Google เปิดตัวโมเดล Gemini 3.5 ใหม่ 3 รุ่น รวม Flash, Flash‑Lite และ Cyber พร้อมแผนเปิดใช้ Pro

ที่มาภาพ: Android Authority

AI-อ่าน 7 นาทีAndroid Authority

Google เปิดตัวโมเดล Gemini 3.5 ใหม่ 3 รุ่น รวม Flash, Flash‑Lite และ Cyber พร้อมแผนเปิดใช้ Pro

⚡ สรุป 30 วิ

Google แถลงเปิดตัวตระกูล Gemini 3.5 ใหม่สามรุ่น ได้แก่ Gemini 3.6 Flash, Flash‑Lite และ Flash Cyber เพื่อเร่งความเร็วและลดการใช้ token ใน CodeMender.…

Google ประกาศเปิดตัวตระกูลโมเดล Gemini 3.5 ใหม่สามรุ่น ได้แก่ Gemini 3.6 Flash, Gemini 3.5 Flash‑Lite และ Gemini 3.5 Flash Cyber พร้อมอัปเดตแผนการเปิดให้ใช้ Gemini 3.5 Pro อย่างกว้างขวางในเร็ว ๆ นี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลเหล่านี้มีความสำคัญต่อผู้พัฒนาและองค์กรที่พึ่งพา AI ในงานเขียนโค้ดและกระบวนการทำงานอัตโนมัติ

Overview

Google เปิดตัว Gemini 3.6 Flash ภายในระบบ CodeMender หลังจากที่เพียงสองเดือนที่ผ่านมาได้เผย Gemini 3.5 Flash ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นโมเดลเร็วที่สุดของบริษัท การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้สื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Google ในการต่อเนื่องพัฒนา AI ให้ตอบสนองต่อความต้องการด้านประสิทธิภาพและต้นทุนในการใช้งาน

นอกจาก Gemini 3.6 Flash แล้ว Google ยังเพิ่มสองโมเดลเสริมคือ Gemini 3.5 Flash‑Lite และ Gemini 3.5 Flash Cyber ทั้งสามรุ่นถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันใน CodeMender ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเขียนโค้ดอัตโนมัติและช่วยเหลือด้านความรู้

บริษัทได้ระบุว่าแผนการเปิดให้ใช้ Gemini 3.5 Pro อย่างกว้างขวางจะเริ่มต้นในช่วงใกล้ ๆ นี้ และทีมวิจัยกำลังดำเนินการฝึกโมเดลรุ่นต่อไปคือ Gemini 4 อยู่แล้ว

New Model Line‑up

Gemini 3.6 Flash ถูกตั้งเป็น “workhorse” ของตระกูล Flash โดยมุ่งเน้นที่ความเร็วและประสิทธิภาพในงานเขียนโค้ด การทำงานของโมเดลนี้ยังครอบคลุมการประมวลผลหลายรูปแบบ (multimodal) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

Gemini 3.5 Flash‑Lite เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต้องการทรัพยากรน้อยกว่า แต่ยังคงรักษาความแม่นยำระดับสูงไว้ได้ ส่วน Gemini 3.5 Flash Cyber มุ่งเน้นที่การจัดการงานที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์โค้ดขนาดใหญ่หรือกระบวนการทำงานหลายขั้นตอน

ทั้งสามรุ่นถูกเปิดให้เข้าถึงผ่าน CodeMender ทำให้นักพัฒนาสามารถเลือกโมเดลตามความต้องการของโปรเจกต์โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

Efficiency Gains

Google ระบุว่า Gemini 3.6 Flash ใช้ output token น้อยลงราว 17 % เมื่อเทียบกับ Gemini 3.5 Flash** ตามข้อมูลจาก Artificial Analysis Index ซึ่งหมายความว่าการสื่อสารผลลัพธ์ระหว่างโมเดลและผู้ใช้จะต้องใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

การลดจำนวน token ยังส่งผลให้โมเดลต้องทำขั้นตอน reasoning และเรียกใช้งานเครื่องมือ (tool calls) น้อยลง ทำให้เวลาตอบสนองเร็วขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านคอมพิวเตอร์ลดลงโดยตรง

  • **Output token usage:  17 % vs. Gemini 3.5 Flash
  • **Reasoning steps: ลดจำนวนขั้นตอนใน workflow หลายขั้นตอน
  • **Tool calls: จำเป็นต้องเรียกใช้น้อยกว่าเดิม

การปรับปรุงเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่มีปริมาณคำขอสูง เนื่องจากจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มความเสถียรของระบบ

Upcoming Gemini 4 & Pro Rollout

แม้ว่า Gemini 3.6 Flash จะเป็นรุ่นล่าสุดที่เปิดให้ใช้งานอย่างกว้างขวางแล้ว Google ก็ได้ยืนยันว่าทีมกำลังอยู่ในขั้นตอนการ pre‑training ของ Gemini 4 ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอความสามารถใหม่ ๆ เช่น การเข้าใจบริบทที่ลึกซึ้งขึ้นและประสิทธิภาพด้าน multimodal ที่ดียิ่งกว่า

