ส่วนขยาย Chrome และ Edge ถูกฝังเฟรมเวิร์กมัลแวร์ ขโมยข้อมูลและคริปโต

ที่มาภาพ: BleepingComputer

Security-อ่าน 7 นาทีBleepingComputer

ส่วนขยาย Chrome และ Edge ถูกฝังเฟรมเวิร์กมัลแวร์ ขโมยข้อมูลและคริปโต

⚡ สรุป 30 วิ

บางส่วนขยายใน Chrome Web Store และ Edge Add‑ons ถูกอัปเดตด้วยเฟรมเวิร์กมัลแวร์ที่สแกนประวัติโดยดึงคีย์กระเป๋าเงิน. โมดูลยังฉีดโฆษณา ClickFix…

Chrome Web Store และ Microsoft Edge Add‑ons เพิ่งถูกตรวจพบว่ามีส่วนขยายหลายรายการที่ฝัง เฟรมเวิร์กมัลแวร์ เพื่อดักจับข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ รวมถึงการขโมย คริปโตเคอร์เรนซี, ข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติการท่องเว็บ พร้อมฉีดโฆษณาแบบ ClickFix เข้าสู่หน้าเว็บ ทำให้ความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ที่หลายล้านคนพึ่งพาถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรง


Overview

รายงานจาก BleepingComputer ระบุว่ามีส่วนขยายบน Chrome Web Store และ Microsoft Edge Add‑ons จำนวนหนึ่งที่อัปเดตโค้ดเพื่อส่งมอบเฟรมเวิร์กมัลแวร์หลายโมดูล การกระทำนี้เกิดขึ้นโดยใช้กลไกการอัพเดตปกติของส่วนขยาย ทำให้ผู้ใช้งานหลายล้านคนที่ติดตั้งส่วนขยายนั้นไม่ทันสังเกตถึงความเสี่ยง

เฟรมเวิร์กเหล่านี้ถูกออกแบบให้เรียกใช้งานโมดูลย่อยตามเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น โมดูลหนึ่งทำหน้าที่สแกน ประวัติการท่องเว็บ เพื่อรวบรวม URL ที่ผู้ใช้เคยเยี่ยมชม ส่วนโมดูลอีกอันจะคอยตรวจจับรูปแบบกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อยู่ในหน้าเว็บและพยายามขโมยข้อมูลล็อกกี (private key) หรือรหัสผ่านของ คริปโตเคอร์เรนซี

การฉีดโฆษณาแบบ ClickFix นั้นเป็นเทคนิคฟิชชิงเพิ่มเติมที่ทำให้ผู้ใช้คลิกบนลิงก์ปลอมซึ่งมักนำไปสู่หน้าเว็บที่อัดแน่นด้วยมัลแวร์หรือการหลอกลวงทางการเงิน การผสมผสานระหว่างการขโมยข้อมูลและการจูงใจให้คลิกลิงก์ทำให้ความเสี่ยงต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

How It Works

เฟรมเวิร์กมัลแวร์ที่ฝังอยู่ในส่วนขยายทำงานเป็น โมดูลอิสระ ที่โหลดจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุมเมื่อมีการเปิดเบราว์เซอร์หรือเข้าสู่เว็บไซต์เฉพาะ โมดูลเหล่านี้มักใช้เทคนิค obfuscation เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของระบบป้องกันพื้นฐาน

หนึ่งในโมดูลจะทำหน้าที่ดึงข้อมูลจาก Web Storage, Cookies และ LocalStorage ของเบราว์เซอร์ ซึ่งอาจประกอบด้วยโทเค็นการยืนยันตัวตน หรือคีย์ API ที่ใช้เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินดิจิทัล อีกโมดูลหนึ่งจะสแกนหน้าเว็บเพื่อหา address ของคริปโต หรือฟิลด์กรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีโดยตรง

ส่วนโมดูลสุดท้ายทำหน้าที่แทรกโค้ด HTML/JavaScript ที่สร้าง ป็อป‑อัพ ClickFix ไปยังหน้าเว็บเป้าหมาย โค้ดนี้จะทำให้ผู้ใช้เห็นข้อความเตือนหรือข้อเสนอพิเศษที่กระตุ้นให้คลิก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟิชชิงต่อเนื่อง

Affected Extensions

แม้ว่ารายชื่อส่วนขยายทั้งหมดไม่ได้เปิดเผยโดยแหล่งข่าว แต่บันทึกจาก Google และ Microsoft ระบุว่ามีหลายส่วนขยายที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในหมวด เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ, การจัดการรหัสผ่าน และ ปลั๊กอินสำหรับสกรีนช็อต

  • ส่วนขยายบางตัวถูกลบออกจาก Chrome Web Store ภายในไม่กี่วันหลังจากพบพฤติกรรมที่เป็นอันตราย
  • ส่วนขยายอื่น ๆ ถูกระงับการอัปเดตและกำหนดให้ผู้ใช้ต้องถอนการติดตั้งโดยทันที

Google ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบของระบบ Play Protect จะทำงานต่อเนื่องเพื่อป้องกันส่วนขยายที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงในอนาคต ส่วน Microsoft ก็ได้เปิดเผยว่าจะเพิ่มมาตรการสแกนโค้ดเพิ่มเติมก่อนรับเข้า Microsoft Edge Add‑ons Store

