Google พุ่งไฟฟ้าใช้เพิ่มเป็นเลขฐานสิบสองเท่า เนื่องจากโครงข่าย AI GenAI

ที่มาภาพ: PC Gamer

AI-อ่าน 9 นาทีPC Gamer

Google พุ่งไฟฟ้าใช้เพิ่มเป็นเลขฐานสิบสองเท่า เนื่องจากโครงข่าย AI GenAI

⚡ สรุป 30 วิ

Google รายงานการใช้ไฟฟ้าจาก 31 TWh ในปี 2024 เพิ่มเป็น 43 TWh ในปี 2025 การเติบโตแบบเอ็กซ์โปเนนเชียลนี้ส่วนใหญ่มาจากศูนย์ข้อมูล AI GenAI…

การเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าของ Google อย่างรุนแรงในช่วงสองปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (GenAI) กลายเป็นประเด็นสำคัญในวงการเทคโนโลยีและพลังงาน การเปลี่ยนแปลงจากการเติบโตเชิงเส้นเป็นเชิงเอ็กซ์โปเนนเชียลของการใช้พลังงานของ Google ถูกชี้ให้เห็นโดยนักวิเคราะห์ข้อมูล Kentan Joshi ในบทวิเคราะห์ของเขา

Overview

Google เปิดเผยข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในรายงานสิ่งแวดล้อมปี 2025 ซึ่งแสดงว่าการใช้ไฟฟ้ารวมของบริษัทเพิ่มจาก 31 TWh ในปี 2024 ไปเป็น 43 TWh ในปี 2025 การเพิ่มขึ้นนี้เป็นการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดที่บริษัทเคยบันทึกมาแล้ว ก่อนหน้านี้การใช้พลังงานของ Google มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้นแต่ได้เปลี่ยนเป็นเชิงเอ็กซ์โปเนนเชียลเมื่อสองปีที่แล้ว

ตามที่ Joshi ระบุในบล็อกของเขา การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ไม่ได้เกิดจากการขยายบริการพื้นฐานของ Google เพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่มาจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานของ AI ที่ต้องการการประมวลผลจำนวนมหาศาล การสร้างและฝึกโมเดล GenAI ใหม่ต้องอาศัยศูนย์ข้อมูลที่มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่า Google จะอ้างว่ามีการจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนจำนวนมาก แต่การเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานโดยรวมยังทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มตามไปด้วย การวิเคราะห์ของ Joshi แสดงให้เห็นว่าการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของ Google ที่ตั้งไว้ในปี 2021 ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริง

รายงานสิ่งแวดล้อมของ Google ระบุว่าการใช้ไฟฟ้าของบริษัทเพิ่มขึ้น 43 TWh ในปี 2025 ซึ่งเทียบได้กับการใช้พลังงานต่อปีของหลายประเทศระดับกลาง การใช้ไฟฟ้าของ Google ในปีนั้นมากกว่าการใช้ของ Slovakia, Ecuador, Ireland และ Nigeria โดยทั้งหมดนี้ใช้ไฟฟ้าในระดับหลายสิบเทอร์วัตต์ชั่วโมงต่อปี

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นผลเฉพาะของ Google เพียงบริษัทเดียว เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีใหญ่หลายแห่ง เช่น Microsoft, Meta, Apple และ Netflix ก็แสดงแนวโน้มการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2023 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ Google ยังคงโดดเด่นและต่อเนื่องมากกว่าผู้อื่น

Amazon ซึ่งเคยเปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานของตนจนถึงปี 2022 แต่หยุดให้ข้อมูลหลังจากนั้น ทำให้การเปรียบเทียบอาจจะยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม การประมาณค่าการใช้พลังงานของ Amazon ที่ไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการอาจทำให้การเปรียบเทียบดูเหมือนว่า Google มีการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในอุตสาหกรรม

Comparative Landscape

เพื่อให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้าของผู้เล่นหลักหลายรายสามารถสรุปได้ดังนี้

  • Google – 43 TWh (ปี 2025)
  • Microsoft – มีการเพิ่มขึ้นแต่ยังต่ำกว่า Google อย่างมีนัยสำคัญ
  • Meta – การใช้ไฟฟ้าเพิ่มอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในศูนย์ข้อมูล AI ของตน
  • Apple – แม้จะเน้นพลังงานทดแทน แต่การใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มตามการขยายบริการคลาวด์
  • Netflix – การสตรีมและการประมวลผลข้อมูลทำให้พลังงานที่ใช้เพิ่มขึ้น

การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของ Google ไม่ใช่เพียงผลของการขยายบริการทั่วไประดับบริษัทเทคโนโลยี แต่เป็นผลโดยตรงของการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความต้องการพลังงานสูงกว่าการให้บริการแบบดั้งเดิม

Emissions & Renewable Claims

แม้ว่า Google จะอ้างว่ามีการจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนหลายส่วน แต่รายงานสิ่งแวดล้อมของบริษัทในปี 2024 เปิดเผยว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ Google เพิ่มขึ้นประมาณ **50 % ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอนที่ตั้งไว้ในปี 2021 จึงยังไม่เป็นที่พอใจ

Joshi ระบุว่า แม้การจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะช่วยลดส่วนของการปล่อยคาร์บอนได้บ้าง แต่เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าโดยรวมแล้ว ผลกระทบเชิงบวกนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กของภาพรวม เขาเตือนว่าการเพิ่มขนาดของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เร็วกว่าอัตราการลดคาร์บอนของระบบไฟฟ้าในหลายประเทศทำให้การปล่อยคาร์บอนของ Google ยังคงเพิ่มต่อเนื่อง

