
ที่มาภาพ: TechRadar
ผู้ชายฮ่องกงหลงเชื่อเสียงปลอมนำโดย AI ทำให้โอนเงิน HK$10 ล้านจนสูญเสียทั้งหมด.
⚡ สรุป 30 วิ
ชายชาวฮ่องกงได่รับข้อความเสียงจาก WhatsApp ที่แอบอ้างเป็นพ่อด้วยเทคโนโลยี AI deep‑fake ทำให้เขาโอนเงินจำนวน HK$10 ล้านไปยังโจร…
ผู้ชายคนหนึ่งในฮ่องกงถูกหลอกให้โอนเงิน HK$10 ล้าน (ประมาณ US$1.27 ล้าน) ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp หลังจากโจรใช้เทคโนโลยี AI deep‑fake สร้างเสียงปลอมที่เลียนแบบพ่อของเขาให้ฟัง การทำลายความเชื่อมั่นด้วยเสียงที่ดูเหมือนจริงทำให้ผู้เสียหายโอนเงินจนหมดทรัพย์สินทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงใหม่จากการใช้ AI ในอาชญากรรมไซเบอร์และกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่และผู้ใช้งานเร่งปรับวิธีตรวจสอบความปลอดภัย
Overview
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2024 ผู้ชายชาวฮ่องกงได้รับข้อความเสียงผ่าน WhatsApp ที่อ้างว่าเป็นพ่อของเขา แจ้งว่าต้องการเงินด่วนจำนวน HK$1 ล้าน เพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน เนื่องจากเสียงและลักษณะการพูดตรงกับที่เคยได้ยินจากพ่อจริง ทำให้ผู้เสียหายเชื่อถือและเริ่มโอนเงินตามคำสั่ง
ตามรายงานของ *South China Morning Post* ผ่านแพลตฟอร์ม Cyberdefender ของตำรวจฮ่องกง การหลอกลวงนี้ดำเนินต่อเนื่องหลายครั้งจนกระทั่งเงินทั้งหมดถูกถ่ายโอนไปโดยไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับ ผู้เสียหายระบุว่าไม่ได้สงสัยใด ๆ เนื่องจากเสียงที่ได้ยินดูเหมือนพ่อของเขาอย่างแท้จริง
การใช้เทคโนโลยี AI deep‑fake เพื่อสร้างเสียงปลอมในรูปแบบนี้ถือเป็นการขยายขอบเขตของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เคยจำกัดอยู่แค่ภาพหรือวิดีโอ การผสมผสานกับแพลตฟอร์มข้อความทันทีทำให้ผู้ใช้งานหลายคนเสี่ยงต่อการหลอกลวงโดยไม่รู้ตัว
Details of the Attack
โจรได้ใช้ซอฟต์แวร์ AI ที่สามารถจำลองเสียงของบุคคลจริง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เพียงอัปโหลดไฟล์เสียงต้นแบบและสั่งให้ระบบสร้างข้อความใหม่ตามคำสั่งที่ต้องการ จากนั้นส่งไฟล์เสียงปลอมผ่าน WhatsApp ไปยังผู้เสียหายโดยระบุว่าเป็นพ่อของเขา
ในแต่ละรอบ ผู้เสียหายได้รับข้อความว่าต้องโอนเงินด่วนเพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลและเร่งรีบ การกระทำเช่นนี้เป็นเทคนิคที่มักใช้ในกลโกงแบบ “urgency” เพื่อปิดกั้นการคิดอย่างรอบคอบของเหยื่อ
เมื่อยอดเงินเริ่มเพิ่มขึ้น โจรก็เปลี่ยนแปลงวิธีการขอเงินจาก HK$1 ล้าน เป็นจำนวนเต็ม HK$10 ล้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของผู้เสียหาย การโอนเงินถูกทำผ่านบัญชีที่ยากต่อการติดตาม ทำให้การกู้คืนเงินกลายเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้
Police Recommendations
ตำรวจฮ่องกงออกคำแนะนำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกครั้ง โดยเริ่มจาก อย่าเชื่อข้อความเสียงโดยไม่มีการตรวจสอบ แม้ว่าเสียงจะเหมือนกับคนที่เรารู้จักก็ตาม หากมีข้อสงสัยควรวางโทรศัพท์แล้วติดต่อกลับไปยังผู้ส่งด้วยช่องทางอื่นเพื่อยืนยันตัวตน
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ **เปิดใช้งานการตรวจสอบสองขั้นตอน (two‑factor authentication) บนอุปกรณ์และบัญชีออนไลน์ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรตรวจสอบรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หากพบอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย ควรทำการลบออกทันที
คำแนะนำเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางของหลายประเทศที่กำลังเผชิญกับการใช้ AI ในการหลอกลวง เนื่องจากการเพิ่มความปลอดภัยในระดับบัญชีและอุปกรณ์เป็นวิธีแรกที่สามารถลดช่องโหว่ให้ผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Expert Advice
นักวิจัยด้านไซเบอร์สแกมหลายแห่งแนะนำให้ **ตั้งรหัสลับ (codeword) ที่ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเพื่อยืนยันตัวตนของผู้โทรศัพท์ รหัสนี้ควรง่ายต่อการจำแต่ยากต่อการคาดเดา เช่น มุขตลกภายในครอบครัวหรือคำพูดที่ไม่มีใครรู้
BBC รายงานว่า “Deepfake scams might use your voice, but they don’t know what’s in your head” จึงทำให้รหัสลับเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบว่าผู้โทรศัพท์จริง ๆ เป็นคนที่เรารู้อยู่หรือเป็น AI ปลอม
กฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยังระบุ สามสัญญาณเตือน ที่ควรใส่ใจ:
- การสร้างความเร่งรีบ (time pressure) เพื่อให้เหยื่อทำการโอนเงินโดยไม่คิดไตร่ตรอง
- คำขอเงินในรูปแบบที่ติดตามได้ยาก เช่น เงินสด, cryptocurrency, หรือบัตรของขวัญ
- การควบคุมการสื่อสาร ให้ผู้โทรศัพท์กำหนดว่าเราต้องพูดกับใครหรือทำอะไรต่อไป
เมื่อเจอสถานการณ์เหล่านี้ ผู้ใช้ควรหยุดพัก คิดให้รอบคอบ และตรวจสอบรหัสลับเพื่อยืนยันว่าผู้สนทนานั้นเป็นคนที่เรารู้จักจริง
Implications
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า AI deep‑fake กำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานในระดับอาชญากรรมโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องเผชิญกับความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ความเชื่อถือต่อสื่อเสียงดิจิทัลจึงต้องได้รับการประเมินใหม่อย่างต่อเนื่อง
องค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานตรวจจับเสียงปลอมและเครื่องมือวิเคราะห์ AI เพื่อระบุการแฝงตัวของ deep‑fake อย่างรวดเร็ว การปรับเปลี่ยนนโยบายภายในบริษัทและการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีสังเกตสัญญาณเตือนเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันความเสียหาย
ในระดับสังคม การเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง “รหัสลับ” และการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ two‑factor authentication อย่างกว้างขวางอาจช่วยลดจำนวนเหยื่อของกลโกงประเภทนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนจะเป็นหัวใจหลักในการสร้างระบบป้องกันที่แข็งแรงต่อการโจมตีด้วย AI ในอนาคต
Summary
การหลอกลวงโดยใช้ AI deep‑fake ผ่าน WhatsApp ทำให้ผู้ชายในฮ่องกงเสียเงิน HK$10 ล้าน ทั้งหมด คำแนะนำจากตำรวจและผู้เชี่ยวชาญเน้นการตรวจสอบเสียง, การเปิดใช้งานสองขั้นตอน และการตั้งรหัสลับเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหลอกลวงในยุค AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- WhatsApp scam costs Hong Kong man $1.27 million after criminals used AI voice notes to impersonate his father — experts say secret codewords are the best way to stay safe
- ผู้เขียน
- Alex Blake
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 8 สิงหาคม 2569 เวลา 04:00