Response from Platforms

หลังจากได้รับรายงานจากนักวิจัยด้านความปลอดภัย Google ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะทำการ ลบส่วนขยายที่เป็นอันตรายทั้งหมด พร้อมแจ้งเตือนผู้ใช้ที่อาจติดตั้งไว้แล้วให้ดำเนินการถอนการติดตั้งทันที นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบตรวจสอบอัตโนมัติของ Chrome Web Store เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับโค้ดที่มีลักษณะสอดแทรก

Microsoft ยืนยันว่าได้ทำการ ระงับส่วนขยายทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องใน Edge Add‑ons Store และกำลังดำเนินการสแกนเพิ่มเติมเพื่อหาส่วนขยายที่อาจถูกมองข้าม ระบบยังเปิดช่องทางให้ผู้ใช้รายงานพฤติกรรมที่สงสัยผ่านหน้า Microsoft Security Center

โดยรวมแล้ว ทั้งสองบริษัทได้แสดงความตั้งใจที่จะเสริมสร้างกระบวนการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ส่วนขยาย และเพิ่มการสื่อสารกับชุมชนผู้พัฒนาเพื่อป้องกันเหตุการณ์คล้ายคลึงในอนาคต

Impact & Recommendations

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ใช้ Chrome และ Edge ที่ติดตั้งส่วนขยายจากร้านค้าออนไลน์ต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญเสียคริปโตเคอร์เรนซีและข้อมูลส่วนบุคคล การโจมตีเช่นนี้ยังสามารถกระจายผลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากหลายคนอาจใช้ส่วนขยายเดียวกันในหลายเครื่อง

เพื่อป้องกันตนเอง ผู้ใช้ควรตรวจสอบรายการ ส่วนขยายที่ติดตั้ง อย่างสม่ำเสมอ และลบส่วนขยายที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีการอัปเดตเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ควรเปิดใช้งานฟีเจอร์ **Two‑Factor Authentication (2FA) สำหรับบัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลและบริการออนไลน์สำคัญ เพื่อลดผลเสียหายกรณีข้อมูลถูกขโมย

องค์กรที่พัฒนาส่วนขยายควรปฏิบัติตามแนวทาง **Secure Development Lifecycle (SDL) รวมถึงการตรวจสอบโค้ดจากบุคคลภายนอกก่อนเผยแพร่ และควรมีระบบแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมที่ผิดปกติเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้

Summary

หลายส่วนขยายบน Chrome Web Store และ Microsoft Edge Add‑ons ถูกตรวจพบว่าฝังเฟรมเวิร์กมัลแวร์เพื่อขโมยคริปโตเคอร์เรนซีและข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการฉีดโฆษณา ClickFix การตอบสนองของ Google และ Microsoft คือการลบและระงับส่วนขยายที่เป็นอันตราย พร้อมปรับมาตรการตรวจสอบเพิ่มขึ้น ผู้ใช้ควรตรวจทานส่วนขยายอย่างสม่ำเสมอและเปิดใช้งานการป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Chrome Web Store extensions caught stealing crypto, browser data
ผู้เขียน
Bill Toulas
แหล่ง
BleepingComputer
วันที่เผยแพร่
30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:17

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริงSecurity
3 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริง

ศาลสหรัฐตัดสินให้ Google ชำระค่าชดเชยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ หลังฟ้องร้องว่า Incognito ไม่ปกป้องข้อมูลผู้ใช้อย่างแท้จริง. การอัปเดต Chrome…

Tom's Guide7 นาที
ช่องโหว่ Chrome อันตราย เปิดเบราว์เซอร์กลายเป็น BotnetSecurity
24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11:00

ช่องโหว่ Chrome อันตราย เปิดเบราว์เซอร์กลายเป็น Botnet

ช่องโหว่ใน Chromium ที่ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 2022 ยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้เบราว์เซอร์อย่าง Chrome และ Edge กลายเป็น Botnet โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้กระทำการใดๆ

Android Authority4 นาที
uBlock Origin เวอร์ชัน 1.74 อัปเดตสุดท้าย ก่อนจะหายไปจาก Chrome เมื่อ 31‑สิงหาคมSecurity
-

uBlock Origin เวอร์ชัน 1.74 อัปเดตสุดท้าย ก่อนจะหายไปจาก Chrome เมื่อ 31‑สิงหาคม

Google จะลบส่วนขยาย uBlock Origin จาก Chrome Web Store ในวันที่ 31‑สิงหาคม เวอร์ชัน 1.74 เป็นการอัปเดตสุดท้าย ผู้ใช้ที่ติดตั้งอยู่ยังใช้งานต่อได้…

Android Authority6 นาที
ตำรวจออสเตรเลียจับผู้ต้องหา TeamPCP แกะโค้ดซัพพลายเชนSecurity
30 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

ตำรวจออสเตรเลียจับผู้ต้องหา TeamPCP แกะโค้ดซัพพลายเชน

AFP ร่วมมือกับ FBI จับผู้ต้องหาอายุ 21‑23 ปี ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม TeamPCP ที่แทรกโค้ดอันตรายลงในซอฟต์แวร์โอเพ่น‑ซอร์ส ทำให้ระบบทั่วโลกเสี่ยงต่อการโจมตี.

The Register6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!