GIMP 0.54 เก่าแก่กลับมามีชีวิตใหม่ใน Flatpak บน Linux สมัยใหม่

ที่มาภาพ: The Register

Software-อ่าน 7 นาทีThe Register

GIMP 0.54 เก่าแก่กลับมามีชีวิตใหม่ใน Flatpak บน Linux สมัยใหม่

⚡ สรุป 30 วิ

GIMP รุ่นแรกจากปี 1996 ถูกบรรจุเป็น Flatpak ทำให้รันบน Linux สมัยใหม่และ Wayland ได้ง่าย แม้ไม่มีฟีเจอร์สมัยใหม่…

GIMP 0.54 รุ่นแรกที่เปิดให้ใช้งานสาธารณะตั้งแต่ปี 1996 ได้กลับมามีชีวิตใหม่ในรูปแบบ Flatpak ทำให้สามารถรันบนระบบ Linux แบบ x86‑64 สมัยใหม่และบน Wayland ได้โดยไม่ต้องจัดการกับไลบรารีที่มีอายุเกือบสามทศวรรษ การเปิดตัวนี้ไม่ได้มุ่งหมายให้เป็นเครื่องมือแก้ไขภาพสมัยใหม่ แต่เป็นการให้ผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ซอฟต์แวร์ได้สัมผัสประสบการณ์ “ยูนิกซ์สมัยก่อน” อีกครั้ง

Overview

การเผยแพร่ GIMP 0.54 ผ่าน Flatpak ทำให้ผู้ใช้ Linux สามารถติดตั้งและใช้งานโปรแกรมที่ถูกพัฒนามาเมื่อปี 1996 ได้โดยตรงบนเดสก์ท็อปสมัยใหม่ แม้ว่าแอปพลิเคชันนี้ยังคงทำงานบน X11 แต่ผู้พัฒนาได้เพิ่มความเข้ากันได้กับ Wayland ผ่านตัวจัดการ Flatpak ทำให้ไม่จำเป็นต้องค้นหาและคอมไพล์ไลบรารีเดิมที่อาจจะไม่มีให้บริการแล้ว การติดตั้งจึงกลายเป็นกระบวนการ “หนึ่งคลิก” เท่านั้น

แม้ว่า GIMP 0.54 จะไม่มีฟีเจอร์สมัยใหม่เช่นการตรวจจับขอบหรือการเติมเต็มแบบสร้างสรรค์ (generative fill) แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือแก้ไขภาพที่มีน้ำหนักเบาและอยากสำรวจประวัติของซอฟต์แวร์กราฟิกแบบเปิดเผย โครงการนี้ให้คุณค่าที่เหนือกว่าการใช้งานจริงในงานผลิตสื่อ

Historical Context

เมื่อแรกเปิดตัว GIMP ใช้ Motif เป็นชุดเครื่องมือ GUI ซึ่งเป็นมาตรฐานบน X11 ในยุคนั้น แต่ Motif ไม่ได้เปิดเผยภายใต้ใบอนุญาตเสรีจนถึงปี 2012 ทำให้การกระจายซอฟต์แวร์และการพัฒนาปลั๊กอินเป็นเรื่องยากลำบาก ความจำเป็นนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ก่อตั้ง GNOME เลือกพัฒนา GTK แทน Motif

ในเวอร์ชันต่อมาคือ GIMP 0.60 ผู้ร่วมสร้าง Peter Mattis ได้พัฒนา gtk (Gimp Tool Kit) และ gdk (Gimp Drawing Kit) เพื่อตอบสนองต่อความไม่พอใจต่อ Motif แม้ว่าเขาไม่ตั้งใจให้ชุดเครื่องมือเหล่านี้กลายเป็นแพลตฟอร์มทั่วไป แต่ในที่สุด GTK ก็กลายเป็นหัวใจของเดสก์ท็อป GNOME และต่อเนื่องมาถึง GTK 4 ในปัจจุบัน

Technical Details of the Flatpak Revival

การบรรจุ GIMP 0.54 ลงใน Flatpak จำเป็นต้องทำการ “สติก” ไลบรารีเดิมทั้งหมด เช่น libX11, libMotif, และส่วนอื่น ๆ ที่เคยใช้ในยุค 1990‑s ให้ทำงานได้บนสภาพแวดล้อมสมัยใหม่ ตัวจัดการ Flatpak จัดการกับการแยก sandbox และการเชื่อมต่อกับ Wayland โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของไดรเวอร์หรือการตั้งค่าระบบ

คุณลักษณะหลักของ GIMP 0.54 ที่ยังคงอยู่ ได้แก่

  • Deep etching แบบไม่ใช้เลเยอร์ – สามารถแยกวัตถุจากพื้นหลังได้แต่ต้องทำแบบทำลายข้อมูล (destructive)
  • Clone stamp – เครื่องมือคัดลอกส่วนของภาพซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเทคโนโลยีการรีทัชระดับสูง
  • อินเทอร์เฟซที่ใช้ Motif – ให้ความรู้สึกแบบ “คลาสสิก” แต่ค่อนข้างหยาบและไม่ตอบสนองต่อความละเอียดจอสูง

แม้ว่าฟีเจอร์เหล่านี้จะดูล้าสมัยเมื่อเทียบกับ GIMP 3.x เวอร์ชันล่าสุด (GIMP 3.2.4 released mid‑April 2026) แต่การทำให้มันทำงานได้บนระบบปัจจุบันเป็นการพิสูจน์ความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์อย่าง Flatpak

