
ที่มาภาพ: The Register
OpenAI เปิดฟีเจอร์ Health in ChatGPT เชื่อม Apple Health ให้คำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคล
⚡ สรุป 30 วิ
ฟีเจอร์ Health in ChatGPT เชื่อมข้อมูล Apple Health กับแชทบอทเพื่อให้คำแนะนำสุขภาพส่วนบุคคลโดยต้องยินยอมจากผู้ใช้. แม้จะช่วยปรับการออกกำลังกาย…
OpenAI ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Health in ChatGPT ที่ให้ผู้ใช้ iOS สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากแอป Apple Health ไปยัง ChatGPT เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองบทสนทนาที่เกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างเป็นส่วนบุคคล ขณะเดียวกันบริษัทต้องเผชิญการฟ้องร้องจากผู้ใช้ที่กล่าวว่า แชตบอตเคยให้คำแนะนำทางการแพทย์อันตรายจนทำให้อาการรุนแรงขึ้น การเปิดตัวนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญทั้งด้านเทคโนโลยีและกฎหมายของ AI ในวงการสุขภาพ
Overview
ฟีเจอร์ Health in ChatGPT เปิดให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐอเมริกาเชื่อมต่อข้อมูลจากแอป Apple Health ซึ่งรวมถึงบันทึกการนอน การออกกำลังกาย ผลตรวจแลบ ยาและภาวะสุขภาพส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยต้องได้รับ การยินยอม จากผู้ใช้ก่อนเท่านั้น OpenAI ระบุว่า การทำเช่นนี้จะช่วยให้แชตบอตมี “บริบทเพิ่มเติม” เพื่อสร้างคำตอบที่ตรงกับสภาพร่างกายและประวัติสุขภาพของแต่ละคน
แม้ฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดให้ใช้งานบน iOS และเว็บเวอร์ชั่นของ ChatGPT ทั้งในแผนฟรีและแบบชำระเงิน แต่ OpenAI ย้ำว่าการนำข้อมูลสุขภาพเข้ามาใช้ไม่ถือเป็นการฝึกโมเดลพื้นฐานหรือการโฆษณาใด ๆ การตัดสินใจนี้มาจากผลการทดลองก่อนหน้านี้ที่พบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง “พื้นที่สุขภาพ” เฉพาะของแชตบอตและเลือกถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพในช่องสนทนาทั่วไปมากกว่า 70 %
Feature Details
เมื่อผู้ใช้เชื่อมต่อ Apple Health กับ ChatGPT ระบบจะสามารถดึงข้อมูลดังต่อไปนี้:
- บันทึกการนอน (เวลาเข้านอน/ตื่น, คุณภาพการนอน)
- กิจกรรมทางกาย (จำนวนก้าว, การออกกำลังกาย, ระยะเวลา)
- ผลตรวจแลบและภาพรังสี ที่ผู้ใช้อัปโหลดเข้าแอป
- ข้อมูลยาและประวัติการแพ้ รวมถึงโรคประจำตัวที่ผู้ใช้ระบุ
โดย OpenAI กล่าวว่า แชตบอตจะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับ “เป้าหมายและบริบท” ที่ผู้ใช้ให้ไว้ในขณะสนทนา ทำให้สามารถเสนอแนะเช่น การปรับเวลาออกกำลังกายหรือเตือนให้อาหารเสริมตามสภาพร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงทำงานบนพื้นฐานของโมเดลภาษาใหญ่ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือซับซ้อน
Privacy & Legal Concerns
การเปิดใช้งาน Health in ChatGPT เกิดขึ้นพอ ๆ กับคดีฟ้องร้องต่อ OpenAI ที่ศาลสูงสุดของซานฟรานซิสโกโดยผู้ใช้จากฟลอริด้า ระบุว่า แชตบอตให้คำแนะนำที่ทำให้เขาตั้งใจอยู่บ้านแม้อาการ Pulmonary Embolism แย่ลง ส่งผลต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและต่อมามีภาวะฟื้นตัวอย่างหนัก OpenAI ตอบว่าข้อกำหนดการใช้บริการระบุชัดว่าแชตบอตไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวินิจฉัยหรือรักษาโรค
OpenAI ยังให้ข้อมูลว่า ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมต่อจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดลพื้นฐานและจะไม่มีการโฆษณาตามข้อมูลส่วนบุคคลนี้ แม้ว่าการรับประกันดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ผู้วิจารณ์ยังคงตั้งคำถามว่ากระบวนการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ผ่านระบบคลาวด์ของบริษัทจะได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอหรือไม่
Performance & Safety
OpenAI กล่าวว่าได้ทำงานร่วมกับ “หลายร้อยแพทย์” เพื่อทดสอบฟีเจอร์นี้ด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยระบุว่ามีการปรับปรุงโมเดลให้สามารถ:
- ตรวจจับสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลฉุกเฉินได้ดีขึ้น
- ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ใช้เมื่อตอบไม่แน่ชัด
- ชี้แจงระดับความไม่มั่นใจของคำตอบ
แม้จะมีการพัฒนานี้ก็ตาม งานวิจัยหลายฉบับที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ยังคงชี้ให้เห็นว่า LLMs มีอัตราความล้มเหลวสูงในการตั้งสมมติฐานเบื้องต้น (มากกว่า 80 % ของกรณี) และการใช้ AI ในการบันทึกโน้ตทางการแพทย์ก็พบข้อผิดพลาดเช่น การใส่ยาที่ไม่ตรงหรือข้อมูลที่ “hallucinate” ขึ้นโดยไม่มีหลักฐานจริง ดังนั้น แม้ว่าข้อมูลผู้ป่วยจะถูกรวบรวมเข้ากับระบบแชตบอตแล้ว ความเสี่ยงจากการให้คำตอบที่คลาดเคลื่อนยังคงมีอยู่
Market Impact
ฟีเจอร์นี้เป็นสัญญาณว่า OpenAI มุ่งเข้าสู่ตลาดสุขภาพดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยการใช้ฐานผู้ใช้ทั่วโลกของ ChatGPT เป็นช่องทางนำเสนอ “เครื่องมือช่วยตัดสินใจ” ในระดับบุคคล อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทต้องเผชิญคดีฟ้องร้องและความกังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มลังเลที่จะเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้
หากการรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพเป็นจริง ผู้บริโภคอาจเห็นประโยชน์จากคำแนะนำที่สอดคล้องกับประวัติการรักษาของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน นักวิจัยและหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องจับตามองว่ามาตรฐานความปลอดภัยของ AI ในสุขภาพนั้นได้รับการปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดหรือไม่
Summary
OpenAI เปิดฟีเจอร์ Health in ChatGPT เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health เข้ากับแชตบอตโดยให้ผู้ใช้ยินยอมล่วงหน้า แม้ว่าจะเป็นก้าวสำคัญในด้าน AI‑สุขภาพ แต่การฟ้องร้องที่เกี่ยวกับคำแนะนำอันอันตรายและข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวทำให้การนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ชีวิตประจำวันยังต้องเผชิญการตรวจสอบอย่างละเอียด.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- ChatGPT wants access to your health records so it can be a better not-doctor
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 23:21



