
ที่มาภาพ: GamesRadar
Netflix เปิดเผยการใช้ GenAI ผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ 300 เรื่องในปี 2026
⚡ สรุป 30 วิ
Netflix ใช้ GenAI ในขั้นตอนถ่ายทำ ตัดต่อ และสร้างฉาก เพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุนของ 300 เรื่องในปี 2026.…
การเปิดเผยของ Netflix ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (GenAI) ในการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ประมาณ 300 เรื่อง ภายในปี 2026 ทำให้ผู้ลงทุนและผู้ชมต้องสอบถามถึงผลกระทบต่อคุณภาพงานศิลป์และต้นทุนการทำรายการ รายละเอียดทั้งหมดถูกเปิดเผยในจดหมายผู้ถือหุ้นที่บริษัทส่งให้แก่นักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม
Overview
ตามจดหมายผู้ถือหุ้นของ Netflix ที่ได้รับโดย Kotaku บริษัทยืนยันว่าใช้เครื่องมือ GenAI ตั้งแต่ขั้นตอนแนวคิด การถ่ายทำ จนถึงการตัดต่อ เพื่อ “เพิ่มคุณภาพของผลงานให้เร็วขึ้นและลดต้นทุนเมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม” ข้อความดังกล่าวแสดงว่าการนำ AI เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในกระบวนการสร้างสรรค์คอนเทนท์
แม้จะมีการใช้ AI อย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายการทั้งหมดที่ทำด้วยเทคโนโลยีนี้ เพียงแต่ระบุชื่อบางส่วนเพื่อเป็นตัวอย่าง เช่น Glory, The American Experiment และ Brasil 70: A Saga do Tri การไม่ให้รายละเอียดครบถ้วนอาจสะท้อนถึงความยังคงอยู่ของการทดลองและการประเมินผลภายในองค์กร
โดยสรุปแล้ว การใช้ GenAI ของ Netflix ไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านเทคนิคหลังการผลิต แต่รวมถึงขั้นตอนสร้างเนื้อหาเริ่มต้น ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการทำคอนเทนท์ที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มงบประมาณอย่างมหาศาล
Scope of AI Use
จดหมายระบุว่าการใช้ GenAI ในปี 2026 นั้น “อยู่ในระดับประมาณ 300 ชื่อเรื่อง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประยุกต์ใช้งานในขั้นตอนหลังการผลิต (post‑production) เช่น การสร้างภาพฝูงชนหรือฉากต่อสู้ที่ต้องการทรัพยากรจำนวนมาก
- ปรับปรุงคุณภาพของ crowds และ battle sequences
- สร้าง world‑building establishing shots ที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ได้ดีขึ้น
- เพิ่มความแม่นยำในการจัดเรียงฉากและการตัดต่อโดยอัตโนมัติ
บริษัทระบุว่าหากไม่มีเทคโนโลยีนี้ “บางส่วนของการผลิตอาจต้องละทิ้งช็อตสำคัญ” ซึ่งบ่งบอกถึงบทบาทของ AI ในการเติมเต็มช่องว่างที่งบประมาณจำกัดไม่สามารถรองรับได้
Specific Projects
หนึ่งในผลงานที่เปิดเผยคือ The American Experiment ซีรีส์สารคดีห้าภาคซึ่งดำเนินการโดย Tom Hanks (ผู้ผลิต) และกำกับโดย Brian Knappenberger เนื้อหาเกี่ยวกับการก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและระบบประชาธิปไตยของประเทศ
ในกรณีนี้ ทีมงานใช้ GenAI เพื่อ “เพิ่ม crowds, historical battle sequences, and world‑building establishing shots” ทำให้ฉากสำคัญที่ต้องการจำนวนคนหรือสถานการณ์ซับซ้อนสามารถสร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายทำจริงหลายวัน หรือใช้ค่าใช้จ่ายสูง
อีกตัวอย่างคือ Brasil 70: A Saga do Tri แม้รายละเอียดเกี่ยวกับการประยุกต์ AI ในเรื่องนี้ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การกล่าวถึงร่วมกับ Glory แสดงว่าการนำ GenAI ไปใช้เป็นแนวทางทั่วไปในหลายโครงการของบริษัท