Google เองได้ให้ความเห็นว่า “หากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เร่งเร็วกว่าการทำให้ระบบไฟฟ้าต้นแบบเป็นคาร์บอน‑ฟรีแล้ว เราควรพิจารณาเรื่องการสร้างต่อไปหรือไม่” การอ้างอิงนี้สอดคล้องกับข้อวิพากษ์ของ Joshi ที่ชี้ว่า บริษัทควรหยุดการขยายที่เกินขีดจำกัดของระบบโลกที่รับได้

Analyst Commentary

Kentan Joshi ได้สรุปในบล็อกของเขาว่า การเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าของ Google เป็น “wild testament to the obscene bloat and waste of GenAI” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการโฆษณาว่า AI มีประสิทธิภาพด้านพลังงานอาจเป็นการบิดเบือนข้อมูลในระดับอุตสาหกรรม Joshi ยังเน้นว่าการอ้างว่า “การสร้างข้อความโดยแชทบอทเป็นรูปแบบการใช้พลังงานที่ต่ำที่สุด” ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของเทคโนโลยี AI ที่รวมถึงการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การประมวลผลภาพ การสร้างเสียงและอื่น ๆ ที่ต้องการพลังงานสูง

นอกจากนี้ Joshi ยังเตือนว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านพลังงานของอุตสาหกรรม AI ยังอยู่ในระดับ “การเปิดเผยอย่างเลือกสรร” ซึ่งบริษัทหลายแห่งอาจใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณะโดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญทั้งหมด การวิเคราะห์ของเขาจึงเรียกร้องให้มีความโปร่งใสและมาตรฐานการรายงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

Implications

การเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าของ Google มีผลกระทบหลายด้าน ทั้งต่อการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและต่อการกำหนดนโยบายพลังงานของประเทศที่ต้องรองรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเพิ่มความต้องการไฟฟ้าในระดับเทอร์วัตต์ชั่วโมงต่อปีอาจกระตุ้นให้เกิดการขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใหม่ ซึ่งหากยังไม่ได้มาจากแหล่งพลังงานที่ไม่มีคาร์บอนจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

จากมุมมองของอุตสาหกรรม AI การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ แม้ว่าจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผลที่ใช้พลังงานน้อยลง แต่การขยายขนาดของโมเดลและปริมาณการใช้งานทำให้การใช้พลังงานโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจของบริษัทเทคโนโลยีระดับใหญ่เช่น Google จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดมาตรฐานและแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

Summary

Google เพิ่มการใช้ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วจาก 31 TWh เป็น 43 TWh ภายในหนึ่งปี ซึ่งทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเพิ่มขึ้นและขัดกับเป้าหมายลดคาร์บอนที่ตั้งไว้ การวิเคราะห์ของ Kentan Joshi ชี้ให้เห็นว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
'A wild testament to the obscene bloat and waste of GenAI': Google's electricity consumption is exponentially increasing
ผู้เขียน
Jess Kinghorn
แหล่ง
PC Gamer
วันที่เผยแพร่
2 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:15

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ NotebookLM ของ Google กับ Claude ของ Anthropic แปลงข้…AI
16 มิถุนายน 2569 เวลา 03:30

ใช้ NotebookLM ของ Google กับ Claude ของ Anthropic แปลงข้…

ผู้เขียนทดลองใช้ NotebookLM ของ Google ร่วมกับ Claude ของ Anthropic เพื่อสรุปข้อมูลและแปลงเป็นขั้นตอนปฏิบัติ ลดเวลาการอ่านและจดโน้ตหลายชั่วโมง

XDA Developers6 นาที
Apple เปิดตัว Apple Foundation Models รุ่นที่ 3: AI บนอุป…AI
14 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00

Apple เปิดตัว Apple Foundation Models รุ่นที่ 3: AI บนอุป…

Apple เปิดตัว Apple Foundation Models (AFM) รุ่นที่สามที่รวมโมเดลห้าตัว ทำงานแบบ on‑device, บนคลาวด์ของ Apple และหนึ่งโมเดลบนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ด้วยชิป…

9to5Mac6 นาที
Amazon เพิ่มการปล่อยคาร์บอน 16% สู่ระดับเทียบเท่านิวซีแลนด์ในปี 2025AI
-

Amazon เพิ่มการปล่อยคาร์บอน 16% สู่ระดับเทียบเท่านิวซีแลนด์ในปี 2025

Amazon รายงานการปล่อยคาร์บอนเพิ่ม 16% ไปถึง 80.9 ล้านตันในปี 2025 เทียบเท่ากับการปล่อยของนิวซีแลนด์ การเพิ่มขึ้นมาจากการขยายศูนย์ข้อมูลและ AI…

TechRadar6 นาที
Google เปิดตัว Nano Banana 2 Lite และ Gemini Omni Flash ให้ผู้ใช้งานทั่วไปแล้วAI
-

Google เปิดตัว Nano Banana 2 Lite และ Gemini Omni Flash ให้ผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว

Google เปิดตัว Nano Banana 2 Lite สำหรับงานสร้างภาพที่เน้นความเร็วและต้นทุนต่ำ พร้อมเปิดให้ใช้ Gemini Omni Flash สำหรับสร้างวิดีโอแล้ว…

DroidSans9 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!