
ที่มาภาพ: The Register
Debian ครบรอบ 33 ปี & Haiku OS ครบ 25 ปี ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
⚡ สรุป 30 วิ
Debian ฉลองครบ 33 ปี ในขณะเดียวกัน Haiku OS ครบ 25 ปีก็ยังคงเติบโต Debian เน้นความเสถียรของแพ็กเกจ ส่วน Haiku สร้างเคอร์เนลด้วย C++ และมุ่งมั่นปล่อย beta 6…
Debian ครบรอบ 33 ปี และ Haiku ครบรอบ 25 ปี พร้อมก้าวต่อไปในวงการระบบปฏิบัติการ
โครงการ Debian เพิ่งฉลองวันครบรอบ 33 ปี ในขณะที่โครงการ Haiku OS ทำเครื่องหมายครบ 25 ปี ทั้งสองโครงการยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่บนแนวคิดและเทคโนโลยีที่ต่างกัน การสำรวจประวัติและความก้าวหน้าของพวกเขาให้เห็นภาพรวมของการเติบโตของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในระดับโลก
Overview
Debian ได้เริ่มต้นเมื่ออายัน มูด็อก (Ian Murdock) ประกาศโครงการใหม่ในเดือนกันยายน 1993 — เพียงไม่ถึงสองปีหลังจากที่ Linux kernel เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 1991 ขณะนั้นคำว่า “distribution” ยังไม่ได้รับการใช้บ่อยนัก แต่ประกาศของมูด็อกได้อธิบาย Debian เป็น “distribution” ในฐานะคุณลักษณะเฉพาะของระบบ
โครงการ Haiku OS มีรากฐานจากเหตุการณ์ที่ Palm ซื้อบริษัท Be Inc. ในเดือนสิงหาคม 2001 ทำให้กลุ่มผู้พัฒนาเปิดตัวโครงการ OpenBeOS (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Haiku) เพื่อต่อยอดความฝันของระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่จากพื้นฐานทั้งหมด
ทั้งสองโครงการแสดงถึงแนวทางที่แตกต่างกัน: Debian ยังคงอิงกับ Linux kernel และมุ่งเน้นการให้บริการแพ็กเกจที่หลากหลายและเสถียร ขณะที่ Haiku สร้างระบบของตนเองโดยใช้ภาษา **C++ แทน C พร้อมความเข้ากันได้ระดับไบนารีกับ BeOS รุ่น 32‑bit x86
History of Debian
Debian เติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากการเปิดตัวเวอร์ชันแรกในปี 1993 โดยอาศัยระบบจัดการแพ็กเกจ dpkg และ APT ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญสำหรับการติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์ ผู้ใช้สามารถเลือก “stable”, “testing” หรือ “unstable” ตามความต้องการของตน
จนถึงเดือนมิถุนายน 2023 Debian ได้ปล่อย Debian 12 (codenamed *Bookworm*) ซึ่งได้รับการชื่นชมในเรื่องความเสถียรและรองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ ต่อมาเพียงหนึ่งปีหลังจากนั้น เวอร์ชัน Debian 13 (codenamed *Trixie*) ก็เปิดตัวพร้อมกับอัปเดตคอมโพเนนต์หลักหลายรายการ
แม้ว่า Slackware จะเป็นดิสโทรที่เก่ากว่าโดยมีอายุ 34 ปี (ครบรอบในเดือนกรกฎาคม) Debian ยังคงถือว่าตัวเองเป็นหนึ่งในดิสโทร Linux ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดทั่วโลก ตามรายงานของ The Register
Haiku OS Development
หลังจากการเปิดตัว OpenBeOS ในปี 2001 ทีมพัฒนาได้ตั้งเป้าหมายให้ Haiku มีความเข้ากันได้กับ Unix อย่างเต็มที่ ทั้งยังเลือกเขียนโค้ดด้วย **C++ ซึ่งทำให้ระบบมีประสิทธิภาพและรองรับสถาปัตยกรรมหลายแบบ
ถึงแม้ว่าจะผ่านไปเป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้ว Haiku ยังไม่มีการประกาศเวอร์ชัน 1.0 อย่างเป็นทางการ แต่ทีมพัฒนาได้เปิดเผยแผนการปล่อย beta 6 ในกลางเดือนสิงหาคม 2026 พร้อมเชิญชวนผู้ใช้เข้าร่วมทดสอบ
