
ที่มาภาพ: TechRadar
Microsoft ระงับอัปเดต Secure Boot บน Windows 11 เนื่องจากข้อผิดพลาดบางเครื่อง
⚡ สรุป 30 วิ
Microsoft หยุดแจกจ่ายการอัปเดต Secure Boot สำหรับ Windows 11 เนื่องจากพบว่าบางอุปกรณ์ไม่รองรับใบรับรองใหม่ การตรวจสอบสถานะสามารถทำได้ผ่านแอป Windows Security.
Microsoft ระงับการอัปเดต Secure Boot บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 11 รุ่นบางเครื่อง เนื่องจากพบปัญหาในการเปลี่ยนใบรับรองจากเวอร์ชันปี 2011 ไปเป็นเวอร์ชันใหม่ของปี 2023 การหยุดชั่วคราวนี้อาจทำให้อุปกรณ์เก่าหรือรุ่นที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิต (OEM) ไม่สามารถติดตั้งใบรับรองล่าสุดได้ ซึ่งมีผลต่อระดับความปลอดภัยระยะยาวของระบบ
Overview
Secure Boot เป็นฟีเจอร์ระดับเฟิร์มแวร์ที่ช่วยป้องกันซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายจากการโหลดในขั้นตอนก่อน Windows เริ่มทำงาน โดยตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลของคอมโพเนนท์ต่าง ๆ ก่อนบูต ระบบจะยอมรับเฉพาะซอฟต์แวร์ที่มีใบรับรองที่ถูกต้องเท่านั้น การอัปเดตใบรับรองเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อใบรับรองเก่า (เช่น 2011 certificate) หมดอายุ
ในเดือนที่ผ่านมา Microsoft เริ่มกระจายการอัปเดตเพื่อแทนที่ใบรับรองปี 2011 ด้วย 2023 certificate ผ่าน Windows Update อย่างไรก็ตาม การทดสอบพบว่าบางเครื่องมีเฟิร์มแวร์ที่ไม่สามารถประมวลผลใบรับรองใหม่ได้ ส่งผลให้กระบวนการอัปเดตล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทำงานผิดพลาดของระบบ Microsoft จึงประกาศระงับการแจกจ่ายอัปเดต Secure Boot ชั่วคราว พร้อมแจ้งว่ากำลังร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEM) เพื่อหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
Issue Details
Microsoft ระบุว่าอุปกรณ์ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ “มีปัญหาทราบ” และเพื่อ “ลดความเสี่ยง” จึงหยุดการอัปเดตใบรับรองชั่วคราวตามคำแถลงของบริษัท การระงับนี้ไม่ได้หมายถึงระบบจะทำงานล่มหรือสูญเสียฟังก์ชั่นพื้นฐานของ Secure Boot แต่เพียงแค่ไม่สามารถรับใบรับรองใหม่ได้ในขณะนั้น
อุปกรณ์ที่ใช้เฟิร์มแวร์เก่า หรือไม่มีการสนับสนุนจาก OEM จะยังคงใช้ใบรับรองปี 2011 ที่หมดอายุแล้ว ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่บูตอาจลดลงเมื่อมีช่องโหว่ใหม่ปรากฏขึ้นในอนาคต
Microsoft ย้ำว่า “ผลกระทบนี้ทำให้ระดับความปลอดภัยระยะยาวค่อย ๆ ลดลง ไม่ใช่ความเสี่ยงทันทีหรือการล้มเหลวของระบบ” ผู้ใช้จึงควรยังคงติดตามอัปเดต Windows ปกติและปฏิบัติตามแนวทางรักษาความปลอดภัยมาตรฐานต่อไป
OEM Response
ในขณะเดียวกันผู้ผลิตหลายรายเริ่มดำเนินการแก้ไขเฟิร์มแวร์เพื่อรองรับใบรับรอง 2023 ตัวอย่างเช่น HP ได้ออกอัปเดต BIOS ที่ทำให้เครื่อง HP รุ่นบางรุ่นสามารถติดตั้งใบรับรองใหม่ได้ การปรับปรุงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง Microsoft กับ OEM เพื่อเร่งการแก้ไขปัญหา
แม้ว่าการอัปเดตเฟิร์มแวร์จะต้องใช้เวลาตามกระบวนการตรวจสอบและเผยแพร่แต่ละช่องทางของผู้ผลิต แต่บริษัทเหล่านี้ได้ให้ข้อมูลว่าการสนับสนุนใบรับรองใหม่จะเริ่มต้นในไตรมาสถัดไป ทั้งนี้ ผู้ใช้ที่อยู่ในช่วงรอควรตรวจสอบช่องทางอัปเดตของ OEM อย่างสม่ำเสมอ
