CEO Okta ชี้ องค์กรติดตั้ง Agentic AI เพิ่ม ปลุกความต้องก…

ที่มาภาพ: Blognone

Security1 มิถุนายน 2569 เวลา 14:00อ่าน 9 นาทีBlognone

CEO Okta ชี้ องค์กรติดตั้ง Agentic AI เพิ่ม ปลุกความต้องก…

⚡ สรุป 30 วิ

Okta รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2026 เติบโต 11% และแบ็กล็อกเพิ่ม 16% โดย CEO เผยว่าการที่องค์กรนำ Agentic AI มาใช้เพิ่ม…

โลกด้านความปลอดภัยไซเบอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากองค์กรธุรกิจทั่วโลกเริ่มนำเทคโนโลยี Agentic AI มาใช้งานในระบบการดำเนินงานที่สำคัญและหลากหลายมากขึ้น การขยายตัวของการใช้ AI ในลักษณะนี้ได้สร้างแรงผลักดันให้ความต้องการเครื่องมือและโซลูชันด้าน Identity and Access Management (IAM) รวมถึงการยืนยันตัวตนที่แข็งแกร่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด บทความจากรายงานผลประกอบการของ Okta และคำกล่าวจาก Todd McKinnon CEO ของ Okta** ได้ชี้ให้เห็นแนวโน้มนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่ายิ่งองค์กรใช้งาน Agentic AI มากเท่าใด ความต้องการโซลูชันด้านความปลอดภัยเพื่อจัดการการเข้าถึงข้อมูลและการยืนยันตัวตนที่แม่นยำก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

รายงานของ Okta สำหรับไตรมาสที่ 1 ตามปีการเงินสิ้นสุดเดือนเมษายน 2026 เผยให้เห็นภาพรวมการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทรายงานรายได้ 765 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP อยู่ที่ 74 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำถึงความต้องการบริการด้านความปลอดภัยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการขับเคลื่อนหลักของบริษัทจะยังไม่ใช่รายได้ที่มาจากงาน AI โดยตรง แต่การที่ CEO ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ ถือเป็นการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต

มูลค่าสัญญา Subscription ในแบ็กล็อก ของ Okta ยังเป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยรายงานว่ามีการเพิ่มขึ้นถึง 16% ส่งผลให้มีมูลค่ารวมที่ 4.179 พันล้านดอลลาร์ และสำหรับมูลค่าใน 12 เดือนข้างหน้า (N-12M) อยู่ที่ 2.499 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขแบ็กล็อกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้บ่งชี้ว่าลูกค้ายังคงวางแผนที่จะใช้บริการและลงทุนในแพลตฟอร์มของ Okta ในระยะเวลาข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการที่องค์กรต่างๆ ต้องยกระดับความปลอดภัยควบคู่ไปกับการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI

Overview of Okta's Financial Performance

การรายงานผลประกอบการครั้งล่าสุดของ Okta เผยให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคงในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านรายได้และมูลค่าแบ็กล็อก การมีรายได้ 765 ล้านดอลลาร์ในปีไตรมาสที่ 1 (ปีการเงินสิ้นสุด เมษายน 2026) ซึ่งเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อบริการด้าน Identity Management ของบริษัท นอกจากนี้ กำไรสุทธิ 74 ล้านดอลลาร์ตามหลัก GAAP ก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กรในไตรมาสที่ผ่านมา

ตัวเลขแบ็กล็อกที่สูงถึง 4.179 พันล้านดอลลาร์ และการเติบโต 16% ในส่วนนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่เน้นย้ำถึงความต้องการในบริการของ Okta ที่ยังคงแข็งแกร่ง ในแง่มุมของความปลอดภัยและการจัดการการเข้าถึง (Access Management) บริษัทกำลังอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรองรับการขยายตัวของโครงการเทคโนโลยีระดับองค์กรต่างๆ รวมถึงการติดตั้งระบบใหม่ๆ ที่ต้องมีการจัดการตัวตนอย่างเข้มงวด

The Role of Agentic AI in Enterprise Security

ประเด็นหลักที่ Todd McKinnon CEO ได้เน้นย้ำคือความสัมพันธ์ระหว่างการติดตั้ง Agentic AI กับความต้องการด้านความปลอดภัยยืนยันตัวตน การที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำ AI ที่มีความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ (Agents) เข้ามาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้จุดที่ข้อมูลถูกเรียกใช้งาน (Data Touchpoints) และจุดที่ต้องมีการยืนยันตัวตนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย AI เหล่านี้ไม่เพียงแต่ประมวลผลข้อมูล แต่ยังอาจมีการปฏิสัมพันธ์กับระบบหลังบ้าน (Backend Systems) และข้อมูลที่ละเอียดอ่อนขององค์กร ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างด้านความปลอดภัยที่ต้องได้รับการจัดการอย่างรอบด้าน

ดังนั้น โซลูชัน IAM ของ Okta จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมว่า 'ใคร' เข้าถึง 'อะไร' และ 'เมื่อไหร่' ซึ่งเป็นแกนหลักของหลักการ Zero Trust Security ที่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับองค์กรในปัจจุบัน การใช้งาน AI ที่กว้างขวางจึงเป็นการเร่งให้เกิดการใช้เครื่องมือ IAM ที่สามารถทำ Security Authentication ได้อย่างล้ำลึกและครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากอุปกรณ์หรือระบบใดก็ตาม

