ผู้ก่อตั้ง E! เตือนฮอลลีวูด: เตรียมรับวิดีโอแนวตั้งสั้นเป็นมาตรฐานปี 2030

ที่มาภาพ: Mashable Tech

AI-อ่าน 6 นาทีMashable Tech

ผู้ก่อตั้ง E! เตือนฮอลลีวูด: เตรียมรับวิดีโอแนวตั้งสั้นเป็นมาตรฐานปี 2030

⚡ สรุป 30 วิ

Larry Namer ผู้ก่อตั้ง E! ระบุว่าในปี 2030 วิดีโอแนวตั้งสั้นจะเป็นรูปแบบหลักของความบันเทิง และเตือนอุตสาหกรรมให้ปรับการผลิตพร้อมใช้ AI…

Larry Namer ผู้ก่อตั้ง E! Entertainment Television พูดในงาน VidCon 2026 ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมบันเทิงว่าในปี 2030 จะเปลี่ยนไปเป็นการชมวิดีโอแนวตั้งแบบสั้นเป็นหลัก ผู้ฟังได้รับการเตือนว่า ฮอลลีวูดควรหยุดอุ้มรูปแบบเดิมและปรับตามพฤติกรรมของผู้ชมบนสมาร์ทโฟน

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องปรับกระบวนการถ่ายทำและการจัดจำหน่ายอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทและรูปแบบการให้บริการแบบไม่เป็นเชิงเส้น (non‑linear) ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่ถืออุปกรณ์หลายรูปแบบอยู่ในมือ

Overview

Larry Namer เริ่มต้นก่อตั้ง **E! เมื่อปี 1987 โดยมองว่าความบันเทิงของยุคนั้นจะหมุนรอบเคเบิลทีวีเป็นหลัก หลังจากสี่ทศวรรษอุตสาหกรรมได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายขั้นตอนจากเคเบิลสู่สตรีมมิ่ง จนถึงการใช้ AI ในการผลิตคอนเทนต์ Namer ยังคงยืนยันว่าการเล่าเรื่องราวยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แม้ว่าวิธีการส่งมอบจะต้องปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในงาน VidCon 2026 เขาได้อธิบายว่า “Storytelling is storytelling” แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการส่งต่อเรื่องราวนั้นแตกต่างอย่างชัดเจนจากอดีต การยึดติดกับรูปแบบเก่าอาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลัก

Key Observations

Namer ระบุว่า “Audience behavior is very different” จากการสังเกตของเขาในจีนที่ทำรายการข่าวดารา พบว่าประมาณ สามในสี่ของผู้ชม ดูรายการผ่านโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต การสังเกตนี้ทำให้เขาถามทีมผลิตว่า “ทำไมเราถ่ายแนวนอนเมื่อผู้ชมดูแบบแนวตั้ง?” ทำให้กระบวนการผลิตต้องปรับจากแสง, กรอบภาพ, ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของผู้ดำเนินรายการเพื่อให้เหมาะกับหน้าจอแนวตั้ง

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินใจเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการคอนเทนต์สั้น ๆ, ง่ายต่อการรับชมและสามารถแชร์ได้ทันทีบนแพลตฟอร์มโซเชียล

Vertical Video Prediction

Namer ทำนายว่า โดยปี 2030 วิดีโอแนวตั้งแบบสั้นจะกลายเป็นวิธีหลักที่ผู้คนบริโภคความบันเทิง เขาอธิบายว่าการทำนายนี้ไม่ได้มาจากกระแสหรือความนิยมชั่วคราว แต่มาจากการวิเคราะห์ นิสัยการชม ของผู้ใช้ที่ชื่นชอบการเลื่อนหน้าจอในแนวตั้ง

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ Namer ชี้ให้เห็นว่า บริษัทสื่อควรพิจารณา:

  • ปรับการออกแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับอัตราส่วน 9:16
  • พัฒนาเครื่องมือถ่ายทำและตัดต่อที่รองรับการจัดวางแนวตั้งโดยอัตโนมัติ
  • ปรับวิธีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ที่เน้นฟีดแนวตั้ง

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะกระตุ้นให้ผู้ผลิตต้องคิดใหม่เกี่ยวกับการเล่าเรื่อง ไม่ใช่แค่รูปแบบภาพ แต่รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยการโต้ตอบและการมีส่วนร่วมของผู้ชม

AI and Media

เมื่อพูดถึง AI Namer เตือนสื่อดั้งเดิมว่า “หยุดต่อสู้กับมัน” เขาเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมดนตรีที่ต่อต้านการกระจายดิจิทัลสองทศวรรษที่แล้ว จนต้องยอมรับแพลตฟอร์มเช่น Spotify และ iTunes การต่อต้าน AI อาจทำให้สื่อเสียโอกาสและต้องยอมให้เทคโนโลยีควบคุมตลาด

