Google เปิดให้ผู้ใช้ปิด Watermark ของ Gemini ได้แล้ว

ที่มาภาพ: The Verge

AI-อ่าน 6 นาทีThe Verge

Google เปิดให้ผู้ใช้ปิด Watermark ของ Gemini ได้แล้ว

⚡ สรุป 30 วิ

ตอนนี้ผู้ใช้สามารถสลับการแสดง Media watermark ในวิดีโอและภาพที่สร้างด้วย Gemini ผ่านการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว ไฟล์ยังคงมี invisible SynthID และเมตาดาต้า C2PA…

Google เปิดให้ผู้ใช้ปิด watermark ที่ปรากฏบนภาพ วิดีโอ และเพลงที่สร้างด้วย AI ของ Gemini ได้แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์และนักสร้างสรรค์สามารถเลือกใช้ “Media watermark” แบบเปิดหรือปิดตามความต้องการของตนเอง ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการยืนยันความเป็นต้นฉบับของเนื้อหา AI ในตลาดดิจิทัล

Overview

Google แถลงว่าการอัปเดตล่าสุดทำให้ผู้ใช้สามารถสลับ Media watermark ใน Gemini และเครื่องสร้างวิดีโอ AI ของบริษัทที่ชื่อ Flow ได้โดยตรง เมื่อตั้งค่าเป็น “off” ระบบจะลบไอคอน “sparkle” ที่เคยปรากฏด้านขวาล่างของไฟล์ที่ผลิตจากโมเดล Nano Banana และ Omni

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เนื้อหา AI ปราศจากเครื่องหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่จะไม่มี watermark ที่มองเห็นได้ต่อสายตาเท่านั้น Google ยืนยันว่าไฟล์ที่สร้างยังคงมี invisible SynthID watermark และเมทาดาต้า C2PA ฝังอยู่ในพื้นหลังเพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งกำเนิดได้ในภายหลัง

ตามคำกล่าวของ Josh Woodward, รองประธาน Google Labs, Gemini และ AI Studio การรักษาเครื่องหมายที่มองไม่เห็นเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความโปร่งใสของบริษัท และช่วยป้องกันการนำเนื้อหา AI ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำให้เกิดการหลอกลวง

Technical Details

SynthID เป็นระบบฝังลายน้ำดิจิทัลแบบไม่ปรากฏบนภาพซึ่งบันทึกข้อมูลเฉพาะของโมเดลและสภาพแวดล้อมการสร้าง ช่วยให้นักพัฒนาและผู้ตรวจสอบสามารถใช้เครื่องมือที่สนับสนุน C2PA เพื่อตรวจจับว่าไฟล์นั้นมาจาก AI ของ Google หรือไม่

เมตาดาต้า **C2PA (Coalition for Content Provenance and Authenticity) จะบันทึกข้อมูลเช่น เวอร์ชันโมเดล, เวลาและที่อยู่ IP ที่ใช้ในการสร้างเนื้อหา ซึ่งอาจถูกเรียกดูผ่านซอฟต์แวร์ตรวจสอบต้นฉบับโดยผู้ใช้งานหรือแพลตฟอร์มออนไลน์

การเปิด/ปิด Media watermark ทำได้จากหน้าการตั้งค่าใน Gemini และ Flow เพียงสวิตช์เดียว ไม่ต้องทำขั้นตอนเพิ่มเติม ซึ่ง Google ระบุว่าเป็น “user‑friendly toggle” เพื่อให้ผู้สร้างสามารถควบคุมระดับการเปิดเผยข้อมูลตามนโยบายของตน

Policy Context

ก่อนหน้านี้ Google ใช้นโยบายที่บังคับให้ watermark ปรากฏบนทุกไฟล์ AI เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อสู้กับการทำ deepfake และการละเมิดลิขสิทธิ์ การเปิดตัวตัวเลือก “off” นี้สะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ต้องสมดุลระหว่าง transparency กับ creative freedom

แม้ว่า watermark ที่มองเห็นได้จะถูกทำให้เป็นทางเลือก แต่ Google ยังคงยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกการใช้เครื่องหมายลับในพื้นหลัง ทั้งนี้เพื่อให้ยังคงสอดคล้องกับข้อกำหนดของหลายประเทศที่กำหนดให้ผู้ผลิต AI ต้องบ่งชี้แหล่งกำเนิดของเนื้อหาอย่างชัดเจน

องค์กรบางแห่งอาจมองว่าการทำให้ watermark ปรากฏได้เป็น optional อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ภาพหรือวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม Google ชี้ว่าเครื่องหมายลับยังคงอยู่และสามารถตรวจสอบได้หากจำเป็น

Industry Impact

นักสร้างสรรค์ดิจิทัลหลายกลุ่มมองว่าการที่ watermark ปรากฏได้สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนดู “น่าเชื่อถือน้อยลง” ในขณะเดียวกัน การมี invisible watermark ช่วยให้พวกเขายังสามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของผลงานได้เมื่อจำเป็น

