
ที่มาภาพ: Android Authority
Meta จะใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI chatb…
⚡ สรุป 30 วิ
Meta เริ่มทดสอบใช้กิจกรรมบนแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามเพื่อปรับฟีดและคำตอบของ AI chatbot ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้. ผู้ใช้สามารถปิดการปรับส่วนบุคคลได้…
Meta ประกาศว่าจะเริ่มใช้ข้อมูลกิจกรรมของผู้ใช้จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันภายนอกเพื่อปรับ ฟีดส่วนบุคคล และผลการโต้ตอบของ AI chatbot ของบริษัทในเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มทดสอบในสหรัฐอเมริกาและบางประเทศอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนหน้า ผู้ใช้สามารถปิดการปรับส่วนบุคคลได้ แต่ Meta จะยังคงเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ตามเดิม
Overview
Meta เคยใช้ข้อมูลจากแอปและบริการของบุคคลที่สามเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มของตน ตามบล็อกโพสต์ของบริษัท การใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อปรับ ฟีดข่าว และการตอบสนองของ AI เป็นการขยายขอบเขตการประมวลผลข้อมูลที่เคยจำกัดไว้เฉพาะโฆษณา การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียที่พยายามเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเนื้อหาที่แสดงในหน้าแรก (home feed)
ในเชิงเทคนิค Meta จะดึงข้อมูลกิจกรรมเช่น การคลิก การดูหน้าเว็บ หรือการใช้แอปของบุคคลที่สามที่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผ่าน Meta Business Integration ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังระบบการเรียนรู้ของ AI เพื่อสร้างแบบจำลองผู้ใช้ที่ละเอียดขึ้นและตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
Changes to Data Use
การใช้ข้อมูลจากภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ใช้กิจกรรมบนแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามเพื่อกำหนดลำดับความสำคัญของโพสต์ใน home feed
- ใช้ข้อมูลเดียวกันเพื่อปรับคำตอบของ Meta AI chatbot ให้สอดคล้องกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้
- ผู้ใช้สามารถเลือกปิดการปรับส่วนบุคคลของฟีดและ AI ได้ในตั้งค่า แต่ระบบยังคงเก็บข้อมูลพื้นฐานตามเงื่อนไขการให้บริการ
การเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างจากการใช้ข้อมูลเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งานประจำวันของผู้ใช้บน Facebook, Instagram และแอปพลิเคชันอื่นของ Meta
User Controls & Privacy
Meta ให้ผู้ใช้มีตัวเลือกในการปิดการปรับส่วนบุคคลของฟีดและ AI ผ่านเมนูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามบริษัทระบุว่า การปิดใช้งานนี้ “จะไม่หยุดการเก็บข้อมูลกิจกรรมของคุณ” ข้อมูลที่เก็บไว้จะยังคงถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามนโยบายข้อมูลของบริษัท
ผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสามารถตรวจสอบและจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของแอปพลิเคชันบุคคลที่สามผ่านหน้า Meta Business Settings การตรวจสอบนี้ช่วยให้ผู้ใช้เห็นว่ามีการแชร์ข้อมูลใดบ้างและสามารถถอนการอนุญาตได้ตามต้องการ
โดยทั่วไป ความโปร่งใสในการสื่อสารของ Meta เกี่ยวกับการขยายขอบเขตการใช้ข้อมูลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่ชัดเจนพอสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเงื่อนไขบริการ การให้ข้อมูลเพิ่มเติมและตัวเลือกควบคุมที่ชัดเจนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้
Rollout Timeline
Meta ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่ม การทดสอบแบบจำกัด ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนหน้า ขั้นตอนการเปิดใช้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ทีมวิศวกรรมสามารถตรวจสอบผลกระทบต่อระบบและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้
ในช่วงแรก การอัปเดตจะถูกเปิดให้ผู้ใช้ที่มีการเชื่อมต่อกับแอปหรือบริการของบุคคลที่สามผ่าน Meta Business Integration ผู้ใช้ที่ไม่ได้เชื่อมต่อหรือที่ปิดการปรับส่วนบุคคลจะไม่รับผลกระทบจนกว่าจะมีการขยายการให้บริการในระดับทั่วโลก
บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยแผนการขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอื่น ๆ อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การนำเสนอเทคโนโลยี AI ที่ปรับตามพฤติกรรมผู้ใช้อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ Meta เพื่อเพิ่มเวลาในการอยู่บนแพลตฟอร์มและเสริมสร้างความผูกพันของผู้ใช้
Implications
การใช้ข้อมูลกิจกรรมจากภายนอกเพื่อปรับ home feed และ AI chatbot มีผลกระทบหลายด้าน จากมุมมองของผู้ใช้ การปรับฟีดให้สอดคล้องกับความสนใจอาจทำให้ผู้ใช้พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นและลดความยุ่งยากในการค้นหา แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ filter bubble ที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่จำกัดในมุมมองเดียว
สำหรับนักโฆษณาและผู้ประกอบการที่ใช้ Meta เป็นช่องทางการตลาด การขยายการใช้ข้อมูลอาจทำให้การกำหนดเป้าหมายโฆษณามีประสิทธิภาพสูงขึ้น ข้อมูลที่ถูกใช้เพื่อปรับฟีดและ AI สามารถช่วยให้โฆษณาถูกแสดงต่อผู้ใช้ที่มีแนวโน้มสนใจจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลอาจทำให้ Meta ต้องเผชิญกับการตรวจสอบและการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติในอนาคต
ในระดับกว้าง การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการแข่งขันในตลาด AI ที่ผู้ให้บริการโซเชียลต้องหาแนวทางใหม่ในการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มคุณค่าของบริการ การประเมินผลระยะยาวว่าการใช้ข้อมูลภายนอกเพื่อปรับฟีดและ AI จะส่งผลต่อการใช้งานโดยรวมอย่างไร ยังคงต้องติดตามจากผลการทดสอบและการตอบรับของผู้ใช้
Summary
Meta จะเริ่มใช้ข้อมูลกิจกรรมจากเว็บไซต์และแอปภายนอกเพื่อปรับ ฟีดส่วนบุคคล และ AI chatbot โดยเปิดให้ผู้ใช้ปิดการปรับส่วนบุคคลได้แต่ไม่หยุดการเก็บข้อมูล การเปลี่ยนแปลงจะทดสอบในสหรัฐและหลายประเทศต่อจากเดือนหน้าและอาจมีผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้และกลยุทธ์การโฆษณาในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Meta now wants to use your activity from other websites to personalize its AI
- ผู้เขียน
- Akshay Gangwar
- แหล่ง
- Android Authority
- วันที่เผยแพร่
- 10 มิถุนายน 2569 เวลา 15:13



