
ที่มาภาพ: TechRadar
อินเดียอัปเกรดเรดาห์ Su‑30MKI ด้วยเทคโนโลยี Virupaksha เพิ่มระยะตรวจจับถึง 400 กม.
⚡ สรุป 30 วิ
กองทัพอากาศอินเดียกำลังแทนที่เรดาห์รุ่นเก่าของ Su‑30MKI ด้วยระบบ Virupaksha ที่ใช้เทคโนโลยีแอนเทนน่าอาเรย์. การเพิ่มระยะตรวจจับถึง 300–400…
กองทัพอากาศอินเดียกำลังเตรียมเปลี่ยนระบบเรดาร์รุ่นเก่าที่มาจากรัสเซียของเครื่องบินรบ Su‑30MKI ด้วยเทคโนโลยีภายในประเทศชื่อ Virupaksha ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มระยะตรวจจับไปถึง 300–400 กิโลเมตรสำหรับเครื่องบินทั่วไปและกว่า 200 กิโลเมตรสำหรับเป้าหมายสเตลท์ การอัปเกรดนี้เป็นส่วนสำคัญของโครงการ Super Sukhoi ที่กำลังรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการความปลอดภัยระดับรัฐมนตรี
Overview
การพัฒนาระบบเรดาร์ Virupaksha เป็นหน้าที่ขององค์กรวิจัยและพัฒนาแห่งชาติ (DRDO) ของอินเดีย โดยมุ่งหมายให้แทนที่หน่วยเรดาร์รัสเซียที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องบิน Su‑30MKI มานานหลายสิบปี ระบบใหม่จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีอาเรย์แอนท์นน่า (Active Antenna Array) ซึ่งสามารถสแกนท้องฟ้าได้อย่างอิเล็กทรอนิกส์แทนการหมุนของจานดิสก์แบบเดิม
โครงการ Super Sukhoi มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพของเครื่องบินให้เข้าสู่ระดับ “เจ็ตต่อสู้ชั้นสูง” โดยไม่ต้องออกแบบเฟรมใหม่ทั้งหมด การอัปเกรดเซ็นเซอร์และเรดาร์ถือเป็นหัวใจหลัก ซึ่งทำให้เครื่องบินสามารถตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามได้เร็วขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม
Radar Upgrade Details
ระบบ Virupaksha จะประกอบด้วยหน่วย Active Antenna Array Unit (AAAU) ที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน Astra Microwave Products ร่วมกับวิศวกรของ DRDO หน่วย AAAU ทำหน้าที่เป็น “ตา” ของเรดาร์ มีส่วนประกอบประมาณ 2,400 ตัวส่งและรับสัญญาณที่ทำจากวัสดุ Gallium Nitride (GaN)
การใช้ GaN ให้ข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่ ความสามารถในการปล่อยกำลังไฟสูงกว่า วัสดุเก่า ๆ ทำให้เรดาร์มองเห็นระยะไกลขึ้น ลดอุณหภูมิทำงานและเพิ่มความต้านทานต่อการรบกวนจากศัตรู นอกจากนี้ยังช่วยลดน้ำหนักของระบบซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อต้องติดตั้งบนโครงสร้างเครื่องบินที่มีขนาดจำกัด
Programme Cost & Timeline
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการอัปเกรด Su‑30MKI จำนวน 84 ลำอยู่ระหว่าง ₹60,000–₹65,000 crore (ประมาณ $6 พันล้าน) ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่อินเดีย แม้ว่าตัวเลขนี้ยังต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการความปลอดภัยระดับรัฐมนตรี
- ค่าใช้จ่ายรวม: ₹60,000–₹65,000 crore
- จำนวนเครื่องที่อัปเกรดแรกเริ่ม: 84 ลำ
- ระยะเวลาการพัฒนา AAAU: คาดว่าจะเสร็จภายในไม่กี่เดือนต่อจากนี้
บริษัท Astra Microwave รายงานว่าหน่วย AAAU อยู่ในกำหนดการตามแผนและคาดว่าสามารถส่งมอบระบบเรดาร์เต็มรูปแบบได้ภายในสิ้นปี การดำเนินโครงการตามเวลาเป็นสัญญาณที่ดีต่อความสามารถของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ด้านการป้องกันของอินเดียในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นสูงโดยไม่เกิดความล่าช้าสำคัญ
Technical Features
ระบบ Virupaksha ถูกออกแบบให้มีระยะตรวจจับต่อเครื่องบินรบทั่วไปอยู่ที่ 300–400 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเรดาร์รุ่นเดิม นอกจากนี้สำหรับเป้าหมายสเตลท์หรือวัตถุที่ออกแบบให้หลบซ่อนจากเรดาร์ ระบบใหม่คาดว่าจะตรวจจับได้ไกลกว่า 200 กิโลเมตร
คุณสมบัติสำคัญของระบบประกอบด้วย:
- การสแกนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Scanning) ที่เร็วและแม่นยำกว่าแบบหมุนดิสก์
- ความทนทานต่อการรบกวนจากศัตรูสูง เนื่องจากเทคโนโลยี GaN
- น้ำหนักที่ลดลง ทำให้เครื่องบินสามารถรับโหลดอาวุธเพิ่มเติมได้โดยไม่กระทบสมรรถนะโดยรวม
Strategic Implications
การติดตั้ง Virupaksha บน Su‑30MKI แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของอินเดียในการผสานโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศที่มาจากต่างประเทศกับเทคโนโลยีภายในชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้กองทัพอากาศมีความพึ่งพาตนเองมากขึ้น ลดการพึ่งพาซัพพลายเชนจากรัสเซียและสหรัฐฯ
ในระดับภูมิรัฐศาสตร์ ความสามารถในการตรวจจับเครื่องบินสเตลท์ที่ไกลกว่า 200 กิโลเมตรทำให้อินเดียได้เปรียบด้านการรักษาความมั่นคงทางอากาศต่อศัตรูที่ใช้เทคโนโลยีลับขั้นสูง เช่น F‑35 หรือ Su‑57 นอกจากนี้ ความสำเร็จของโครงการยังเป็นสัญญาณสนับสนุนให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางการทหารต่อไปในอนาคต
Summary
อินเดียกำลังแทนที่เรดาร์รุ่นเก่าของ Su‑30MKI ด้วยระบบ Virupaksha ที่พัฒนาโดย DRDO และบริษัทเอกชน ช่วยเพิ่มระยะตรวจจับถึง 300–400 กิโลเมตรสำหรับเครื่องบินทั่วไปและกว่า 200 กิโลเมตรสำหรับสเตลท์ การอัปเกรดเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Super Sukhoi ที่ยังต้องรอการอนุมัติงบประมาณสุดท้ายจากรัฐมนตรี.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Russian body, Desi brain: How India is turning the Su-30MKI into a lethal stealth hunter
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 17 สิงหาคม 2569 เวลา 05:50