บริษัทสื่อและแพลตฟอร์มโซเชียลอาจต้องปรับกระบวนการตรวจสอบเพื่อรองรับเมทาดาต้า C2PA ที่ฝังอยู่ในไฟล์ AI ของ Google การสนับสนุนมาตรฐานนี้อาจทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือใหม่ที่ช่วยแยกแยะเนื้อหา AI จากสื่อแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการสร้างคอนเทนท์โดยไม่ต้องมี watermark ปรากฏบนหน้าจออาจพบว่าการตั้งค่าดังกล่าวทำให้ผลงานของพวกเขามีลักษณะ “สะอาด” มากขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นการนำ AI ไปใช้ในงานโฆษณาและออกแบบกราฟิกที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ

Future Outlook

Google ยังคงบ่งชี้ว่าจะต่อยอดฟังก์ชัน watermark ทั้งแบบมองเห็นได้และไม่มองเห็นในผลิตภัณฑ์ AI อื่นๆ ของบริษัท รวมถึงการขยายระบบ SynthID ให้รองรับไฟล์ประเภทใหม่เช่น 3D models หรือ audio synthesis

การตัดสินใจให้ผู้ใช้เลือกปิด watermark ปรากฏอาจกระตุ้นให้คู่แข่งในตลาด AI พิจารณาปรับนโยบายคล้ายกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของนักสร้างสรรค์และลดข้อกังวลด้านการระบุแหล่งที่มาของเนื้อหา

อย่างไรก็ตาม การรักษามาตรฐาน C2PA และการพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของกฎระเบียบเกี่ยวกับ AI ในระดับสากลในปีต่อ ๆ ไป

Summary

Google เปิดให้ผู้ใช้ Gemini ปิด watermark ที่มองเห็นได้โดยยังคงฝัง SynthID และเมตาดาต้า C2PA ไว้ด้านหลัง เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเป็นเจ้าของเนื้อหา การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อการใช้งานของนักสร้างสรรค์ดิจิทัลและอาจส่งผลให้มาตรฐานตรวจสอบ AI ถูกนำไปใช้กว้างขวางยิ่งขึ้น.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
You can now turn off Google Gemini’s visible watermarks
ผู้เขียน
Emma Roth
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
14 สิงหาคม 2569 เวลา 23:39

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทดสอบโมเดลสร้างภาพ AI ของ Meta กับ ChatGPT และ Nano Banana 2 – ผลลัพธ์ที่ทำให้ต้องประหลาดใจAI
15 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:30

ทดสอบโมเดลสร้างภาพ AI ของ Meta กับ ChatGPT และ Nano Banana 2 – ผลลัพธ์ที่ทำให้ต้องประหลาดใจ

Meta เปิดตัวโมเดลสร้างภาพใหม่เพื่อเปรียบเทียบกับ ChatGPT ของ OpenAI และ Nano Banana 2 ของ Google Gemini โดยใช้คำสั่งเดียวกัน 5 ครั้ง…

TechRadar7 นาที
เคยเกลียดการวิ่ง แต่ Gemini กับ Garmin ทำให้ฉันเริ่มรักการวิ่งครั้งแรก.AI
-

เคยเกลียดการวิ่ง แต่ Gemini กับ Garmin ทำให้ฉันเริ่มรักการวิ่งครั้งแรก.

ผู้เขียนใช้ Google Gemini เป็นโค้ช AI พร้อมสวม Garmin Forerunner 170 Music เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน City2Surf ระยะ 14 กม.…

TechRadar7 นาที
จากผู้สงสัย AI สู่การใช้ Gemini กับ ChatGPT ระบุพืชในสวนได้อย่างแม่นยำAI
-

จากผู้สงสัย AI สู่การใช้ Gemini กับ ChatGPT ระบุพืชในสวนได้อย่างแม่นยำ

ผู้เขียนทดลองใช้ Google Gemini และ ChatGPT ระบุพืชในสวน Arundel Castle พบว่าโมเดลทั้งสองให้ชื่อและลักษณะสำคัญของพืชภายในไม่กี่วินาที…

Tom's Guide6 นาที
Comet ผสาน AI ของ Perplexity เข้ากับ Chromium ให้ทำงานหลายแท็บโดยตรงในเบราว์เซอร์AI
16 สิงหาคม 2569 เวลา 01:00

Comet ผสาน AI ของ Perplexity เข้ากับ Chromium ให้ทำงานหลายแท็บโดยตรงในเบราว์เซอร์

Comet นำ AI ของ Perplexity มาฝังในเบราว์เซอร์ Chromium ทำให้ผู้ใช้สามารถสรุปหน้าเว็บและตอบคำถามหลายแท็บได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าที่กำลังกด ความเร็วของ Chromium…

TechSpot5 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!