ในขณะเดียวกัน Google มีแผนที่จะเปิดให้บริการ Gemini 3.5 Pro แก่ผู้ใช้ทั่วไปในเร็ว ๆ นี้ โดยยังไม่มีการระบุวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ การเปิดใช้งาน Pro จะช่วยให้ผู้พัฒนาที่ต้องการความแม่นยำสูงและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าโมเดลพื้นฐานสามารถเข้าถึงได้โดยตรง

การวางแผนของ Google นี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ในการสร้างชั้นบริการหลายระดับ (tiered service) เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรขนาดใหญ่

Impact on Developers and Enterprises

โมเดล Gemini 3.6 Flash และรุ่นเสริมที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้กระบวนการพัฒนาโค้ดอัตโนมัติเร็วขึ้น โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้หลายขั้นตอนเช่น การตรวจสอบข้อผิดพลาด การ refactor โค้ด หรือการสร้างเอกสารประกอบเทียบกับโมเดลก่อนหน้า

สำหรับองค์กรที่มีปริมาณคำขอ AI สูง ความสามารถในการลด token usage ถึง 17 % จะส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายของคลาวด์และการจัดสรรทรัพยากรคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ การเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ทำให้บริษัทที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสามารถอัปเกรดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละรุ่นกับลักษณะงานของตน เนื่องจากโมเดล Flash‑Lite มีทรัพยากรจำกัดอาจไม่เพียงพอสำหรับโครงการที่ซับซ้อน ในขณะที่ Flash Cyber เหมาะกับการทำงานหนักและการประมวลผลหลายขั้นตอน

Summary

Google เปิดตัว Gemini 3.6 Flash, Gemini 3.5 Flash‑Lite และ Gemini 3.5 Flash Cyber พร้อมอัปเดตแผนการเปิดให้ใช้ Gemini 3.5 Pro อย่างกว้างขวางและเริ่มฝึกโมเดลต่อไปคือ Gemini 4 การปรับปรุงประสิทธิภาพโดยลด output token usage ถึง 17 % มีผลต่อค่าใช้จ่ายและความเร็วของงานพัฒนาโค้ดในระดับองค์กร.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Google expands Gemini 3.5 line with trio of new models — and shares an update on Gemini 3.5 Pro
ผู้เขียน
Ryan McNeal
แหล่ง
Android Authority
วันที่เผยแพร่
22 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:32

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Spotify ผสาน Gemini กับแว่น Android XR เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์แบบจับภาพอัตโนมัติAI
11 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:30

Spotify ผสาน Gemini กับแว่น Android XR เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์แบบจับภาพอัตโนมัติ

Spotify กำลังพัฒนา Gemini ให้ทำงานร่วมกับแว่นตา Android XR ของ Google เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์ส่วนบุคคลโดยใช้การจับภาพจากกล้อง.…

Android Authority6 นาที
Gmail เปิด AI Inbox ใหม่ ช่วยสรุปเมลและตอบอัตโนมัติอย่างยอดเยี่ยมAI
24 มิถุนายน 2569 เวลา 17:00

Gmail เปิด AI Inbox ใหม่ ช่วยสรุปเมลและตอบอัตโนมัติอย่างยอดเยี่ยม

Google Workspace นำ AI Inbox ที่ใช้โมเดล Gemini มาให้ผู้ใช้สรุปอีเมลและแนะนำการตอบอย่างรวดเร็ว แม้บางครั้งอาจสรุปไม่ครบ แต่ช่วยลดเวลาอ่านเมลอย่างมีนัยสำคัญ

Android Authority7 นาที
Gemini แทน Google Assistant ช่วยให้ระบบ Google Home และอุปกรณ์ Nest ทำงานได้เต็มที่AI
22 มิถุนายน 2569 เวลา 16:30

Gemini แทน Google Assistant ช่วยให้ระบบ Google Home และอุปกรณ์ Nest ทำงานได้เต็มที่

การนำ Gemini มาแทน Google Assistant ใน Google Home ทำให้ระบบสมาร์ทโฮมเสถียรขึ้นและอุปกรณ์ Nest รุ่นเก่ากลับทำงานได้เต็มที่ตามมาตรฐาน Matter…

Android Authority5 นาที
Google เปิดตัว DiffusionGemma โมเดลภาษาเปิดน้ำหนักใช้เทคน…AI
14 มิถุนายน 2569 เวลา 01:30

Google เปิดตัว DiffusionGemma โมเดลภาษาเปิดน้ำหนักใช้เทคน…

Google เปิดตัวโมเดลภาษา DiffusionGemma ที่ใช้เทคนิค diffusion จากโมเดลสร้างภาพ ทำให้การสร้างข้อความเร็วขึ้นหลายเท่าโดยใช้หน่วยความจำเพียง 18 GB. โมเดล…

The Register7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!