การทำงานร่วมกันระหว่าง Microsoft และ OEM ถือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่า Secure Boot ยังคงทำหน้าที่ปกป้องระดับบูตของระบบได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในกรณีที่อุปกรณ์บางเครื่องยังไม่สามารถรับการอัปเดตได้ทันที
How Users Can Verify
ผู้ใช้ Windows 11 สามารถตรวจสอบสถานะของ Secure Boot ผ่านแอปพลิเคชัน Windows Security ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิดเมนูค้นหาและพิมพ์ “Windows Security” แล้วเปิดแอป
- เลือก “Device security” จากเมนูด้านขวา
- ดูที่ส่วน “Secure Boot” เพื่อตรวจสอบข้อความสถานะ
ในหน้าจอนี้อาจปรากฏหนึ่งในข้อความต่อไปนี้
- “Secure Boot is on.” แสดงว่า Secure Boot ทำงานและคาดว่าจะทำงานได้ตามปกติ
- “Devices in this group are affected by a known issue.” หมายความว่าระบบจะสามารถติดตั้งใบรับรองใหม่ได้หลังจากที่ OEM ปล่อยเฟิร์มแวร์แก้ไข
- “Secure Boot is on, but your device does not support the automated Secure Boot certificate update due to hardware or firmware limitations.” แสดงว่าอุปกรณ์อาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตและต้องตรวจสอบหน้าการสนับสนุนของ OEM
หากพบข้อความที่สองหรือสาม ควรเข้าไปตรวจสอบช่องทางอัปเดตของผู้ผลิตเพื่อดูว่ามีเฟิร์มแวร์ใหม่พร้อมให้ดาวน์โหลดหรือไม่
Security Implications
แม้การระงับอัปเดตใบรับรองจะทำให้ Secure Boot ไม่ได้รับการปรับรุ่นล่าสุด แต่ระบบยังคงสามารถป้องกันภัยคุกคามที่รู้จักอยู่ในระดับบูตได้ ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลว่าเครื่องของตนจะหยุดทำงานหรือเสี่ยงต่อการโจมตีทันที
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการตรวจสอบซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ที่อาจมีช่องโหว่ยังคงจำกัด หากไม่มีใบรับรองที่อัปเดตเป็น 2023 ผู้ใช้อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อภัยคุกคามระดับบูตในอนาคต ดังนั้นการตรวจสอบสถานะและติดตามอัปเดตจาก OEM เป็นสิ่งสำคัญ
Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ยังคงปฏิบัติตามแนวทางรักษาความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น การติดตั้งอัปเดต Windows อย่างสม่ำเสมอ การใช้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่ทันสมัย และการหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่เชื่อถือ เพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับระบบโดยรวม
Summary
Microsoft ได้ระงับการอัปเดต Secure Boot บนคอมพิวเตอร์ Windows 11 บางเครื่องเนื่องจากปัญหาในการเปลี่ยนใบรับรองจากปี 2011 ไปเป็นปี 2023 การแก้ไขกำลังอยู่ในขั้นตอนร่วมกับ OEM ต่าง ๆ ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะผ่าน Windows Security และติดตามอัปเดตเฟิร์มแวร์ของผู้ผลิตเพื่อรักษาระดับความปลอดภัยระยะยาว.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Watch out Windows users, a Secure Boot update has been blocked on Windows 11 PCs due to failing on some devices — here's how to check if you're affected
- ผู้เขียน
- Benedict Collins
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:55



