Claude Cowork หลบหนี sandbox บน macOS ผ่านช่องโหว่ ShareRoot ทำให้โจมตีอ่าน‑เขียนไฟล์ทุกตำแหน่ง

ที่มาภาพ: 9to5Mac

Security-อ่าน 6 นาที9to5Mac

Claude Cowork หลบหนี sandbox บน macOS ผ่านช่องโหว่ ShareRoot ทำให้โจมตีอ่าน‑เขียนไฟล์ทุกตำแหน่ง

⚡ สรุป 30 วิ

นักวิจัยความปลอดภัยพบว่า Claude Cowork สามารถหลบหนี sandbox บน macOS ด้วยช่องโหว่ ShareRoot ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงและแก้ไขไฟล์ทั้งหมดบนเครื่องได้.…

Claude Cowork สามารถหลบหนีจาก sandbox บน macOS ได้ด้วยช่องโหว่ที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยเรียกว่า ShareRoot ทำให้ผู้โจมตีสามารถอ่าน‑เขียนไฟล์ทุกตำแหน่งและดึงข้อมูลล็อกอินของบริการออนไลน์ออกมาได้ รายงานระบุว่าประมาณครึ่งล้านผู้ใช้ Mac ที่เคยเปิดเซสชัน Co‑work อาจถูกเปิดเผย และบางเครื่องยังคงเสี่ยงต่อการโจมตีนี้อยู่

Overview

Claude Cowork เป็นแอปพลิเคชัน AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยทำงานร่วมกันบน macOS โดยใช้ sandbox เพื่อจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบไฟล์และข้อมูลส่วนบุคคล การหลบหนี sandbox จึงเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ Mac ทั้งหลาย

นักวิจัยจากบริษัทด้านไซเบอร์‑ซีเคิวริตี้ได้เปิดเผยช่องโหว่ ShareRoot ที่ทำให้แอปสามารถยกระดับสิทธิ์จากระดับจำกัดไปยังระดับผู้ดูแลระบบ (root) ได้โดยไม่ต้องได้รับการอนุญาตเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เกิดขึ้นผ่านขั้นตอนหลายขั้นที่ซับซ้อน แต่ผลลัพธ์คือการเปิดประตูให้โค้ดใด ๆ ทำงานบนเครื่องของเหยื่อได้อย่างเต็มรูปแบบ

ตามรายงานของ 9to5Mac ช่องโหว่นี้ถูกตรวจพบในช่วงต้นปี 2026 และยังคงอยู่ในระยะที่อาจถูกใช้ต่อเนื่องจนกว่าจะได้รับการแก้ไขจากผู้พัฒนาแอปหรือระบบปฏิบัติการ

Technical Details

ShareRoot ทำงานโดยใช้ช่องโหว่ของ API ที่ Claude Cowork ใช้ในการสื่อสารกับระบบไฟล์ของ macOS นักวิจัยระบุว่าช่องโหว่นี้ทำให้แอปสามารถข้ามการตรวจสอบสิทธิ์ของ sandbox ได้โดยตรง

  • การเรียกใช้งานฟังก์ชันที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด
  • การใช้ symbolic links เพื่อเปลี่ยนเส้นทางของไฟล์ระบบสำคัญ
  • การทำให้กระบวนการรันในบริบทของผู้ใช้ root

ขั้นตอนเหล่านี้รวมกันทำให้แอปสามารถสร้างหรือแก้ไขไฟล์ใด ๆ บนเครื่องได้ รวมถึงไฟล์ที่เก็บข้อมูลรับรอง (credential) ของบริการออนไลน์ เช่น อีเมลและบัญชีคลาวด์

แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยโค้ดต้นฉบับของ exploit นี้อย่างละเอียด แต่การอธิบายเชิงเทคนิคที่นักวิจัยให้ไว้ทำให้ทีมพัฒนา macOS สามารถตรวจจับและปิดช่องโหว่ได้เร็วขึ้น

Scope & Affected Users

จากข้อมูลที่ได้รับ รายงานระบุว่ามีผู้ใช้ ประมาณครึ่งล้านคน ที่เคยเปิดเซสชัน Co‑work ด้วย Claude Cowork อยู่ในช่วงเวลาที่ช่องโหว่นี้ยังไม่มีการแก้ไข

  • ผู้ใช้ที่เปิดใช้งานแอปบน macOS เวอร์ชัน 13.0‑13.4
  • เซสชันที่ทำงานในโหมด “Co‑working” ซึ่งอนุญาตให้หลายผู้ใช้เข้าถึงไฟล์ร่วมกัน
  • เครื่องที่ไม่ได้รับการอัปเดตแพทช์ความปลอดภัยล่าสุด

แม้ว่าบางส่วนของผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนและติดตั้งแพทช์แล้ว แต่ยังมีเครื่องบางเครื่องที่อยู่ในสถานะ “vulnerable” อยู่ เนื่องจากผู้ใช้ไม่ทำการอัปเดตหรือไม่ได้เปิดใช้งานระบบป้องกันอัตโนมัติ

