
ที่มาภาพ: TechRadar
เปรียบ PC ฝัน 2017 กับ RTX 5090 ปี 2026 ผลลัพธ์สุดตระการใจ
⚡ สรุป 30 วิ
ทดสอบ PC 2017 (GTX 1080 Ti) กับเครื่อง 2026 (RTX 5090) พบ RTX 5090 มีคะแนนเบนช์สูงกว่า 2.5‑เท่าและให้ FPS ใกล้ 90 ในเกมเรย์เทรสิง ขณะที่ย GTX 1080 Ti…
Lead: เมื่อปี 2017 ผู้เขียนได้รับคอมพิวเตอร์ “ฝัน” สเปกระดับไฮเอ็นด์จากบริษัท Scan เพื่อตรวจสอบว่าตรงข้ามกับการ์ดกราฟิก RTX 5090** ของ NVIDIA ที่เปิดตัวในปี 2026 จะทำงานได้อย่างไร ผลลัพธ์แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของราคา ประสิทธิภาพและแนวโน้มตลาดเกมพีซีตลอดทศวรรษ
Overview
บทความนี้สรุปการเปรียบเทียบระหว่างระบบพีซีปี 2017 ที่ประกอบด้วย Intel Core i7‑7700K และ NVIDIA GTX 1080 Ti Founder's Edition กับเครื่องเกมระดับสุดยอดในปี 2026 ที่ใช้ AMD Ryzen 7 7800X3D พร้อมการ์ดกราฟิก RTX 5090 Astral ของ ASUS การทดสอบถูกออกแบบให้ครอบคลุมเกมจากยุคเก่าและใหม่ รวมถึงเบนช์มาร์กมาตรฐานเพื่อวัดประสิทธิภาพโดยรวม
ตามรายงานของ *TechRadar* ผู้เขียนได้ติดตั้งการ์ด GTX 1080 Ti แทนการ์ดเดิมในเครื่อง Scan แล้วเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่มี RTX 5090 อยู่แล้ว การจัดทำนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าต้นทุนของระบบระดับไฮเอ็นด์เมื่อ 10 ปีก่อนนั้นเท่าใดเมื่อเทียบกับการ์ดกราฟิกสุดเด่นในปัจจุบัน
Specs & Pricing
เครื่องพีซีจากปี 2017 มีสเปคดังนี้
- **CPU: Intel Core i7‑7700K
- **Cooler: Corsair 240 mm AIO
- **GPU: NVIDIA GTX 1080 Ti Founder's Edition
- **RAM: Corsair Vengeance LED 16 GB DDR4‑3000
- **SSD: Samsung 960 Evo 250 GB (เสริมด้วย SSD 1 TB)
- **Motherboard: ASUS ROG Strix Z270F Gaming
- **PSU: Corsair RM750x 750 W
- **Case: Corsair Carbide 400C สีขาว
ตามที่ผู้เขียนอ้างถึง ราคาต้นทุนรวมของระบบระดับไฮเอ็นด์ในปี 2017 อยู่ที่ประมาณ £1,700 (รวม VAT) ซึ่งเทียบได้กับราคาการ์ดกราฟิก RTX 5090 ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในราคา £1,799 สำหรับรุ่น Founder's Edition และอาจสูงกว่าเป็นสองเท่าสำหรับรุ่น ROG Astral ของ ASUS
เครื่องพีซียุค 2026 มีสเปคดังนี้
- **CPU: AMD Ryzen 7 7800X3D
- **Cooler: Noctua NH‑D15
- **GPU: ASUS ROG Astral RTX 5090
- **RAM: Corsair Vengeance 32 GB DDR5‑6000 CL36
- **SSD: Lexar NM790 4 TB
- **Motherboard: NZXT N7 B650E
- **PSU: NZXT C1200 1200 W 80+ Gold ATX 3.0
- **Case: NZXT H9 Flow (2023)
ข้อมูลเหล่านี้ให้ภาพรวมของการพัฒนาทางเทคโนโลยีทั้งในด้านสถาปัตยกรรม CPU, หน่วยความจำและแหล่งจ่ายไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าเพียงเปลี่ยนการ์ดกราฟิกอย่างเดียว
Methodology
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นกลาง ผู้เขียนดำเนินการทดสอบโดยใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 25H2 พร้อมไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับ GTX 10‑series รุ่น 582.66 การทดสอบประกอบด้วย
- เล่นเกมยอดนิยมในปี 2017 เช่น *The Witcher 3* และ *Grand Theft Auto V* เพื่อวัดประสิทธิภาพพื้นฐานของเครื่อง 2017
- รันเกมใหม่ที่ต้องการทรัพยากรสูงเช่น *Cyberpunk 2077* (RTX‑enabled) และ *Starfield* เพื่อตรวจสอบขีดจำกัดของทั้งสองระบบในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
- ใช้ชุดเบนช์มาร์กมาตรฐาน เช่น 3DMark Time Spy, Blender Rendering และ PCMark 10 เพื่อเปรียบเทียบตัวเลข FPS, เวลาเรนเดอร์และคะแนนรวม
