
ที่มาภาพ: The Register
Google เปิดระบบจัดกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ใหม่ ลดอคติและเพิ่มความเร็วในการตอบโต้
⚡ สรุป 30 วิ
Google ได้เปิด taxonomy ใหม่สำหรับการตั้งชื่อกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ แบ่งเป็นห้าหมวด CASTLE, ION, NEPTUNE, RELIC และ COMET…
Google ได้เปิดตัวโครงสร้างการตั้งชื่อกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบใหม่ในโพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทได้รวม Mandiant เข้ากับทีม Google Threat Intelligence Group (CTIG) ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังการซื้อกิจการปี 2022 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อวิธีการอธิบายและจัดหมวดหมู่ผู้กระทำความผิดในระดับโลก และอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าบริษัทกำลังห่างไกลจากโครงการมาตรฐานชื่อของ Microsoft‑CrowdStrike ที่พยายามผลักดันในปี 2025**
Overview
การประกาศใหม่ของ Google เน้นที่การสร้าง “taxonomy” สองคำซึ่งคำแรกเป็น คำจำเพาะที่จดจำได้ เพื่อแทนผู้กระทำความผิดแต่ละราย หากมีชื่อที่ใช้แล้วอยู่แล้ว Google จะนำมาใช้งานต่อไป มิฉะนั้นระบบจะสุ่มเลือกคำเพื่อ ลดอคติ คำสองจะระบุประเภทของภัยคุกคามตามแรงจูงใจ การสังกัดหรือรูปแบบกิจกรรม ซึ่งถือเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการป้องกันและตอบสนอง
Google ได้กำหนดชื่อให้กับห้ากลุ่มหลักดังนี้
- CASTLE – กลุ่มที่มาจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน
- ION – ภัยคุกคามจากอิหร่าน
- NEPTUNE – ผู้โจมตีจากเกาหลีเหนือ
- RELIC – แหล่งกำเนิดรัสเซีย
- COMET – อาชญากรรมไซเบอร์ที่ไม่มีการสนับสนุนจากรัฐ
New Taxonomy Details
ระบบใหม่อ้างว่าออกแบบให้ ง่ายต่อการแมปกับโครงสร้างชื่ออื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนเมื่อองค์กรต้องรับข้อมูลภัยคุกคามจากหลายผู้จำหน่าย เครื่องมือต่าง ๆ มักใช้คำศัพท์ที่แตกต่างกัน ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องเสียเวลาในการแปลงและทำความเข้าใจว่า “กลุ่มเดียวกัน” นั้นถูกเรียกว่าอะไรในแต่ละระบบ
Google ย้ำว่าการเลือกคำแรกแบบสุ่มจะช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อที่อาจมี แนวโน้มเชิงลบหรือสื่อถึงชาติ อย่างเช่น “Typhoon”, “Panda” หรือ “Dragon” ที่เคยถูกวิพากษ์โดยศูนย์ตอบสนองไวรัสคอมพิวเตอร์แห่งชาติจีน (CVERC) ในปี 2024
Comparison with Existing Schemes
ในปี 2025 Microsoft ร่วมกับ CrowdStrike พยายามสร้างมาตรฐานการตั้งชื่อที่สอดคล้องกันทั่วอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาที่นักวิจัยต้องใช้ชื่อหลายสิบชุดสำหรับกลุ่มเดียว เช่น “Seashell Blizzard”, “IRIDIUM”, “VOODOO BEAR” ฯลฯ ที่ทั้งหมดอ้างถึงหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย 74455
Google ก่อนหน้านี้เคยแสดงความสนใจที่จะรับเอาโครงการของ Microsoft แต่ตามข้อมูลจาก The Register การประกาศล่าสุดบ่งชี้ว่าความร่วมมืออาจไม่ได้สานต่อหรือยุติไปแล้ว ความแตกต่างหลักอยู่ที่ Google ให้ความสำคัญกับ ความเรียบง่าย และการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ แทนการทำตามโครงสร้างเดียวกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม
Industry Reaction & Bias Concerns
ข้อวิจารณ์ต่อชื่อของกลุ่มจีนจาก CVERC ยังเป็นประเด็นที่ Google พิจารณาโดยตรง บริษัทระบุว่าการสุ่มคำจะช่วย ลดอคติ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สัญลักษณ์หรือสัตว์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางส่วนเตือนว่าแม้ระบบใหม่จะง่ายต่อการใช้งาน แต่ความหลากหลายของชื่อทั่วโลกยังคงทำให้ การแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างองค์กรยากขึ้น
ในขณะที่ Microsoft‑CrowdStrike ยังคงผลักดันมาตรฐานสากล บางองค์กรอาจเลือกใช้ระบบของ Google เพื่อลดขั้นตอนแปลงข้อมูล แต่ก็ต้องพิจารณาว่า การแมปชื่อ ระหว่างสองโครงสร้างนั้นจะเกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่
Implications for Security Operations
สำหรับทีม SOC และผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคาม การปรับตัวเข้ากับ taxonomy ใหม่ของ Google จะต้องอัปเดตฐานข้อมูลภายในและระบบ SIEM เพื่อให้รับรู้ว่า CASTLE, ION ฯลฯ คือกลุ่มใดในแง่ของที่มาที่ไปและแรงจูงใจ การทำเช่นนี้จะช่วยให้กระบวนการตอบโต้เป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิม เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องตีความหลายชื่อ
แต่ในระยะยาว หากอุตสาหกรรมยังคงมีระบบตั้งชื่อต่างกัน การจัดทำ mapping table ระหว่าง taxonomy ของ Google กับมาตรฐานของ Microsoft‑CrowdStrike จะเป็นภาระเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบต่อการแบ่งปันข้อมูลแบบ real‑time ระหว่างพันธมิตรและผู้ให้บริการคลาวด์
Summary
Google เปิดตัวระบบตั้งชื่อกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและลดอคติ โดยกำหนดชื่อ CASTLE, ION, NEPTUNE, RELIC และ COMET เพื่อตัวแทนของประเทศต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างแรงกระเพื่อมต่อมาตรฐานการตั้งชื่อที่ Microsoft‑CrowdStrike พยายามผลักดันและอาจส่งผลให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องปรับกระบวนการแมปข้อมูลระหว่างระบบหลายแบบ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Google goes it alone with a new cybercrime crew taxonomy
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:31