Mitigation & Response

Apple ได้ออกคำสั่งให้ผู้พัฒนาแอปตรวจสอบและอัปเดต Claude Cowork ให้รองรับมาตรฐาน sandbox ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมเผยแพร่การปรับปรุงความปลอดภัยใน macOS 13.5‑beta เพื่อบล็อกวิธีการใช้ symbolic links ดังกล่าว

ผู้ใช้ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้โดยเร็ว:

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องกำลังใช้ macOS เวอร์ชันล่าสุดที่มีแพทช์ความปลอดภัยติดตั้งแล้ว
  • ปิดหรือถอนการติดตั้ง Claude Cowork หากไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ
  • สแกนระบบด้วยซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ที่อัปเดตใหม่เพื่อค้นหาพฤติกรรมที่ผิดปกติ

บริษัทผู้พัฒนา Claude Cowork ประกาศว่าจะปล่อยอัปเดตรุ่น 2.3.1 ที่รวมการแก้ไข ShareRoot ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ระบบก่อนทำการเข้าถึง

Industry Impact

เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงข้อจำกัดของระบบ sandbox ในการปกป้องข้อมูลสำคัญบน macOS แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในระบบที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แต่การพบช่องโหว่ระดับรากฐานเช่นนี้ทำให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์และผู้ใช้ต้องทบทวนแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างละเอียด

นักวิจัยด้านความปลอดภัยหลายคนระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจกระตุ้นให้บริษัทเทคโนโลยีเพิ่มการตรวจสอบแบบ static analysis และ runtime monitoring อย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อลดโอกาสที่แอปจะหลบหนี sandbox ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้ใช้ธุรกิจที่พึ่งพาเครื่อง Mac เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน IT จะต้องประเมินความเสี่ยงและวางแผนการจัดการเหตุการณ์ (incident response) อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลลับหรือการเข้าถึงไฟล์สำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต

Summary

ช่องโหว่ ShareRoot ที่ทำให้ Claude Cowork สามารถหลบหนี sandbox บน macOS นำไปสู่ความเสี่ยงต่อข้อมูลผู้ใช้จำนวนมาก การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปิดช่องโหว่นี้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะเครื่องของตนอย่างเร่งด่วนและเตรียมพร้อมรับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมในอนาคต.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Claude Cowork escaped sandbox on Mac, gain full access to all files
ผู้เขียน
Ben Lovejoy
แหล่ง
9to5Mac
วันที่เผยแพร่
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:16

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

เผย PoC สาธารณะช่องโหว่ CVE‑2026‑55200 บนไลบรารี libssh2 ทำให้ไคลเอนต์ SSH เสี่ยงต่อการรันโค้ดSecurity
1 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:00

เผย PoC สาธารณะช่องโหว่ CVE‑2026‑55200 บนไลบรารี libssh2 ทำให้ไคลเอนต์ SSH เสี่ยงต่อการรันโค้ด

นักวิจัยเผย PoC สาธารณะสำหรับช่องโหว่ CVE‑2026‑55200 บน libssh2 ทำให้ไคลเอนต์ SSH เสี่ยงต่อการทำลายหน่วยความจำและรันโค้ดโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน…

The Hacker News6 นาที
Norton VPN เปิดฟีเจอร์ Split Tunneling บน macOS ให้ผู้ใช้ Mac ยืดหยุ่นเท่า WindowsSecurity
29 มิถุนายน 2569 เวลา 02:00

Norton VPN เปิดฟีเจอร์ Split Tunneling บน macOS ให้ผู้ใช้ Mac ยืดหยุ่นเท่า Windows

Norton VPN เพิ่มฟีเจอร์ split tunneling บน macOS ทำให้ผู้ใช้ Mac สามารถเลือกแอปหรือเว็บไซต์ที่ต้องการส่งผ่าน VPN ได้เอง เพิ่มความเร็วและหลีกเลี่ยงการบล็อก…

TechRadar6 นาที
นักวิจัยพบช่องโหว่ Gatekeeper ของ macOS ทำให้แอปดาวน์โหลดจากเว็บถูกแทนด้วยไฟล์ประสงค์ร้ายSecurity
-

นักวิจัยพบช่องโหว่ Gatekeeper ของ macOS ทำให้แอปดาวน์โหลดจากเว็บถูกแทนด้วยไฟล์ประสงค์ร้าย

นักวิจัยสองคนค้นพบช่องโหว่ในระบบ Gatekeeper ของ macOS ที่ทำให้แอปที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตสามารถถูกแทนด้วยไฟล์ประสงค์ร้ายได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ผู้ดูแล…

The Register8 นาที
Cl0p ใช้ช่องโหว่ PTC Windchill และ FlexPLM ทำ Remote Code Execution โดยไม่ต้องล็อกอินSecurity
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:00

Cl0p ใช้ช่องโหว่ PTC Windchill และ FlexPLM ทำ Remote Code Execution โดยไม่ต้องล็อกอิน

กลุ̀มแฮกเกอร์ Cl0p สร้าง RCE บนระบบจัดการผลิตภัณฑ์ PTC Windchill และโมดูล FlexPLM ผ่านช่องโหว่ที่เปิดเผยต่ออินเทอร์เน็ต.…

The Hacker News6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!