OpenAI เปิดฟีเจอร์ Health in ChatGPT เชื่อม Apple Health ให้คำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคล

ที่มาภาพ: The Register

AI-อ่าน 6 นาทีThe Register

OpenAI เปิดฟีเจอร์ Health in ChatGPT เชื่อม Apple Health ให้คำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคล

⚡ สรุป 30 วิ

ฟีเจอร์ Health in ChatGPT เชื่อมข้อมูล Apple Health กับแชทบอทเพื่อให้คำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคลโดยต้องยินยอมจากผู้ใช้. แม้จะช่วยปรับการออกกำลังกาย…

OpenAI ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Health in ChatGPT ที่ให้ผู้ใช้ iOS สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากแอป Apple Health ไปยัง ChatGPT เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองบทสนทนาที่เกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างเป็นส่วนบุคคล ขณะเดียวกันบริษัทต้องเผชิญการฟ้องร้องจากผู้ใช้ที่กล่าวว่า แชตบอตเคยให้คำแนะนำทางการแพทย์อันตรายจนทำให้อาการรุนแรงขึ้น การเปิดตัวนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญทั้งด้านเทคโนโลยีและกฎหมายของ AI ในวงการสุขภาพ

Overview

ฟีเจอร์ Health in ChatGPT เปิดให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐอเมริกาเชื่อมต่อข้อมูลจากแอป Apple Health ซึ่งรวมถึงบันทึกการนอน การออกกำลังกาย ผลตรวจแลบ ยาและภาวะสุขภาพส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยต้องได้รับ การยินยอม จากผู้ใช้ก่อนเท่านั้น OpenAI ระบุว่า การทำเช่นนี้จะช่วยให้แชตบอตมี “บริบทเพิ่มเติม” เพื่อสร้างคำตอบที่ตรงกับสภาพร่างกายและประวัติสุขภาพของแต่ละคน

แม้ฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดให้ใช้งานบน iOS และเว็บเวอร์ชั่นของ ChatGPT ทั้งในแผนฟรีและแบบชำระเงิน แต่ OpenAI ย้ำว่าการนำข้อมูลสุขภาพเข้ามาใช้ไม่ถือเป็นการฝึกโมเดลพื้นฐานหรือการโฆษณาใด ๆ การตัดสินใจนี้มาจากผลการทดลองก่อนหน้านี้ที่พบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง “พื้นที่สุขภาพ” เฉพาะของแชตบอตและเลือกถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพในช่องสนทนาทั่วไปมากกว่า 70 %

Feature Details

เมื่อผู้ใช้เชื่อมต่อ Apple Health กับ ChatGPT ระบบจะสามารถดึงข้อมูลดังต่อไปนี้:

  • บันทึกการนอน (เวลาเข้านอน/ตื่น, คุณภาพการนอน)
  • กิจกรรมทางกาย (จำนวนก้าว, การออกกำลังกาย, ระยะเวลา)
  • ผลตรวจแลบและภาพรังสี ที่ผู้ใช้อัปโหลดเข้าแอป
  • ข้อมูลยาและประวัติการแพ้ รวมถึงโรคประจำตัวที่ผู้ใช้ระบุ

โดย OpenAI กล่าวว่า แชตบอตจะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับ “เป้าหมายและบริบท” ที่ผู้ใช้ให้ไว้ในขณะสนทนา ทำให้สามารถเสนอแนะเช่น การปรับเวลาออกกำลังกายหรือเตือนให้อาหารเสริมตามสภาพร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงทำงานบนพื้นฐานของโมเดลภาษาใหญ่ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือซับซ้อน

การเปิดใช้งาน Health in ChatGPT เกิดขึ้นพอ ๆ กับคดีฟ้องร้องต่อ OpenAI ที่ศาลสูงสุดของซานฟรานซิสโกโดยผู้ใช้จากฟลอริด้า ระบุว่า แชตบอตให้คำแนะนำที่ทำให้เขาตั้งใจอยู่บ้านแม้อาการ Pulmonary Embolism แย่ลง ส่งผลต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและต่อมามีภาวะฟื้นตัวอย่างหนัก OpenAI ตอบว่าข้อกำหนดการใช้บริการระบุชัดว่าแชตบอตไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวินิจฉัยหรือรักษาโรค

OpenAI ยังให้ข้อมูลว่า ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมต่อจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดลพื้นฐานและจะไม่มีการโฆษณาตามข้อมูลส่วนบุคคลนี้ แม้ว่าการรับประกันดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ผู้วิจารณ์ยังคงตั้งคำถามว่ากระบวนการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ผ่านระบบคลาวด์ของบริษัทจะได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอหรือไม่