Evolution of GIMP Toolkits

การเปลี่ยนจาก Motif ไปสู่ GTK มีผลกระทบต่อทั้งอีโคซิสเต็มของ Linux อย่างกว้างขวาง หลังจากที่ Motif เปิดเผยเป็นซอฟต์แวร์เสรีในปี 2012 ความนิยมของมันก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักพัฒนาต่างหันไปใช้ GTK หรือ Qt ซึ่งให้การสนับสนุนหลายภาษาและการทำงานบนระบบใหม่ ๆ

ในช่วงแรกของการพัฒนา GTK มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน GNOME เท่านั้น แต่ต่อมาได้ขยายไปยังหลายโครงการเปิดอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนา GTK 2 ที่ยังคงถูกฟอร์กโดยชุมชนบางส่วน เนื่องจากข้อจำกัดด้านธีมมิ่งและ HiDPI ตัวอย่างเช่น ฟอร์กของ GTK 2 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ และการยังคงมี GTK 1 อยู่ในโครงการเช่น CinePaint ที่ผู้พัฒนา Robin Rowe รักษาไว้บน GitLab

การเลือกใช้ GTK แทน Motif ยังสะท้อนถึงการตัดสินใจของโครงการ GNOME ที่มองว่าการใช้ไลบรารีที่เป็น FOSS จะส่งเสริมการพัฒนาแบบเปิดและการสนับสนุนหลายภาษาได้ดีกว่า Qt ที่บังคับให้ใช้ C++ หรือ Python

Community and Ecosystem Impact

การเปิดตัว GIMP 0.54 ผ่าน Flatpak ไม่ได้มีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ แต่เป็นสัญญาณว่าชุมชนโอเพนซอร์สยังคงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ซอฟต์แวร์รุ่นเก่า การทำให้ซอฟต์แวร์ที่อายุเกือบ 30 ปีสามารถทำงานบนระบบปัจจุบันได้ช่วยส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการของ UI/UX บนระบบ Unix

นอกจากนี้ การอ้างอิงถึงเครื่องมือ GUI เก่าเช่น Motif, Tcl/Tk 9, และ FLTK ที่กลับมามีการอัปเดตหลังจากหลายปีแสดงให้เห็นว่ามีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับตัวให้เข้ากับ HiDPI และ Wayland แม้ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็ก การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ยังคงมีผลต่อการออกแบบเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ที่ต้องการความเข้ากันได้ข้ามแพลตฟอร์ม

สุดท้าย การที่ GIMP 3.2 ได้รับการอัปเดตบ่อยครั้ง (ล่าสุด 3.2.4 ในเมษายน 2026) แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาหลักของโครงการยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน การรักษา GIMP 0.54 ไว้ในรูปแบบ Flatpak ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจ “เส้นทางที่อาจเป็น” ของกราฟิกซอฟต์แวร์บน Unix ได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเทคนิค

Summary

การเปิดตัว GIMP 0.54 บน Flatpak ทำให้ซอฟต์แวร์กราฟิกจากปี 1996 สามารถทำงานบน Linux สมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่มีฟีเจอร์สมัยใหม่ แต่โครงการนี้ให้คุณค่าแก่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ซอฟต์แวร์และชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือ GUI ตั้งแต่ Motif ไปจนถึง GTK ในยุคปัจจุบัน.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Blast from the past as GIMP 0.54 is revived in Flatpak form
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
23 มิถุนายน 2569 เวลา 17:45

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Linux 7.2 ยุติการสนับสนุนการ์ดกราฟิกอายุ 44 ปี จากยุค 1970‑1979Software
19 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00

Linux 7.2 ยุติการสนับสนุนการ์ดกราฟิกอายุ 44 ปี จากยุค 1970‑1979

การอัปเดตคอร์เคอร์เนล Linux 7.2 ลบไดรเวอร์ GPU ที่เปิดตัวในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ทำให้การ์ดกราฟิกอายุ 44 ปีไม่สามารถบูตได้อีกต่อไป…

XDA Developers6 นาที
ย้ายโค้ดสามบรรทัดใน Linux 7.2 เพิ่มความเร็วการจัดเก็บ 5%Software
18 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00

ย้ายโค้ดสามบรรทัดใน Linux 7.2 เพิ่มความเร็วการจัดเก็บ 5%

การย้ายโค้ดเพียงสามบรรทัดในเคอร์เนล Linux 7.2 ทำให้ความเร็วการอ่าน‑เขียนข้อมูลเพิ่มประมาณ 5% ทั้งใน SSD NVMe และ SATA การปรับปรุงนี้แสดงให้เห็นว่าการ…

XDA Developers6 นาที
Microsoft เปิด Coreutils สำหรับ Windows อย่างเป็นทางการที…Software
16 มิถุนายน 2569 เวลา 20:00

Microsoft เปิด Coreutils สำหรับ Windows อย่างเป็นทางการที…

Microsoft เปิดตัว Coreutils for Windows ที่ Build 2026 ทำให้ผู้ใช้ Windows ใช้คำสั่ง Unix‑like อย่าง ls, cp, grep ใน PowerShell หรือ Command Prompt ได้โดยตรง…

XDA Developers6 นาที
FactoriOS ดิสทริบิวชันลินุกซ์ที่ทำให้ Factorio รันเร็วที่สุดSoftware
9 มิถุนายน 2569 เวลา 23:30

FactoriOS ดิสทริบิวชันลินุกซ์ที่ทำให้ Factorio รันเร็วที่สุด

FactoriOS เป็นดิสทริบิวชันลินุกซ์แบบ single‑purpose ที่บูตเข้าสู่ Factorio โดยอัตโนมัติ ลด overhead ของระบบเดสก์ท็อป ทำให้ CPU‑GPU ใช้ทรัพยากรกับเกมเต็มที่…

XDA Developers7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!