พบส่วนขยาย Chrome ปลอมหลายร้อยรายการแอบส่งทราฟฟิกผ่าน SOCKS5 Proxy

ที่มาภาพ: BleepingComputer

Security-อ่าน 6 นาทีBleepingComputer

พบส่วนขยาย Chrome ปลอมหลายร้อยรายการแอบส่งทราฟฟิกผ่าน SOCKS5 Proxy

⚡ สรุป 30 วิ

นักวิจัยพบว่ามีส่วนขยายปลอมกว่า 737 รายการใน Chrome Web Store อ้างว่าเป็น VPN แต่ทำงานเป็นพร็อกซี่ SOCKS5.…

หลายร้อยส่วนขยายของ Google Chrome ที่อ้างว่าเป็นบริการ VPN หรือ Proxy ชื่อดัง ถูกค้นพบว่ามีการหลอกลวงผู้ใช้โดยส่งข้อมูลผ่านพร็อกซี่ SOCKS5 ของผู้ให้บริการเดียวที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดมีจำนวนเกิน 737 รายการ บน Chrome Web Store ซึ่งทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมออนไลน์ของตนเอง

Overview

ตามรายงานของ *BleepingComputer* นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ตรวจสอบ Chrome Web Store แล้วพบว่ามี มากกว่า 737 ส่วนขยาย ที่แสร้งทำเป็น VPN หรือ Proxy ของผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม การทำงานจริงของส่วนขยายนั้นไม่ได้ใช้เครือข่าย VPN แต่อย่างใด แต่จะส่งทราฟฟิกทั้งหมดของผู้ใช้ไปยังพร็อกซี่ SOCKS5 ที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการคนเดียวเดียว

ส่วนขยายเหล่านี้มักอธิบายตัวเองว่าเป็น “VPN ฟรี” หรือ “Proxy ปลอดภัย” เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเครื่องมือปกป้องข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต การใช้ชื่อและโลโก้ของบริการ VPN ที่มีอยู่จริงทำให้ผู้ใช้สับสนและติดตั้งโดยไม่สงสัย

Findings

นักวิจัยได้ทำการดาวน์โหลดและวิเคราะห์โค้ดของส่วนขยายหลายรายการ พบว่าทุกไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายต่าง ๆ จะเรียก API ของพร็อกซี่ SOCKS5 ที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน ซึ่งหมายความว่าแหล่งข้อมูลทั้งหมดถูกส่งผ่านจุดศูนย์กลางเดียว ทำให้ผู้ควบคุมเซิร์ฟเวอร์สามารถดักจับและอ่านข้อมูลที่ไม่ได้เข้ารหัสได้

นอกจากนี้ การตรวจสอบเมตาดาต้าของส่วนขยายยังเผยให้เห็นว่ามีการใช้ URL ที่ชี้ไปยังโดเมนของผู้ให้บริการพร็อกซี่เดียวกันในหลาย ๆ รายการ แม้ว่าชื่อแอปจะต่างกันก็ตาม ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า กลุ่มผู้โจมตี นี้ได้สร้างชุดส่วนขยายหลายร้อยฉบับโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน

Technical Details

ส่วนขยายเหล่านี้ทำงานโดยการตั้งค่า proxy settings ของเบราว์เซอร์ให้เชื่อมต่อผ่านพร็อกซี่ SOCKS5 ที่ระบุไว้ในไฟล์คอนฟิกของแต่ละส่วนขยาย โค้ด JavaScript ภายในจะจับทุกคำขอ HTTP/HTTPS แล้วส่งต่อไปยังพร็อกซี่โดยไม่มีการเข้ารหัสเพิ่มเติม นั่นหมายความว่าถ้าผู้ใช้เข้าเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS การเชื่อมต่อก็ยังคงถูกถอดรหัสและเข้ารหัสใหม่ที่เซิร์ฟเวอร์พร็อกซี่ก่อนจะถึงเว็บปลายทาง

การใช้ SOCKS5 ยังทำให้ผู้โจมตีสามารถดำเนินการ **MITM (Man‑In‑The‑Middle) บนทราฟฟิกที่ไม่ได้เข้ารหัส รวมถึงอาจแฝงโค้ดอันตรายหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลระหว่างทางได้อย่างง่ายดาย

Risks & Impact

ผู้ใช้ที่ติดตั้งส่วนขยายเหล่านี้เสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเช่น รายละเอียดบัญชีออนไลน์, คุกกี้การเข้าสู่ระบบ, และข้อมูลเครดิต การไหลของทราฟฟิกผ่านศูนย์กลางเดียวทำให้ จุดอ่อนด้านความเป็นส่วนตัว สูงขึ้นอย่างมาก