กระบวนการทดสอบทั้งหมดถูกทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยที่เชื่อถือได้ ทั้งสองเครื่องยังคงใช้การตั้งค่ากราฟิก “High” หรือ “Ultra” ตามความเหมาะสมของแต่ละเกม
Results
ผลลัพธ์จากการเบนช์มาร์กแสดงให้เห็นว่า RTX 5090 ทำคะแนนสูงกว่า GTX 1080 Ti อย่างมากในทุกประเภท ตัวอย่างเช่น ใน 3DMark Time Spy เครื่อง 2026 บันทึกคะแนนเกือบ 2.5 เท่า ของเครื่อง 2017 นอกจากนี้ การเล่นเกมที่เปิดใช้เรย์เทรสิ่ง (Ray Tracing) เช่น *Cyberpunk 2077* ทำให้ RTX 5090 สามารถรักษาอัตราเฟรมที่คงที่เหนือ 90 FPS ในขณะที่ GTX 1080 Ti ต่ำกว่า 30 FPS อย่างชัดเจน
แม้ว่า GTX 1080 Ti จะยังคงทำงานได้ดีในเกมแบบ “Rasterisation” ดั้งเดิม แต่เมื่อเทียบกับความต้องการของเกมสมัยใหม่ที่ใช้ AI Upscaling หรือ DLSS ผลลัพธ์ก็เริ่มเห็นช่องว่างอย่างชัดเจน การ์ดรุ่นเก่าจึงพบว่าตัวเองถูกจำกัดในด้านประสิทธิภาพโดยตรง
Analysis
จากมุมมองเศรษฐกิจ การเปรียบเทียบราคาของ £1,700 (ระบบ 2017) กับ £1,799 (RTX 5090 Founder's Edition) แสดงให้เห็นว่าต้นทุนของฮาร์ดแวร์ระดับสูงมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะทำให้ค่าใช้จ่ายในรูปแบบ “หนึ่งชิ้น” ดูเหมือนคงที่ แต่ความสามารถทางเทคนิคของส่วนประกอบได้พัฒนาไปหลายเท่าตัว
อีกประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตเริ่มให้ความสำคัญกับคุณสมบัติใหม่เช่นเรย์เทรสิ่ง, DLSS และ AI‑accelerated workloads มากกว่าการเพิ่มคล็อกสปีดอย่างเดียว ซึ่งทำให้ราคาการ์ดกราฟิกระดับสุดยอดสูงขึ้น แต่ก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์เกมคุณภาพสูง
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การลงทุนในระบบ “อัปเกรดเป็น RTX 5090” ยังคงเป็นการตัดสินใจที่มีค่า ROI สูง หากต้องการเล่นเกมใหม่ๆ ในความละเอียด 4K หรือ 8K พร้อมเรย์เทรสิ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ที่เน้นเกมแบบ “คลาสสิค” หรือไม่ได้ใช้งานคุณสมบัติ AI‑enhanced มาก การ์ด GTX 1080 Ti ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระดับราคาต่ำกว่า 50% ของ RTX 5090
Impact
ผลการทดสอบนี้สื่อให้เห็นว่าการพัฒนาฮาร์ดแวร์ในช่วงสิบปีได้ทำให้ ประสบการณ์เกม เปลี่ยนจาก “เล่นได้” เป็น “เล่นอย่างล้ำหน้า” อย่างเต็มรูปแบบ นักพัฒนาเกมจึงสามารถใช้เทคโนโลยีเช่นเรย์เทรสิ่งและ AI Upscaling ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรองรับฮาร์ดแวร์ระดับกลาง
สำหรับอุตสาหกรรม PC Building ตลาด “ฝัน” ของผู้ใช้ยังคงมีความสำคัญอยู่ แต่แนวโน้มของราคาการ์ดกราฟิกสูงสุดบ่งชี้ว่าผู้บริโภคจะต้องตัดสินใจระหว่าง “การลงทุนเต็มรูปแบบ” หรือ “ต่อยอดระบบเดิมด้วยอัปเกรดส่วนประกอบบางส่วน” มากกว่าการซื้อเครื่องใหม่ทั้งหมด
Summary
การเปรียบเทียบพีซีปี 2017 กับ RTX 5090 ในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของประสิทธิภาพและราคาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่เทคโนโลยีกราฟิกและสถาปัตยกรรมระบบโดยรวม ผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์เกมระดับสูงยังคงต้องพิจารณาการอัปเกรดอย่างมีเหตุผลเพื่อให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- I pitted my dream PC from 2017 against an RTX 5090 monster in 2026 in a fight to the death - here's what happened
- ผู้เขียน
- Reece Bithrey
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 9 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00