แม้จะสนับสนุนการนำ AI ไปใช้ Namer ยังเน้นถึงความจำเป็นของ เกณฑ์ควบคุม และ มาตรการป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านสุขภาพจิตของเยาวชนและการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เขาแนะนำว่ารัฐบาลควรออกกฎคล้ายกับการควบคุมการขับขี่ เพื่อให้มีมาตรฐานที่ชัดเจนและผลที่ตามมาที่เป็นธรรมต่อการละเมิด

Industry Implications

แนวคิดของ Namer ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตวิดีโอแนวตั้งเท่านั้น แต่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการโดยรวม เขากล่าวว่า หากต้องเปิด E! ใหม่ในยุคปัจจุบัน จะต้องทำในรูปแบบ non‑linear** ที่ผู้ชมสามารถเลือกชมเนื้อหาเมื่อใดก็ได้บนอุปกรณ์ใดก็ได้

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อหลายภาคส่วน:

  • ผู้จัดจำหน่ายต้องพิจารณาโมเดลรายได้จากโฆษณาแบบสั้นและการสนับสนุนจากผู้สร้างคอนเทนต์
  • ผู้ผลิตต้องเสริมทักษะการถ่ายทำแนวตั้งและการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • แพลตฟอร์มโซเชียลต้องพัฒนาฟีเจอร์ที่สนับสนุนการค้นหาและแนะนำคอนเทนต์แนวตั้งอย่างแม่นยำ

หากบริษัทสามารถปรับตัวตามแนวโน้มเหล่านี้ได้เร็วที่สุด พวกเขาอาจได้เปรียบในตลาดที่ผู้ชมกำลังเปลี่ยนไปสู่การบริโภคเนื้อหาในรูปแบบสั้น ๆ และแนวตั้ง

Summary

Larry Namer ย้ำว่าอุตสาหกรรมบันเทิงต้องหยุดอุ้มรูปแบบเก่าและปรับตามพฤติกรรมของผู้ชมบนสมาร์ทโฟน การคาดการณ์ว่า วิดีโอแนวตั้งแบบสั้น จะเป็นช่องทางหลักของการบริโภคในปี 2030 เป็นสัญญาณให้ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเตรียมพร้อมเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่ายอย่างรอบด้าน.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
The founder of E! says Hollywood is still making content for the wrong screen
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
Mashable Tech
วันที่เผยแพร่
26 มิถุนายน 2569 เวลา 08:07

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

SK hynix แซง Samsung เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ด้วยความต้องการ HBM สำหรับ AIAI
25 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

SK hynix แซง Samsung เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ด้วยความต้องการ HBM สำหรับ AI

หุ้น SK hynix พุ่ง 5.6% ทำมูลค่าตลาด 2,080.4 ตรีลลิออนวอน แซง Samsung เนื่องจากความต้องการหน่วยความจำ HBM สูงจากระบบ AI และออเดอร์จาก Nvidia

Tom's Hardware7 นาที
Sony เปิดเผยการใช้ AI ในการพัฒนาเกมผ่านเอกสารต่อ SECAI
22 มิถุนายน 2569 เวลา 07:00

Sony เปิดเผยการใช้ AI ในการพัฒนาเกมผ่านเอกสารต่อ SEC

Sony ยืนยันว่าใช้ AI เพื่ออัตโนมัติกระบวนการทำซ้ำในขั้นตอนต่าง ๆ ของการพัฒนาเกม เช่น การเขียนโค้ด การทดสอบคุณภาพ และการสร้างโมเดล 3 มิติ.…

TechPowerUp6 นาที
DocLang สร้างมาตรฐานเอกสารใหม่ให้ AI อ่านได้โดยตรงAI
18 มิถุนายน 2569 เวลา 13:30

DocLang สร้างมาตรฐานเอกสารใหม่ให้ AI อ่านได้โดยตรง

กลุ่มทำงาน DocLang ภายใต้ Linux Foundation เปิดมาตรฐานเอกสารที่โครงสร้างอ่านได้โดย AI แทนมนุษย์.…

InfoWorld7 นาที
iOS 27 เปิดแอป Siri สแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhoneAI
16 มิถุนายน 2569 เวลา 05:00

iOS 27 เปิดแอป Siri สแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhone

iOS 27 เปิดตัวแอป Siri แยกเป็นสแตนด์อโลนบนหน้าจอหลักของ iPhone ทำให้ผู้ใช้เรียกใช้บริการ AI ได้โดยตรงจากไอคอนเดียว…

9to5Mac8 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!