Impact on Production
การใช้ GenAI มีผลโดยตรงต่อกระบวนการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ ทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย การสร้างฉากฝูงชนหรือสนามรบแบบดิจิทัลที่เคยต้องอาศัยคนจริงหลายพันคน สามารถทำได้ในระยะเวลาสั้นกว่าและต้นทุนต่ำกว่ามาก
จากข้อมูลของบริษัท การประหยัดต้นทุนนี้อาจช่วยให้ Netflix สามารถจัดสรรงบประมาณไปยังโครงการใหม่ ๆ หรือเพิ่มจำนวนคอนเทนท์ที่มีคุณภาพสูงโดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอก อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงว่าการละทิ้งช็อตสำคัญอาจส่งผลต่อความลึกของการเล่าเรื่องในบางกรณี ซึ่งยังต้องได้รับการประเมินจากผู้ชมและนักวิจารณ์
Impact on User Experience
นอกจากการผลิตเนื้อหาแล้ว Netflix ยังใช้ AI ในส่วนของแอปพลิเคชันเพื่อ “ปรับปรุงการค้นหาชื่อเรื่อง, หน้าแรก, และทำความเข้าใจพฤติกรรมสมาชิก” การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้ด้วยโมเดล AI ทำให้ระบบแนะนำคอนเทนท์มีความแม่นยำสูงขึ้น
- การใช้ AI ใน title discovery ช่วยเพิ่มโอกาสที่ผู้ชมจะพบเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจ
- ระบบการค้นหาและหน้าแรกที่ปรับโดย AI สามารถจัดเรียงรายการตามพฤติกรรมการดูย้อนหลังของสมาชิกแต่ละคนได้อย่างรวดเร็ว
ผลลัพธ์คือ ผู้ใช้มีประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสของอัลกอริทึมและการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งยังต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
Analysis
การยอมรับว่ามีการใช้ GenAI อย่างกว้างขวางในปี 2026 ทำให้เห็นว่า Netflix กำลังเปลี่ยนแปลงโมเดลการผลิตคอนเทนท์แบบดั้งเดิมไปสู่ระบบอัตโนมัติที่พึ่งพาเทคโนโลยี AI เป็นสำคัญ การลดต้นทุนและเร่งกระบวนการผลิตเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันต่อผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านคุณภาพศิลปะและความซับซ้อนของเนื้อหาที่อาจถูกละทิ้งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายยังคงเป็นหัวข้อที่ต้องติดตาม การใช้ AI ในการสร้างฉากสำคัญโดยไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสมจริงหรือการบิดเบือนข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้
ในมุมมองของผู้บริโภค การปรับปรุงระบบแนะนำด้วย AI จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจต่อบริการ แต่ต้องมีการตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้และเก็บรักษาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว
Summary
Netflix ยืนยันว่าได้ใช้ GenAI ในการผลิต ประมาณ 300 ชื่อเรื่อง ตลอดปี 2026 เพื่อลดต้นทุนและเร่งรัดกระบวนการสร้างคอนเทนท์ ทั้งยังนำ AI ไปประยุกต์ในแอปเพื่อปรับปรุงการค้นหาและข้อเสนอแนะให้ตรงกับความต้องการของสมาชิก อย่างไรก็ตาม การพึ่งพา AI ยังต้องเผชิญกับคำถามเรื่องคุณภาพงานศิลป์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Netflix admits to using GenAI both in the app and on 300 movies and shows in 2026 alone
- ผู้เขียน
- Megan Garside
- แหล่ง
- GamesRadar
- วันที่เผยแพร่
- 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:47



