Pixel รองรับโค้ดบีบอัดเสียง Bluetooth LHDC ความละเอียดสูง – วิธีเปิดใช้งาน

ที่มาภาพ: Android Authority

Mobile-อ่าน 7 นาทีAndroid Authority

Pixel รองรับโค้ดบีบอัดเสียง Bluetooth LHDC ความละเอียดสูง – วิธีเปิดใช้งาน

⚡ สรุป 30 วิ

Android 17 เพิ่มโค้ด LHDC ให้ Pixel ส่งเสียง 24‑bit/96 kHz ผ่านบลูทูธแบบความหน่วงต่ำ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ในเมนู Bluetooth และเลือกโค้ด LHDC…

การอัปเดต Android 17 ล่าสุดของ Google ได้นำ **โค้ดบีบอัดเสียง Bluetooth LHDA (Low‑Latency High‑Definition Codec) ไปยังสมาร์ทโฟนรุ่น Pixel ทำให้ผู้ใช้สามารถสตรีมเพลงคุณภาพสูงผ่านการเชื่อมต่อไร้สายได้โดยไม่ต้องพึ่งสายต่อหูฟัง การสนับสนุนนี้สำคัญต่อผู้ที่ใส่ใจคุณภาพเสียงระดับ “high‑res” และอาจเปลี่ยนวิธีฟังเพลงของกลุ่มผู้ใช้ Android อย่างกว้างขวาง

Overview

Android 17 นำโค้ดบีบอัด LHDC มาสู่ระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งเป็นโค้ดแรกที่ Pixel รองรับโดยตรงก่อนหน้าโค้ดอื่น ๆ เช่น aptX หรือ SBC แม้ว่าการส่งผ่าน Bluetooth จะมีข้อจำกัดด้านแบนด์วิธ แต่ LHDC สามารถจัดการสัญญาณเสียงได้ถึง 24‑bit/96 kHz พร้อมอัตราบิทสูงสุดประมาณ 900 kbps ทำให้เสียงที่ได้ใกล้เคียงกับไฟล์ต้นฉบับที่บันทึกไว้บนอุปกรณ์

จากมุมมองของอุตสาหกรรม การเพิ่มโค้ดนี้หมายถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์เสียง “hi‑fi” บนอุปกรณ์พกพา อย่างไรก็ตาม การนำ LHDC ไปใช้ยังต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมที่รองรับโค้ดเดียวกัน ทั้งหูฟังและเครื่องส่งสัญญาณ Bluetooth

What is LHDC?

LHDC (Low‑Latency High‑Definition Codec) ถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติจีนเพื่อให้บรรลุสมดุลระหว่างคุณภาพเสียงสูงและความหน่วงเวลาต่ำ โค้ดนี้ทำงานโดยใช้การบีบอัดแบบ lossless‑ish ซึ่งให้ความละเอียดเสียงที่สูงกว่าการบีบอัดแบบ lossy แบบดั้งเดิม เช่น SBC

โดยทั่วไป LHDC มีสามระดับบิทเรต (400 kbps, 600 kbps, 900 kbps) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการของอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมการใช้งาน ระดับบิทเรตสูงสุดช่วยให้สามารถส่งสัญญาณเสียงที่มีรายละเอียดเต็มที่โดยไม่สูญเสียความคมชัดของเครื่องดนตรีหรือเสียงรอบด้าน

นอกจากนี้ LHDC ยังมุ่งเน้นที่ latency ต่ำกว่า 30 ms ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญสำหรับการฟังเพลงแบบเรียลไทม์หรือการเล่นเกมที่ต้องการความแม่นยำของเสียงตามภาพ

Enabling LHDC on Pixel Devices

การเปิดใช้งาน LHDC บน Pixel ไม่ได้ซับซ้อนมาก ผู้ใช้เพียงต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็น Android 17 เวอร์ชันล่าสุด จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เปิด Settings Connected devices Bluetooth
  • เลือกอุปกรณ์ Bluetooth ที่ต้องการใช้ (ต้องรองรับ LHDC)
  • แตะไอคอนการตั้งค่า (gear) ของอุปกรณ์นั้น แล้วเปิด Audio codec เลือก LHDC

ระบบจะแจ้งเตือนว่าการเชื่อมต่อจะสลับไปใช้โค้ดใหม่ หากอุปกรณ์ไม่รองรับ จะกลับไปใช้โค้ดเริ่มต้นอย่าง SBC หรือ aptX โดยอัตโนมัติ

ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหูฟังหรืออะแดปเตอร์ที่ใช้เป็นรุ่นที่ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อสนับสนุน LHDC เวอร์ชันล่าสุด มิฉะนั้นอาจพบอาการตัดเสียงหรือความหน่วงที่เพิ่มขึ้น

