
ที่มาภาพ: TechRadar
Palantir CEO เต็มเสียงวิพากษ์ OpenAI และโมเดลโทเคน: ค่าใช้จ่ายสูงเกินไปและเสี่ยงต่อความปลอดภัย
⚡ สรุป 30 วิ
Alex Karp ซีอีโอ Palantir ประณามโมเดลโทเคนของ OpenAI และ Anthropic ว่าทำให้ต้นทุน AI พุ่งสูงและเป็นภาระธุรกิจ…
Palantir CEO Alex Karp แสดงความไม่พอใจกับทิศทางของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรุนแรงในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC Squawk Box โดยวิจารณ์ว่า การนำ AI ไปใช้ในด้านทหารและความมั่นคงแห่งชาติเป็น “effing insane” และชี้ให้เห็นว่าราคาค่าใช้บริการของบริษัท AI ชั้นนำกำลังทำให้ธุรกิจต้องพิจารณาแนวทางใหม่
Overview
อเล็กซ์ คาร์ป กล่าวว่าการใช้โมเดลแบบ token ของบริษัทเช่น OpenAI และ Anthropic ทำให้ต้นทุนของ AI เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้หลายองค์กรเริ่มมองหาวิธีการที่คุ้มค่ากว่าในการใช้เทคโนโลยีนี้ คาร์ปยังอ้างว่าได้พูดคุยกับซีอีโอระดับสูงจากหลายอุตสาหกรรมที่ “โกรธ” ต่อการดำเนินงานของบริษัท AI บางแห่ง
ในมุมมองของคาร์ป การเรียกเก็บค่าบริการสูงและการเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อพัฒนาโมเดลของตนเอง ถือเป็นการทำ “wealth tax” ต่อธุรกิจ ลูกค้าไม่เพียงแต่จ่ายค่าใช้บริการที่แพงขึ้น แต่ยังสูญเสียความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่อาจถูกนำไปใช้ต่อยอดโดยผู้ให้บริการ
คาร์ปย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของต้นทุน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมและอิสระของข้อมูล เมื่อองค์กรต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก ความเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิ์ในข้อมูลและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
Karp’s Critique of AI Business Model
คาร์ปวิพากษ์โมเดลการคิดค่าบริการแบบ token ว่าเป็น “สิ่งที่ผิดพลาดอย่างสมบูรณ์” เนื่องจากองค์กรหลายแห่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อโทเคนในการประมวลผล AI ทำให้การลงทุนใน AI กลายเป็นภาระที่ยากต่อการจัดการ
เขายังบ่งชี้ว่าการที่บริษัท AI รับค่าใช้จ่ายสูงพร้อมกับเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อฝึกโมเดลต่อไปนั้นเป็นการสร้าง “ภาษีความมั่งคั่ง” ที่ทำให้ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายสองเท่า ทั้งค่าบริการและการสูญเสียความเป็นเจ้าของข้อมูล
คาร์ปยังกล่าวว่า การที่บริษัท AI รายใหญ่เช่น OpenAI และ Anthropic ยังคงยึดติดกับโมเดลโทเคน แม้ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้น ทำให้ลูกค้าเริ่มมองหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การพัฒนาโมเดลของตนเอง
Shift Towards In‑house Models
เนื่องจากต้นทุนการใช้บริการ AI จากผู้ให้บริการภายนอกเพิ่มสูงขึ้นหลายองค์กรจึงเริ่มพิจารณาเปลี่ยนแนวทางไปสู่การสร้างและฝึกโมเดล AI ภายในบริษัทเอง
- การพัฒนา open weight models ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องจ่ายค่าโทเคนสูง
- การควบคุม data stack ภายในทำให้ธุรกิจมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญไม่ถูกนำไปใช้โดยบุคคลภายนอก
- ความต้องการ control over compute และโมเดลทำให้บริษัทต่าง ๆ มองหาโซลูชันที่ให้ความเป็นอิสระมากขึ้น
คาร์ปอธิบายว่าแนวโน้มนี้เป็นผลมาจาก “เสียงของธุรกิจอเมริกัน” ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มตั้งข้อกังวลต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากโมเดลของบริษัท AI บางราย
Palantir–Nvidia Partnership
เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการควบคุมเทคโนโลยี AI อย่างเต็มที่ Palantir ได้ประกาศความร่วมมือกับ Nvidia ซึ่งจะใช้บริการ AI ของ Nvidia ในการสร้างโมเดลที่กำหนดเองสำหรับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ
คาร์ปชี้ว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่ “ต้องการควบคุมการประมวลผล การสร้างโมเดล และสแต็กข้อมูลของตนเอง” โดยไม่ต้องพึ่งพาองค์กรภายนอกในการจัดหาเทคโนโลยี
การทำข้อตกลงนี้ยังเป็นการตอบสนองต่อความกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ได้ปิดการใช้งานโมเดล Mythos 5 และ Fable 5 ของ Anthropic เนื่องจากมีการประเมินว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ
Government & Security Concerns
คาร์ปวิพากษ์การที่รัฐบาลสหรัฐฯ พึ่งพาบริษัท AI ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการทหารและความมั่นคงแห่งชาติว่า “effing insane” เนื่องจากการมอบหมายงานสำคัญเหล่านี้ให้กับบริษัทเอกชนอาจทำให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในมือของผู้ที่ไม่รับผิดชอบโดยตรง
เขายังเตือนให้สหรัฐฯ ไม่ประมาทต่อความเร็วของการพัฒนา AI ของจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพสูงในด้านเทคโนโลยีนี้ การพัฒนาความสามารถของ AI อย่างรวดเร็วอาจทำให้การควบคุมและการกำกับดูแลยากขึ้น
ข้อกังวลเหล่านี้ได้รับการเน้นย้ำหลังจากที่ Anthropic ถูกบังคับให้ปิดโมเดล Mythos 5 และ Fable 5 เนื่องจากมีการประเมินว่าเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยระดับชาติ การตัดสินใจเช่นนี้บ่งบอกถึงความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลต่อเทคโนโลยี AI
Impact
การวิพากษ์ของคาร์ปอาจกระตุ้นให้บริษัท AI ชั้นนำพิจารณาปรับโครงสร้างโมเดลการคิดค่าบริการให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายและข้อมูลของตนเอง นอกจากนี้ การย้ายไปสู่ open weight models อาจทำให้ตลาด AI มีการแข่งขันที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ความร่วมมือระหว่าง Palantir กับ Nvidia แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการสร้างโซลูชัน AI ภายในองค์กรที่เน้นความเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและข้อมูล ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลและภาคเอกชนหันมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์และการฝึกโมเดลของตนเอง
สุดท้าย การเตือนของคาร์ปต่อการพึ่งพา AI ของ Silicon Valley ในการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารอาจกระตุ้นให้มีการทบทวนแนวทางการจัดซื้อและการพัฒนาเทคโนโลยีระดับชาติในระดับรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม
Summary
Alex Karp ของ Palantir แสดงความไม่พอใจกับโมเดลธุรกิจ AI ปัจจุบันและเรียกร้องให้ธุรกิจควบคุมค่าใช้จ่ายและข้อมูลของตนเอง การร่วมมือกับ Nvidia แสดงแนวทางใหม่ของการสร้างโมเดล AI ภายในองค์กร ส่วนข้อกังวลด้านความมั่นคงและการพึ่งพาบริษัท AI ยังเป็นประเด็นสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- ‘Something has gone completely wrong’: Palantir CEO Alex Karp slams OpenAI, says AI industry is "effing insane"
- ผู้เขียน
- Mike Moore
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:40



