
ที่มาภาพ: Tom's Guide
Netflix เปิดรายการ ‘Wonka’s The Golden Ticket’ ใช้เสียง AI จำลอง Gene Wilder
⚡ สรุป 30 วิ
Netflix จะเปิดรายการเรียลลิตี้ ‘Wonka’s The Golden Ticket’ ในปี 2026 โดยใช้เสียงของ Gene Wilder ที่สร้างด้วย AI ของ ElevenLabs.…
Netflix เปิดตัวรายการเรียลลิตี้ใหม่ “Wonka’s The Golden Ticket” โดยใช้เสียง Gene Wilder ที่สร้างด้วยระบบ AI ของ ElevenLabs หลังจากนักแสดงผู้เป็นสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ “Willy Wonka & the Chocolate Factory” เสียชีวิตไปหลายปี การตัดสินใจนี้ทำให้วงการบันเทิงต้องเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีลึกซึ้ง (deepfake) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานใหม่และผลกระทบต่อลิขสิทธิ์เสียงของศิลปิน
Overview
รายการ “Wonka’s The Golden Ticket” จะเปิดฉายในวันที่ 23 กันยายน 2026 โดยผลิตร่วมกับ Eureka Productions รายการนี้คัดเลือกผู้ชนะ “golden ticket” จำนวน 12 คู่ที่ต้องทำภารกิจตามธีมของภาพยนตร์ปี 1971 และนวนิยายของ Roald Dahl ผ่าน เก้า ตอนที่เต็มไปด้วยเกมและการทดสอบความคิดสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่อิงจากโรงงานช็อกโกแลตและการผจญภัยของวอนก้า ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างความบันเทิงแบบเรียลิตี้โชว์และการอ้างอิงจากผลงานคลาสสิก
ในแง่ของโครงสร้าง รายการจะนำเสนอการบรรยายโดยเสียง Gene Wilder ที่สร้างจาก AI แทนการใช้ผู้พากย์หรือการคัดเลือกนักแสดงที่เลียนแบบเสียงของเขา การใช้เทคโนโลยีนี้ทำให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ดูเหมือนว่า Wilder ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว แม้ว่าจะเป็นการสร้างใหม่ที่ไม่มีในภาพยนตร์ต้นฉบับเลยก็ตาม
Production Details
การผลิตรายการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ElevenLabs ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีเสียง AI ระดับโลก ทีมงานของ Netflix ทำงานร่วมกับ ElevenLabs และมรดกของ Gene Wilder เพื่อให้ได้เสียงที่สอดคล้องกับลักษณะการพูดของนักแสดงในช่วงเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ รายละเอียดสำคัญของโครงการรวมถึง
- การรับรองจากครอบครัวของ Wilder ผ่านแถลงการณ์ของ Karen B. Wilder ว่า “ครอบครัวยินดีที่เสียงของเขาจะช่วยนำความมหัศจรรย์สู่คนรุ่นใหม่”
- การใช้เสียง AI เพื่อบรรยายข้อความใหม่เช่น “the most extraordinary competition on Earth is about to begin” ซึ่งไม่เคยปรากฏในภาพยนตร์ปี 1971
- การนำ Rusty Goffe ผู้รับบท Oompa Loompa ในภาพยนตร์เดิมกลับมามีส่วนร่วมในภารกิจของรายการ
โครงการนี้ยังได้ร่วมมือกับผู้ผลิตระดับโลกอย่าง Eureka Productions ซึ่งเคยสร้างรายการแข่งขันหลายรายการที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก ทำให้ “Wonka’s The Golden Ticket” มีโครงสร้างการผลิตที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการกระจายทั่วโลก
AI Voice Technology
ElevenLabs ใช้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) เพื่อสร้างเสียงที่จำลอง Gene Wilder อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีดังกล่าวอาศัยข้อมูลเสียงจากคลิปและภาพยนตร์ที่มีอยู่ก่อนการตายของนักแสดง เพื่อสังเคราะห์โทนเสียง คำพูด และการแสดงอารมณ์ที่สอดคล้องกับบุคลิกของเขา การทำงานร่วมกับมรดกของ Wilder ทำให้บริษัทได้รับสิทธิ์ในการใช้เสียงนั้นในเชิงพาณิชย์โดยตรง
ก่อนหน้านี้ ElevenLabs ได้สร้างเสียง AI ของศิลปินระดับไอคอนอื่น ๆ เช่น Judy Garland, Burt Reynolds, และ Michael Caine ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบของออดิโอบุ๊คและโฆษณา การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ทำให้ Hollywood มีเครื่องมือใหม่ในการนำเสียงของศิลปินที่ล่วงลับหรือไม่สามารถทำงานได้แล้วกลับมามีส่วนร่วมในผลงานใหม่โดยไม่ต้องอาศัยนักแสดงจริง
