
ที่มาภาพ: Mashable Tech
ดาวเคราะห์ยักษ์ WD 1856 b อุ่นร้อนขึ้นหลังดาวแม่กลายเป็นดาวแคระสีขาว
⚡ สรุป 30 วิ
ทีมนักดาราศาสตร์ใช้กล้อง JWST ตรวจวัดบรรยากาศของดาวเคราะห์กะใหญ่ WD 1856 b รอบดาวแคระสีขาว พบอุณหภูมิสูงกว่าที่คาดและมีเมธานสูง…
กลุ่มนักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb Space Telescope บันทึกข้อมูลบรรยากาศของดาวเคราะห์กะใหญ่ WD 1856 b ที่โคจรรอบดาวแคระสีขาวซึ่งเป็นซากของดาวเทียมที่เหมือนดวงอาทิตย์แล้วตายไปหลายพันล้านปี การค้นพบทำให้เข้าใจว่าระบบดาวฤกษ์อาจมี “ชีวิตหลังความตาย” อย่างไรและอาจบ่งบอกถึงชะตากรรมของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราในอนาคตอันไกล้
Overview
ดาวเคราะห์ WD 1856 b อยู่ห่างจากโลกประมาณ 80 light‑years และเป็นหนึ่งในวัตถุแรกที่นักวิจัยสามารถวัดสเปกตรัมบรรยากาศได้อย่างละเอียดเมื่อมันโคจรรอบดาวแคระสีขาว การสังเกตนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และถือเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาว่าดาวเคราะห์สามารถอยู่รอดและเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังจากดวงอาทิตย์ของพวกมันสิ้นสุดการเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์
จากข้อมูลของ JWST พบว่า WD 1856 b มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 250 °F (ประมาณ 120 °C) แม้ว่าแหล่งพลังงานของดาวแคระสีขาวที่มันโคจรอยู่นั้นค่อนข้างอ่อนแรง การมีอุณหภูมิที่สูงกว่าที่คาดไว้จึงทำให้ต้องอธิบายกลไกการสร้างความร้อนภายในของดาวเคราะห์นี้
Observation & Measurements
ทีมวิจัยใช้สเปกตรัมในช่วงใกล้อินฟราเรดของ JWST เพื่อตรวจจับสสารในบรรยากาศของดาวเคราะห์ พบว่ามี methane ปริมาณสูงพร้อมกับชั้นเมฆแบบหมอกที่ยังไม่ทราบส่วนประกอบที่แน่ชัด การตรวจจับสารเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าดาวเคราะห์ยังคงมีบรรยากาศที่คงอยู่หลังจากผ่านขั้นตอนการสูญเสียพลังงานจากดาวแม่
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงของความสว่างระหว่างการผ่านหน้าดาวแคระสีขาวทำให้สามารถคำนวณอัตราการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์และอายุของระบบได้อย่างแม่นยำ นักดาราศาสตร์อ้างอิงว่า “เป็นการมองอนาคตของระบบสุริยะของเราโดยใช้กล้องโทรทรรศน์เป็นเครื่องย้อนเวลา” (Ryan J. MacDonald, University of St. Andrews)
Planetary Characteristics
- มวล: ประมาณ 4‑11 เท่ามวลของดาวพฤหัสบดี**
- เส้นผ่าศูนย์กลาง: มีรัศมีประมาณ 8 เท่าของดาวแคระสีขาว** ทำให้ระบบดาวเคราะห์‑ดาวแม่มีอัตราส่วนขนาดที่แปลกใหม่
- อัตราการหมุน: เนื่องจากอยู่ใกล้ดาวแม่มาก ทำให้รอบหนึ่งของดาวเคราะห์มีระยะเวลาน้อยกว่า สองวัน**
ลักษณะเหล่านี้ทำให้ WD 1856 b ถือเป็น “ดาวเคราะห์ยักษ์ที่อยู่ในวงโคจรใกล้สุดของดาวแคระสีขาว” ซึ่งแตกต่างจากดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ปกติที่มักมีรอบปีหลายสิบหรือหลายร้อยวัน