Future Readiness and Market Positioning

แม้ว่ารายงานระบุว่ารายได้ที่มาจากงาน AI ยังไม่ใช่รายได้หลักของ Okta ในปัจจุบัน แต่ CEO ได้กล่าวถึงการที่บริษัทมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างชัดเจน การที่ลูกค้ายังอยู่ในช่วงของการ ประเมินความเสี่ยง และการ ดีพลอย Agentic AI อย่างต่อเนื่อง หมายความว่าวงจรการซื้อและติดตั้งระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องก็จะขยายวงกว้างตามไปด้วย Okta จึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการบริหารจัดการความเสี่ยงให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้

การวางตำแหน่งทางธุรกิจของ Okta ในขณะนี้จึงไม่ได้เน้นแค่การเป็นระบบยืนยันตัวตนเท่านั้น แต่ขยายไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem ด้านความมั่นคงปลอดภัยโดยรวม (Overall Security Posture) โดยต้องสามารถผนวกเข้ากับระบบ AI และ Cloud อื่นๆ ที่องค์กรต่างๆ นำมาใช้ได้อย่างราบรื่น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเคลื่อนไหวของ Agentic AI นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมและการตรวจสอบที่รัดกุม

Strategic Focus on Authentication Solutions

ความต้องการโซลูชันความปลอดภัยยืนยันตัวตนที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของขอบเขตทางดิจิทัล (Digital Perimeter) ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ Agentic AI ถูกนำมาใช้ในการดำเนินงานต่างๆ ทั้งด้านบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ ทุกขั้นตอนของการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นล้วนต้องได้รับการตรวจสอบและยืนยันตัวตนในระดับที่สูงกว่าเดิม

Okta จึงเน้นย้ำถึงการพัฒนาบริการที่สามารถให้การ Authentication ที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ใช้งานและระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ การที่ลูกค้าเข้ามาประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการใช้ AI ทำให้พวกเขาต้องหันมาให้ความสนใจกับความมั่นคงปลอดภัยของตัวตนและสิทธิ์ในการเข้าถึงอย่างมาก นี่คือโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของ Okta ที่จะนำเสนอความสามารถในการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบกิจกรรม (Activity Monitoring) อย่างละเอียดอ่อน

Summary of Financial Metrics and Projections

จากข้อมูลการเงินที่เปิดเผย ทำให้เห็นภาพรวมของเสถียรภาพของบริษัท Okta โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • รายได้ไตรมาสที่ 1 (Q1 FY2026): 765 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า)
  • กำไรสุทธิ GAAP: 74 ล้านดอลลาร์
  • มูลค่าแบ็กล็อกรวม: 4.179 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 16%)
  • มูลค่าแบ็กล็อก 12 เดือนข้างหน้า (N-12M): 2.499 พันล้านดอลลาร์

ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยขององค์กรยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยี AI และความจำเป็นด้านความปลอดภัยคือประเด็นที่นักลงทุนและผู้ใช้งานควรจับตามองเป็นพิเศษ

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
ซีอีโอ Okta บอก องค์กรติดตั้ง Agentic AI มากขึ้น ทำให้ต้องการโซลูชันความปลอดภัยยืนยันตัวตนมากขึ้นตาม
ผู้เขียน
arjin
แหล่ง
Blognone
วันที่เผยแพร่
1 มิถุนายน 2569 เวลา 09:20
URL ต้นฉบับ
https://www.blognone.com/node/150749

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่องโหว่วิกฤต Splunk Enterprise ให้รันโค้ดโดยไม่มีการยืนย…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 20:00

ช่องโหว่วิกฤต Splunk Enterprise ให้รันโค้ดโดยไม่มีการยืนย…

Splunk ปล่อยแพตช์แก้ช่องโหว่ CVE‑2026‑20253 ที่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีรันโค้ดโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนและได้คะแนนความรุนแรง 9.8 ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 10.2.4…

The Hacker News5 นาที
ผู้ป่วย NHS ไม่สามารถเลือกไม่ให้ข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์ม Pa…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

ผู้ป่วย NHS ไม่สามารถเลือกไม่ให้ข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์ม Pa…

ผู้ป่วยอังกฤษไม่สามารถ opt‑out ข้อมูลจาก Palantir‑built NHS Federated Data Platform ได้ แม้ว่าการใช้เพื่อการวิจัยจะอยู่ภายใต้ National Data Opt‑Out แต่ NHS…

The Register5 นาที
Microsoft Teams กลับมานำ Wi‑Fi Tracking พร้อมการปรับปรุงค…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 12:30

Microsoft Teams กลับมานำ Wi‑Fi Tracking พร้อมการปรับปรุงค…

Microsoft Teams นำฟีเจอร์ Wi‑Fi tracking กลับสู่ตลาดด้วยการให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลตำแหน่งเอง หลังจากถูกระงับหลายครั้งเนื่องจากข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว.…

XDA Developers6 นาที
Microsoft ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย Windows 10 และ 11 ประจำเด…Security
15 มิถุนายน 2569 เวลา 09:30

Microsoft ปล่อยแพตช์ความปลอดภัย Windows 10 และ 11 ประจำเด…

Microsoft ได้ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยสำหรับ Windows 10 และ 11 รอบมิถุนายน 2026 เพื่ออุดช่องโหว่ 200 รายการ รวมถึง Zero-Day 3 ตัว…

DroidSans8 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!