แม้ว่าเทคโนโลยีจะมีความแม่นยำสูง แต่ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเป็นธรรมของการใช้เสียงที่ไม่ได้มาจากการยินยอมโดยตรงของศิลปินเอง การตั้งค่าขอบเขตการใช้งานและการกำหนดมาตรฐานด้านลิขสิทธิ์เสียงจึงเป็นประเด็นที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการหารือในอุตสาหกรรม
Reactions & Controversy
การเปิดตัวเสียง Gene Wilder ผ่าน AI ได้รับการตอบรับที่แตกต่างกันจากสาธารณะและวงการบันเทิง ส่วนหนึ่งของแฟนคลับแสดงความกังวลว่าการใช้เสียงของศิลปินที่ไม่มีชีวิตอยู่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวและความตั้งใจของศิลปินเอง เนื่องจาก Wilder เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำใหม่ของภาพยนตร์ “Charlie and the Chocolate Factory” ในปี 2005
หลายคนตั้งคำถามว่าการยินยอมจากภรรยาและมรดกของศิลปินสามารถทดแทนการยินยอมจากศิลปินโดยตรงได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น ผู้รีวิวภาพยนตร์ Stefan Ellison โพสต์บน X ว่า “Just hire someone to play Willy Wonka. Even the Wonka Experience in Glasgow did that.” ซึ่งอ้างอิงเหตุการณ์ “Wonka Experience” ที่ใช้ AI ในการสร้างประสบการณ์ในปี 2024 ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากตำรวจ
ในขณะเดียวกัน, Karen B. Wilder ย้ำว่า “ครอบครัวยินดีที่เสียงของเขาจะช่วยนำความมหัศจรรย์สู่คนรุ่นใหม่” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างครอบครัวศิลปินกับบางส่วนของแฟนคลับและนักวิจารณ์
Industry Implications
การที่ Netflix นำเสียง AI ของ Gene Wilder มาใช้ในระดับผลิตภัณฑ์ระดับโลกเป็นสัญญาณว่าการทำข้อตกลงลิขสิทธิ์เสียงระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและมรดกของศิลปินกำลังกลายเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ การให้สิทธิ์ใช้เสียงโดยตรงจากมรดกเป็น “middle path” ระหว่างการเก็บรักษาผลงานเดิมและการปล่อยให้เทคโนโลยี deepfake แพร่กระจายโดยไม่มีข้อจำกัด
ElevenLabs กำลังวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้ให้บริการ “licensing model” ที่ให้สตูดิโอและผู้ผลิตเนื้อหาเข้าถึงเสียงของศิลปินที่เป็นที่จดจำ โดยมีเงื่อนไขการใช้และระยะเวลาที่เจาะจง การทำเช่นนี้อาจส่งผลให้ Hollywood มีแนวทางใหม่ในการใช้เสียงไอคอนโดยไม่ต้องพึ่งพาการคัดเลือกนักแสดงที่เลียนแบบหรือการใช้ซอฟต์แวร์ deepfake อย่างอิสระ
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของโมเดลลิขสิทธิ์เสียง AI นี้อาจกระตุ้นให้หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณากฎหมายใหม่เกี่ยวกับการใช้ภาพและเสียงของศิลปินที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อป้องกันการใช้งานที่อาจละเมิดศีลธรรมหรือสิทธิส่วนบุคคลของศิลปินและครอบครัวของพวกเขา
Summary
Netflix ใช้เสียง AI ของ Gene Wilder ในรายการ “Wonka’s The Golden Ticket” เป็นการทดลองครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงที่ผสมผสานเทคโนโลยี AI กับลิขสิทธิ์เสียงที่ได้รับการอนุมัติจากมรดกของศิลปิน การตอบรับจากสาธารณะและการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการใช้เสียง AI จะกำหนดทิศทางของโมเดลลิขสิทธิ์ในอนาคตของ Hollywood.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- 'Wait a minute. Strike that. Reverse it:' Netflix is using an AI-generated Gene Wilder voice for 'Wonka' reality show
- ผู้เขียน
- Amanda Caswell
- แหล่ง
- Tom's Guide
- วันที่เผยแพร่
- 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:09