Orbital Evolution
การวิจัยชี้ให้เห็นว่า WD 1856 b ไม่ได้ตั้งอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันตั้งแต่ขั้นตอนที่ดาวแม่กลายเป็นดาวแคระสีขาว แต่คาดว่ามีการย้ายตำแหน่งภายในระยะเวลา 3‑5.5 พันล้านปี หลังจากดาวแม่สลายสภาพ นักดาราศาสตร์เสนอว่ากระบวนการนี้อาจเกิดจากแรงดึงของดาวสองดวงที่ยังคงอยู่ในระบบสามดวง (triple star system) ทำให้ดาวเคราะห์ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ดาวแคระสีขาว
เมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนเข้ามาใกล้แรงดึงของดาวแม่จะทำให้โครงสร้างภายในของมันถูกบีบอัดและยืดหยุ่น (tidal flexing) ส่งผลให้เกิดความร้อนภายในเพิ่มขึ้น ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมอุณหภูมิของ WD 1856 b ถึงสูงกว่าที่คาดไว้แม้แหล่งพลังงานจากดาวแคระสีขาวจะอ่อนแรง
Implications for Solar System
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์อาจรอดชีวิตและมีการพัฒนาสภาพใหม่หลังจากดาวแม่สิ้นสุดชีวิต แม้ว่าในกรณีของระบบสุริยะของเรา ดาวเคราะห์ใกล้ ๆ อย่าง Mercury และ Venus จะถูกกลืนกินโดยดาวแดงขนาดยักษ์ แต่ดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลกว่าอาจยังคงอยู่และอาจประสบกับการเคลื่อนย้ายวงโคจรในช่วงที่ดาวแม่เป็นดาวแคระสีขาว
การที่ดาวเคราะห์อาจยังคงมีอุณหภูมิที่พออาศัยได้หลังจากดาวแม่ตายแล้ว ทำให้ขอบเขตของ “เขตที่อยู่อาศัยได้” (habitable zone) ในจักรวาลอาจกว้างขวางกว่าที่เคยคิดไว้ นักวิจัยจึงตั้งเป้าหมายที่จะใช้ JWST ค้นหาเพิ่มเติมในระบบดาวแคระสีขาวอื่น ๆ เพื่อประเมินความหลากหลายของดาวเคราะห์ในสภาวะ “หลังความตาย”
Future Research
ทีมวิจัยวางแผนต่อเนื่องในการสังเกตระบบดาวแคระสีขาวที่มีดาวเคราะห์โคจรด้วยกล้อง JWST เพื่อตรวจสอบส่วนผสมของเมฆและสารเคมีอื่น ๆ ในบรรยากาศ รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิของดาวเคราะห์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา “การตายของดาวฤกษ์ไม่ได้เป็นจุดจบ” (Ryan J. MacDonald) คำกล่าวนี้สรุปแนวคิดว่าจักรวาลอาจเต็มไปด้วยโลกที่ยังคงดำรงชีวิตต่อไปแม้หลังจากดาวแม่ของมันสูญสลาย
Summary
การตรวจจับบรรยากาศของดาวเคราะห์ WD 1856 b รอบดาวแคระสีขาวโดย JWST เปิดเผยว่าดาวเคราะห์บางดวงสามารถรอดชีวิตและร้อนขึ้นได้หลังจากดาวแม่ตาย การค้นพบนี้ขยายความเข้าใจเกี่ยวกับชะตากรรมของระบบดาวฤกษ์และเพิ่มโอกาสให้มีโลกที่อาจอาศัยได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายยิ่งขึ้น.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- A giant planet beat the odds and actually got hotter after its star died
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- Mashable Tech
- วันที่เผยแพร่
- 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:00