นอกจากผลกระทบต่อผู้ใช้ส่วนบุคคลแล้ว ธุรกิจและองค์กรที่อนุญาตให้พนักงานติดตั้งส่วนขยายเหล่านี้บนเครื่องทำงานก็อาจเผชิญกับการรั่วไหลของข้อมูลภายในบริษัท รวมถึงความเสี่ยงด้าน การละเมิดกฎระเบียบ เกี่ยวกับการปกป้องข้อมูล (เช่น GDPR หรือ PDPA)

Mitigation

Google ได้ออกคำแถลงว่า จะดำเนินการลบส่วนขยายที่ละเมิดนโยบายและอาจปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบของ Chrome Web Store เพื่อป้องกันการปล่อยซอฟต์แวร์ปลอมในอนาคต ผู้ใช้ควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปกป้องตัวเอง

  • ตรวจสอบผู้พัฒนา (developer) ของส่วนขยายและดูว่ามีการยืนยันบัญชีหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งส่วนขยายที่อ้างว่าเป็น VPN ฟรีโดยไม่มีรีวิวหรือดาวน์โหลดจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • หากสงสัยว่าติดตั้งแล้ว ให้ลบส่วนขยายทันทีและตรวจสอบการตั้งค่า proxy ของเบราว์เซอร์

องค์กรควรกำหนดนโยบายห้ามติดตั้งส่วนขยายที่ไม่ได้รับอนุมัติจากทีม IT และใช้เครื่องมือจัดการซอฟต์แวร์เพื่อสแกนหา extensions ที่ไม่เป็นมาตรฐาน

Industry Response

ผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำหลายรายได้ออกประกาศเตือนลูกค้าว่า ไม่มีส่วนใด ของพวกเขาที่อยู่ใน Chrome Web Store นี้และขอให้ผู้ใช้ตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาอย่างละเอียด นอกจากนี้ สถาบันความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกยังเริ่มทำการวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับกลไกของการสร้างส่วนขยายปลอมเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขให้กับแพลตฟอร์มอีโคซิสเต็ม

Summary

การพบ 737 ส่วนขยาย VPN ปลอมบน Chrome Web Store แสดงถึงช่องโหว่ในการตรวจสอบแอปพลิเคชันของตลาดส่วนขยาย และทำให้ผู้ใช้เผชิญความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรุนแรง ผู้ใช้งานและองค์กรควรระมัดระวังการติดตั้งจากแหล่งที่ไม่เชื่อถือได้ พร้อมตรวจสอบการตั้งค่า proxy อย่างสม่ำเสมอ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Hundreds of fake Chrome VPN extensions route traffic through a proxy
ผู้เขียน
Bill Toulas
แหล่ง
BleepingComputer
วันที่เผยแพร่
13 สิงหาคม 2569 เวลา 01:54

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริงSecurity
3 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริง

ศาลสหรัฐตัดสินให้ Google ชำระค่าชดเชยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ หลังฟ้องร้องว่า Incognito ไม่ปกป้องข้อมูลผู้ใช้อย่างแท้จริง. การอัปเดต Chrome…

Tom's Guide7 นาที
ช่องโหว่ Chrome อันตราย เปิดเบราว์เซอร์กลายเป็น BotnetSecurity
24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11:00

ช่องโหว่ Chrome อันตราย เปิดเบราว์เซอร์กลายเป็น Botnet

ช่องโหว่ใน Chromium ที่ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 2022 ยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เบราว์เซอร์อย่าง Chrome และ Edge กลายเป็น Botnet โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้กระทำการใดๆ

Android Authority4 นาที
Chrome เปิดฟีเจอร์ Device‑Bound Session Credentials ป้องกันการแฮกบัญชีผู้ใช้Security
-

Chrome เปิดฟีเจอร์ Device‑Bound Session Credentials ป้องกันการแฮกบัญชีผู้ใช้

Google Chrome เพิ่มความปลอดภัยด้วย Device‑Bound Session Credentials ซึ่งผูกคุกกี้เซสชันกับ TPM หรือ Secure Enclave ของอุปกรณ์…

Ars Technica8 นาที
AWS เปิดตัว Continuum ผสาน Claude Code และ OpenAI Codex เพื่อเสริมความปลอดภัยขั้นเขียนโค้ดSecurity
13 สิงหาคม 2569 เวลา 02:30

AWS เปิดตัว Continuum ผสาน Claude Code และ OpenAI Codex เพื่อเสริมความปลอดภัยขั้นเขียนโค้ด

AWS ประกาศที่งาน Black Hat USA 2026 ว่าแพลตฟอร์ม Continuum จะรวมการตรวจจับช่องโหว่กับ Claude Code ของ Anthropic และ Codex ของ OpenAI ภายใน IDE Kiro.…

VentureBeat8 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!