
ที่มาภาพ: TechRadar
เรือวิจัยจีนค้างบนสายใยใต้ทะเล PLCN ใกล้ไต้หวัน เพิ่มความกังวลด้านความมั̀นคงดิจิทัล
⚡ สรุป 30 วิ
เรือวิจัยจีนค้างบนสายใยใต้ทะเล Pacific Light Cable Network ที่เชื่อมไต้หวันกับสหรัฐฯ การเคลื่อนที่ย่ช้าเป็นสัญญาณตรวจสอบข้อมูล…
Lead: เรือวิจัยของจีนที่มีธงชาติเป็นของจีนเพิ่งถูกพบว่าเคลื่อนตัวช้าและค้างอยู่เหนือเส้นใยใต้น้ำ Pacific Light Cable Network (PLCN) ซึ่งเชื่อมต่อไต้หวันกับสหรัฐอเมริกาและฟิลิปปินส์ การกระทำนี้ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลของไต้หวันออกคำเตือนและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก
Overview
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หน่วยรักษาการชาดน้ำของไต้หวันบันทึกภาพเรือวิจัยจีนขนาดยาวประมาณ 200 ฟุต ที่ค้างอยู่เหนือเส้นใยใต้น้ำสำคัญในทะเลฟิลิปปินส์ การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำตรงกับพฤติกรรมที่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ทางทะเล Windward ระบุว่าเป็นสัญญาณของการรวบรวมข่าวกรองทางทะเลได้อย่างชัดเจน
ตามข้อมูลจาก Windward เรือดังกล่าวไม่ได้เพียงแค่ผ่านจุดนั้นเท่านั้น แต่ยังเคลื่อนที่ช้าอยู่บนเส้นทางสายเคเบิลตลอดระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งนักวิเคราะห์ระดับโลกหลายแห่งมักใช้เป็นตัวบ่งชี้ว่ามีความตั้งใจในการตรวจสอบหรือทำสำเนาข้อมูลของโครงข่ายใต้น้ำ
Vessel Activity
ข้อมูลการติดตามแสดงว่าเรือจีนได้เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทะเลอิสระรอบเกาะไต้หวันโดยเฉพาะทางตะวันออกตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังมีบันทึกว่ารถเรือนี้เคยดำเนินการใกล้กับ Paracel และ Spratly Islands ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ภายใต้ข้อพิพาทหลายฝ่าย
นอกจากนี้ บันทึกย้อนหลังยังชี้ให้เห็นว่าเรือเดียวกันได้ปรากฏในอ่าวเบงกาลและแนวชายฝั่งศรีลังกาในปีก่อน ๆ ทำให้สังเกตว่าการเคลื่อนย้ายของมันครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรที่กว้างขวาง ไม่จำกัดเฉพาะรอบไต้หวันเท่านั้น
Cable Infrastructure
Pacific Light Cable Network เป็นระบบสายใยแก้วนำแสงใต้ทะเลยาวประมาณ 8,000 ไมล์ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสามประเทศหลัก ได้แก่
- ไต้หวัน
- ฟิลิปปินส์
- สหรัฐอเมริกา
เส้นใยนี้มีความสำคัญสูง เนื่องจากทำหน้าที่เป็นช่องทางส่งข้อมูลข้ามมหาสมุทรซึ่งครอบคลุมประมาณ **99 % ของปริมาณการสื่อสารอินเทอร์เน็ตระหว่างทวีป การตัดต่อหรือรบกวนเส้นใยดังกล่าวอาจกระทบต่อระบบดิจิทัลระดับโลกอย่างกว้างขวาง
Geopolitical Context
ไต้หวันเป็นผู้ผลิต ชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง มากกว่า **90 % ของตลาดโลก ทำให้เส้นใย PLCN มีบทบาทสำคัญต่อการส่งข้อมูลระหว่างศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตในเอเชียกับลูกค้าในอเมริกา
โครงการสายเคเบิลครั้งนี้เดิมมีแผนจะเชื่อมต่อถึงฮ่องกง แต่สหรัฐอเมริกาตัดสินใจบล็อกเส้นทางดังกล่าวในปี 2020 เนื่องจากกังวลว่าข้อมูลสำคัญอาจถูกเปิดเผยให้กับหน่วยข่าวกรองจีน จึงมีการปรับแผนใหม่ให้เชื่อมต่อเพียงไต้หวัน, ฟิลิปปินส์และสหรัฐเท่านั้น
Analysis
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางทะเลระบุว่าการที่เรือวิจัยเคลื่อนที่ช้าเหนือเส้นใยสำคัญเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการทำ “underwater reconnaissance” ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีโซนาร์หรือระบบเซ็นเซอร์เพื่อเก็บข้อมูลทางกายภาพของสายใย
แม้ว่าทางจีนยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าข้อมูลที่ได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานทหาร หรือว่าเป็นการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่แนวคิด “military‑civil fusion” ของปักกิ่งทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ากิจกรรมดังกล่าวอาจสนับสนุนภารกิจทางทหารในอนาคต
นอกจากนี้ การเพิ่มจำนวนเรือวิจัยจีนในทะเลรอบไต้หวันตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทำให้ผู้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ที่เคยถูกมองว่าเป็น “เขตอิสระ” ของไต้หวัน
Impact
จากมุมมองของการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การรบกวนหรือแม้กระทั่งการสังเกตเส้นใยใต้ทะเลเช่น PLCN อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางข้อมูลระดับโลก ทั้งในด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของระบบอุตสาหกรรมที่พึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศสูง
การตอบโต้จากไต้หวันและพันธมิตรตะวันตกยังคงเน้นที่การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นกลางต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ จีนยังคงปฏิเสธว่าการกระทำของเรือวิจัยเป็น “การล่วงละเมิด” หรือ “การทำลายสายใย” และอ้างว่ากิจกรรมทั้งหมดสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
Summary
เรือวิจัยจีนที่ค้างอยู่เหนือ Pacific Light Cable Network สร้างความวิตกเกี่ยวกับการปกป้องเส้นใยข้อมูลสำคัญของโลก การเคลื่อนที่ช้าและตำแหน่งตรงบนสายเคเบิลถือเป็นพฤติกรรมที่นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการรวบรวมข่าวกรอง แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าข้อมูลถูกนำไปใช้โดยกองทัพจีน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Chinese ship spotted 'lurking' near Taiwan's subsea internet cables linking it to the US
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 10 สิงหาคม 2569 เวลา 01:35



