชื่อมต่อกับ IP ที่ไม่รู้จักในบันทึกของ `sshd`
  • **เสริมการตรวจสอบพฤติกรรม (behavioral monitoring) เพื่อให้สามารถตรวจจับการเรียกใช้คำสั่งที่ผิดปกติจากกระบวนการ PAM หรือ OpenSSH

การดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่ซ่อนอยู่ในชั้นล่างของระบบปฏิบัติการและเพิ่มความมั่นใจให้กับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

Summary

กลุ่มแฮกเกอร์ Velvet Ant ที่มีความเชื่อมโยงกับจีนได้ฝัง backdoor ไว้ใน PAM และ OpenSSH ของ Linux เป็นเวลานานเกือบสิบปี การตรวจพบโดย Sygnia ทำให้เห็นถึงความอันตรายของการแทรกซึมในระดับระบบปฏิบัติการ การตอบสนองและมาตรการป้องกันที่ครอบคลุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอทีจากการโจมตีที่ลึกซึ้งเช่นนี้.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
China-Linked Hackers Backdoored Linux Login Software to Hide for Nearly a Decade
ผู้เขียน
[email protected] (The Hacker News)
แหล่ง
The Hacker News
วันที่เผยแพร่
13 มิถุนายน 2569 เวลา 01:17

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่องโหว่วิกฤต Splunk Enterprise ให้รันโค้ดโดยไม่มีการยืนย…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 20:00

ช่องโหว่วิกฤต Splunk Enterprise ให้รันโค้ดโดยไม่มีการยืนย…

Splunk ปล่อยแพตช์แก้ช่องโหว่ CVE‑2026‑20253 ที่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีรันโค้ดโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนและได้คะแนนความรุนแรง 9.8 ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 10.2.4…

The Hacker News5 นาที
ผู้ป่วย NHS ไม่สามารถเลือกไม่ให้ข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์ม Pa…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

ผู้ป่วย NHS ไม่สามารถเลือกไม่ให้ข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์ม Pa…

ผู้ป่วยอังกฤษไม่สามารถ opt‑out ข้อมูลจาก Palantir‑built NHS Federated Data Platform ได้ แม้ว่าการใช้เพื่อการวิจัยจะอยู่ภายใต้ National Data Opt‑Out แต่ NHS…

The Register5 นาที
Microsoft Teams กลับมานำ Wi‑Fi Tracking พร้อมการปรับปรุงค…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 12:30

Microsoft Teams กลับมานำ Wi‑Fi Tracking พร้อมการปรับปรุงค…

Microsoft Teams นำฟีเจอร์ Wi‑Fi tracking กลับสู่ตลาดด้วยการให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลตำแหน่งเอง หลังจากถูกระงับหลายครั้งเนื่องจากข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว.…

XDA Developers6 นาที
Microsoft ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย Windows 10 และ 11 ประจำเด…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 09:30

Microsoft ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย Windows 10 และ 11 ประจำเด…

Microsoft ได้ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยสำหรับ Windows 10 และ 11 รอบมิถุนายน 2026 เพื่ออุดช่องโหว่ 200 รายการ รวมถึง Zero-Day 3 ตัว…

DroidSans8 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!