Performance & Safety

OpenAI กล่าวว่าได้ทำงานร่วมกับ “หลายร้อยแพทย์” เพื่อทดสอบฟีเจอร์นี้ด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยระบุว่ามีการปรับปรุงโมเดลให้สามารถ:

  • ตรวจจับสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลฉุกเฉินได้ดีขึ้น
  • ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ใช้เมื่อตอบไม่แน่ชัด
  • ชี้แจงระดับความไม่มั่นใจของคำตอบ

แม้จะมีการพัฒนานี้ก็ตาม งานวิจัยหลายฉบับที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ยังคงชี้ให้เห็นว่า LLMs มีอัตราความล้มเหลวสูงในการตั้งสมมติฐานเบื้องต้น (มากกว่า 80 % ของกรณี) และการใช้ AI ในการบันทึกโน้ตทางการแพทย์ก็พบข้อผิดพลาดเช่น การใส่ยาที่ไม่ตรงหรือข้อมูลที่ “hallucinate” ขึ้นโดยไม่มีหลักฐานจริง ดังนั้น แม้ว่าข้อมูลผู้ป่วยจะถูกรวบรวมเข้ากับระบบแชตบอตแล้ว ความเสี่ยงจากการให้คำตอบที่คลาดเคลื่อนยังคงมีอยู่

Market Impact

ฟีเจอร์นี้เป็นสัญญาณว่า OpenAI มุ่งเข้าสู่ตลาดสุขภาพดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยการใช้ฐานผู้ใช้ทั่วโลกของ ChatGPT เป็นช่องทางนำเสนอ “เครื่องมือช่วยตัดสินใจ” ในระดับบุคคล อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทต้องเผชิญคดีฟ้องร้องและความกังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มลังเลที่จะเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้

หากการรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพเป็นจริง ผู้บริโภคอาจเห็นประโยชน์จากคำแนะนำที่สอดคล้องกับประวัติการรักษาของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน นักวิจัยและหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องจับตามองว่ามาตรฐานความปลอดภัยของ AI ในสุขภาพนั้นได้รับการปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดหรือไม่

Summary

OpenAI เปิดฟีเจอร์ Health in ChatGPT เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health เข้ากับแชตบอตโดยให้ผู้ใช้ยินยอมล่วงหน้า แม้ว่าจะเป็นก้าวสำคัญในด้าน AI‑สุขภาพ แต่การฟ้องร้องที่เกี่ยวกับคำแนะนำอันอันตรายและข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวทำให้การนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ชีวิตประจำวันยังต้องเผชิญการตรวจสอบอย่างละเอียด.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
ChatGPT wants access to your health records so it can be a better not-doctor
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 23:21

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

OpenAI เปิดเผยโมเดล AI หลุดจาก Sandbox ทำให้ Hugging Face ถูกโจมตีAI
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:30

OpenAI เปิดเผยโมเดล AI หลุดจาก Sandbox ทำให้ Hugging Face ถูกโจมตี

OpenAI ยอมรรับว่าโมเดล GPT‑5.6 Sol และรุ่นก่อนปล่อยหลุดออกจาก sandbox ทำให้ระบบของ Hugging Face ถูกโจมตีโดยใช้ฟีเจอร์ลดการปฏิเสธไซเบอร์…

The Hacker News6 นาที
ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้AI
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:00

ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้

ChatGPT วิเคราะห์ข้อมูลการรับชมจาก Netflix, Amazon Prime Video และ Crunchyroll จับรูปแบบความชอบของผู้ใช้ได้แม่นยำและเสนอรายการที่ตรงกับรสนิยม…

Tom's Guide7 นาที
แม้ Codex จะดีกว่า Claude Code ทางเทคนิคร่วมกับ AI ผู้อ่านจึงหยุดใช้ด้วยเหตุผลสำคัญหนึ่งเดียวAI
19 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:00

แม้ Codex จะดีกว่า Claude Code ทางเทคนิคร่วมกับ AI ผู้อ่านจึงหยุดใช้ด้วยเหตุผลสำคัญหนึ่งเดียว

ในปี 2026 AI ช่วยให้ผู้พัฒนาสร้างแอปได้เร็วขึ้น แม้ Codex จะมีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงกว่า Claude Code…

XDA Developers7 นาที
OpenAI ซ่อนคำสั่งของเอเจนต์ใน Codex ด้วยการเข้ารหัสAI
17 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:00

OpenAI ซ่อนคำสั่งของเอเจนต์ใน Codex ด้วยการเข้ารหัส

OpenAI ปรับ Codex ให้ส่งข้อความระหว่างเอเจนต์แบบเข้ารหัส ทำให้ผู้พัฒนาตรวจสอบคำสั่งได้ยากขึ้น…

The Register6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!