
ที่มาภาพ: GSMArena
ยืนยันกล้อง iPhone 18 Pro มีระบบ aperture แบบ variable
⚡ สรุป 30 วิ
ไฟล์ตรวจสอบภายในเปิดเผยว่า iPhone 18 Pro/Pro Max ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX905 พร้อมระบบเปิด‑ปิดรูรับแสงแบบ variable ซึ่งช่วยปรับแสงแบบเรียลไทม์ ลด noise…
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีข้อมูลยืนยันการติดตั้งกล้องหลักที่ใช้ระบบ variable aperture ปรากฏในไฟล์บันทึกการตรวจวินิจฉัย ซึ่งถูกเปิดเผยหลังจากที่บริษัทตัวแทนจำหน่ายของ Apple ในอินเดียอย่าง Tata Electronics ถูกแฮกโดยกลุ่ม ransomware เมื่อเดือนก่อน รายละเอียดนี้เป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานหลายเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับคุณสมบัติใหม่ของรุ่น iPhone รุ่นต่อไป
Overview
ไฟล์บันทึกที่ปรากฏในข้อมูลที่ถูกลักจะระบุว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX905 เป็นกล้องหลักโดยตรง พร้อมกับระบบเปิด‑ปิดรูรับแสงแบบ variable aperture ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของ Apple ในระดับไอโฟนระดับโปร หลังจากที่หลายสื่อเทคโนโลยีเคยลือกันว่ารุ่นนี้อาจมีฟังก์ชันดังกล่าว การยืนยันจากบันทึกภายในทำให้ข้อสันนิษฐานเหล่านั้นกลายเป็นข้อมูลจริง
การเปิดเผยนี้มาถึงในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพการถ่ายภาพของ iPhone รุ่นต่อไป ทั้งด้านการจัดการแสงน้อยและความยืดหยุ่นในการสร้างบรรยากาศภาพ โดย Apple ยังไม่ได้ออกแถลงอย่างเป็นทางการใด ๆ
Leak Background
Tata Electronics ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Apple ในอินเดีย ถูกโจมตีโดยกลุ่ม ransomware ที่ไม่เปิดเผยชื่อเมื่อเดือนที่แล้ว การโจมตีทำให้ไฟล์ระบบหลายหมื่นไฟล์รวมถึงข้อมูลการตรวจสอบภายในถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
หลังจากเหตุการณ์นี้ นักวิเคราะห์และผู้สนใจเทคโนโลยีเริ่มทำการดึงข้อมูลจากคลังไฟล์เหล่านั้นอย่างละเอียด โดยพบบันทึก diagnostic log ของอุปกรณ์ iPhone รุ่นใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา บันทึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดสอบคุณภาพและไม่ได้ตั้งใจให้ผู้ใช้ภายนอกเห็น
ตามรายงานของ GSM Arena ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นแหล่งข้อมูลแรกที่ยืนยันลักษณะฮาร์ดแวร์สำคัญของ iPhone รุ่นต่อไป
Camera Confirmation
บันทึก diagnostic ระบุว่าเซ็นเซอร์หลักของ iPhone 18 Pro/Pro Max คือ Sony IMX905 ซึ่งมีขนาดพิกเซลเท่ากับ 1.22 µm เหมือนกับเซ็นเซอร์รุ่นก่อนหน้า ความสอดคล้องนี้บ่งชี้ว่า Apple ไม่ได้เพิ่มขนาดพิกเซลเพื่อรักษาความละเอียดภาพ แต่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับแสงโดยใช้ระบบ variable aperture
ระบบ variable aperture ที่ระบุในไฟล์ยังไม่ได้เปิดเผยค่าช่วง f‑stop อย่างเป็นทางการ แต่แนวคิดพื้นฐานคือกล้องสามารถปรับรูรับแสงตามสภาวะแสงได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยลด noise ในที่แสงน้อยและเพิ่มความคมชัดในสภาพแสงเต็มวัน
การยืนยันนี้ทำให้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ “กล้องอัจฉริยะ” ของ Apple ที่เคยถูกวิพากษ์ว่าเป็นเพียงซอฟต์แวร์มีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากการปรับรูรับแสงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากฮาร์ดแวร์จริง
- Sensor: Sony IMX905
- Pixel size: 1.22 µm (identical to predecessor)
- Aperture type: variable (specific f‑stop range not disclosed)
Technical Details
Sony IMX905 เป็นเซ็นเซอร์แบบ stacked CMOS ที่ถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์มือถือระดับไฮเอนด์ มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการประมวลผลสัญญาณภาพ (ISP) และรองรับการทำงานร่วมกับระบบเปิด‑ปิดรูรับแสงอัตโนมัติ การใช้เซ็นเซอร์รุ่นนี้โดย Apple แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องระหว่างผู้ผลิตชิปเซ็นเซอร์และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม
การคงขนาดพิกเซลไว้ที่ 1.22 µm แสดงว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของกล้องไม่ได้อาศัย “pixel‑bigger” แต่ขึ้นกับการจัดการแสงผ่านรูรับแสงที่ปรับได้ ซึ่งช่วยให้ระบบซอฟต์แวร์ประมวลผล (เช่น Photonic Engine ของ Apple) ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จากมุมมองของวิศวกรกล้อง การเพิ่ม variable aperture จะต้องใช้กลไกแบบเลนส์ที่ซับซ้อนกว่าโครงสร้างคงที่เดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อความหนาและน้ำหนักของโมดูลกล้อง อย่างไรก็ตาม Apple มีประสบการณ์ในการบรรจุชิ้นส่วนหลายชั้นในพื้นที่จำกัด ทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์ Sony และระบบ aperture ใหม่นี้คาดว่าจะไม่กระทบต่อดีไซน์โดยรวมของ iPhone 18 Pro
Analysis
การนำ variable aperture มาใช้เป็นก้าวสำคัญที่ Apple สามารถตอบสนองต่อการแข่งขันจากผู้ผลิต Android ที่ได้เปิดตัวกล้องปรับรูรับแสงในระดับเดียวกัน (เช่น Samsung Galaxy S23 Ultra) การเพิ่มความยืดหยุ่นในการควบคุมแสงจะช่วยให้ iPhone 18 Pro มีประสิทธิภาพการถ่ายภาพที่ดีขึ้นในสภาวะแสงน้อยโดยไม่ต้องพึ่งพาการเพิ่มขนาดพิกเซลหรือการใช้ AI‑enhancement เพียงอย่างเดียว
แม้ว่า Apple จะยังไม่ได้เปิดเผยค่าช่วงของรูรับแสง แต่ความคาดหวังว่าระบบจะครอบคลุมตั้งแต่ f/1.5 ถึง f/2.8 หรือค่าใกล้เคียงนั้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกโหมด “Portrait” ที่มีเอฟเฟกต์บ็อกเก้อที่ลึกกว่าและยังคงรักษาความละเอียดของภาพเต็มที่
ในมิติของซัพพลายเชน การใช้ Sony IMX905 ยังคงแสดงถึงความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่าง Apple กับ Sony ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซ็นเซอร์หลักของอุตสาหกรรมมือถือ การเลือกเซ็นเซอร์รุ่นใหม่โดยไม่เปลี่ยนขนาดพิกเซลบ่งชี้ว่าการพัฒนานั้นมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนต่อไปของกระบวนการจับแสงและประมวลผลภาพ
Impact
ข่าวยืนยันนี้ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro จะเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่มีความสามารถด้านการถ่ายภาพเหนือกว่าคู่แข่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคที่กำลังมองหาอุปกรณ์ใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
สำหรับคู่แข่งอย่าง Samsung, Google และ Xiaomi การเห็น Apple นำ variable aperture มาใช้จะเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขาต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีคล้ายคลึงหรือค้นหานวัตกรรมทางเลือกเพื่อรักษาความได้เปรียบในด้านกล้อง
นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์อาจใช้เหตุการณ์การแฮ็ก Tata Electronics เป็นกรณีศึกษาว่าแม้บริษัทระดับโลกอย่าง Apple ก็ยังพึ่งพาเครือข่ายพันธมิตรและซัพพลายเออร์หลายชั้น ซึ่งข้อมูลภายในสามารถรั่วไหลได้หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด
Summary
บันทึกการตรวจสอบจากไฟล์ที่ถูกเปิดเผยหลังการแฮ็ก Tata Electronics ยืนยันว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะใช้กล้องหลักแบบ variable aperture พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX905 ที่มีขนาดพิกเซล 1.22 µm การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะยกระดับคุณภาพการถ่ายภาพของ iPhone รุ่นใหม่และส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อย่างชัดเจน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- New proof for the iPhone 18 Pro having a variable aperture camera surfaces
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- GSMArena
- วันที่เผยแพร่
- 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 23:00