- การพอร์ต PowerPC กำลังดำเนินการมามากกว่า 5 ปี
- พอร์ต ARM64 แสดงตัวอย่างครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2026
- มีการสร้างเวอร์ชันที่รองรับ AI‑assisted build บนสถาปัตยกรรม PowerPC โดย YouTuber ActionRetro ในเดือนกรกฎาคม
ความก้าวหน้าเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแม้ Haiku จะไม่ได้มุ่งเน้นตลาดเชิงพาณิชย์ แต่การพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานยังคงดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง
Adjacent Projects
โครงการที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของ Haiku กำลังเติบโตขึ้นในหลายด้าน ตัวอย่างหนึ่งคือ Cosmoe ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมแบบข้ามแพลตฟอร์มโดยอิงจาก BeOS โค้ดต้นฉบับเปิดบน GitLab และสามารถคอมไพล์ได้บน Linux, Windows และ macOS
อีกโครงการหนึ่งคือ VitruvianOS (V) ซึ่งเป็นการพอร์ตเซิร์ฟเวอร์แสดงผลและเดสก์ท็อปของ Haiku ไปยังเคอร์เนล Linux โครงการนี้เริ่มต้นจากเวอร์ชัน 0.3.0 ในเดือนมีนาคม 2026 และได้อัปเดตถึง v0.6.0** ซึ่งสามารถบูตเข้าสู่หน้าจอต้อนรับสไตล์ BeOS พร้อมตัวเลือกการรันแบบ live หรือทำการติดตั้ง
แม้ V จะไม่มีความเกี่ยวพันกับโครงการ BlueEyed OS (ปี 2003) หรือ Cosmoe แต่แนวคิดของการหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งระหว่าง X11 และ Wayland ด้วยระบบใหม่ที่อิงจากการออกแบบของ BeOS ในปี 1995 แสดงให้เห็นถึงความพยายามสร้างสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ
Analysis
การครบรอบอายุของ Debian และ Haiku สะท้อนให้เห็นว่าโครงการโอเพ่นซอร์สสามารถอยู่รอดได้หลายสิบปีโดยไม่ต้องพึ่งพาการทำกำไรโดยตรง ความสำเร็จของ Debian มาจากระบบจัดการแพ็กเกจที่เป็นมาตรฐานและชุมชนผู้ใช้ที่กว้างขวาง ทำให้มันกลายเป็นพื้นฐานของหลาย ๆ ดิสโทรอื่น
ในทางกลับกัน Haiku แสดงให้เห็นถึงเส้นทางของโครงการ “จากศูนย์” ที่สร้างระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด การเลือกภาษา C++ และความเข้ากันได้ระดับไบนารีกับ BeOS ทำให้มันมีจุดแข็งเฉพาะที่แตกต่างจากดิสโทร Linux ทั่วไป แม้ยังไม่มีเวอร์ชัน 1.0 แต่การอัปเดตต่อเนื่องและการสนับสนุนสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทดลองแนวคิดใหม่
โครงการที่เกี่ยวข้องอย่าง Cosmoe และ VitruvianOS ยังบ่งชี้ว่าความคิดของ BeOS ยังคงดึงดูดนักพัฒนาและอาจส่งผลต่อการออกแบบระบบกราฟิกในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งระหว่าง X11 และ Wayland
Summary
Debian ครบรอบ 33 ปีพร้อมเสถียรภาพของดิสโทร Linux ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ส่วน Haiku OS แม้จะยังไม่มีเวอร์ชัน 1.0 ก็ได้เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ โครงการที่เกี่ยวข้องเพิ่มพูนศักยภาพของแนวคิดเดิม ทำให้วงการระบบปฏิบัติการเปิดกว้างต่อการทดลองและนวัตกรรมในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Debian is 33, Haiku is 25, and neither is standing still
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15:26