Device Compatibility

ในขณะนี้ผู้ผลิตหลายรายได้ประกาศว่าผลิตภัณฑ์ของตนรองรับ LHDC ได้แก่

  • หูฟังไร้สายจาก Huawei, OPPO, OnePlus รุ่นระดับไฮเอนด์
  • อะแดปเตอร์ Bluetooth แบบพกพา (dongle) จาก Bluetooth Audio ที่มาพร้อมเฟิร์มแวร์อัปเดต

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายยี่ห้อที่ยังคงใช้โค้ด aptX Adaptive หรือ LDAC เป็นหลัก ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ Pixel ที่ต้องการประสบการณ์ LHDC ต้องคัดเลือกอุปกรณ์เสริมอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้ การรองรับ LHDC ยังขึ้นกับระดับบิทเรตของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ถ้าหูฟังรองรับเพียง 400 kbps ผู้ใช้จะไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากคุณภาพ 24‑bit/96 kHz ที่ Pixel สามารถส่งได้

Audio Quality Comparison

เมื่อเปรียบเทียบ LHDC กับโค้ดดั้งเดิม เช่น SBC หรือ aptX พบว่าความแตกต่างชัดเจนในด้านความละเอียดของสเปกตรัมเสียง SBC มีบิทเรตสูงสุดเพียง 345 kbps ทำให้รายละเอียดของเครื่องดนตรีบางส่วนสูญเสียไป ในขณะที่ aptX ที่ให้บิทเรตประมาณ 352 kbps ยังไม่สามารถจับยินเสียงในช่วงความถี่สูงได้อย่างเต็มที่

LHDC ที่ทำงานที่ 600‑900 kbps สามารถรักษาไดนามิกเรนจ์และสเปคตรัมความถี่ได้ดีกว่า ทำให้ผู้ฟังที่ใช้หูฟังคุณภาพสูงสามารถรับรู้รายละเอียดเช่น “air” ของกีตาร์หรือ “breath” ของเสียงเปียโนได้ชัดเจนกว่า

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้มักจะชัดเจนต่อผู้ฟังที่มี “หูทอง” หรือผู้ที่ใช้อุปกรณ์ฟังระดับไฮเอนด์ การฟังผ่านหูฟังราคากลางอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

Impact and Outlook

การเปิดตัว LHDC บน Pixel ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันมาตรฐานเสียงไร้สายให้ก้าวไกลกว่าที่เคยเป็นมา ผู้ใช้ Android จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากโค้ดของ Apple (AAC) หรือโค้ดของ Samsung (Samsung Scalable Codec) ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสียงปรับปรุงเฟิร์มแวร์เพื่อรองรับ LHDC อย่างกว้างขวาง

ในระยะยาว การแข่งขันระหว่างโค้ดต่าง ๆ (LHDC, aptX Adaptive, LDAC) จะส่งผลให้บริษัทยิ่งพัฒนาความเร็วบิทเรตและลด latency อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ Bluetooth กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการสตรีมเสียงคุณภาพ “hi‑res” แทนการใช้สายต่อโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ LHDC จะขึ้นกับการยอมรับของผู้บริโภคและการทำตลาดของผู้ผลิตหูฟัง หากอุปกรณ์รองรับเพิ่มมากขึ้นและราคาถูกลง การใช้งานจริงจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Summary

Android 17 ทำให้ Pixel รองรับโค้ดบีบอัดเสียง LHDC ที่ให้คุณภาพสูงถึง 24‑bit/96 kHz พร้อม latency ต่ำ ผู้ใช้ต้องเลือกอุปกรณ์เสริมที่รองรับโค้ดเดียวกันเพื่อรับประโยชน์เต็มที่ การเปิดตัวนี้อาจเร่งกระบวนการพัฒนาโค้ดเสียงไร้สายในตลาดและเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Your Pixel phone now supports high-res Bluetooth audio — here’s how to use it
ผู้เขียน
Robert Triggs
แหล่ง
Android Authority
วันที่เผยแพร่
30 มิถุนายน 2569 เวลา 17:30

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Samsung เริ่มทดสอบ One UI 9 (Android 17) สำหรับ Galaxy A24 4GMobile
30 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

Samsung เริ่มทดสอบ One UI 9 (Android 17) สำหรับ Galaxy A24 4G

Samsung ปล่อยอัปเดต One UI 8.5 บน Android 16 ให้ Galaxy A24 4G แล้วและได้เริ่มทดสอบ One UI 9 ที่อิง Android 17 ผ่านไฟล์เฟิร์มแวร์ใหม่…

GSMArena5 นาที
Oppo ปล่อย ColorOS 17 ใช้เทคนิค ‘Liquid Acrylic’ ลดพลังงา…Mobile
5 มิถุนายน 2569 เวลา 07:30

Oppo ปล่อย ColorOS 17 ใช้เทคนิค ‘Liquid Acrylic’ ลดพลังงา…

ColorOS 17 ของ Oppo ที่จะเปิดตัวในไตรมาส 3 2024 นำแนวคิด ‘Liquid Acrylic’ มาจากการออกแบบ Liquid Glass ของ iOS 26 ทำให้ UI โปร่งแสง ลดการหักเบี้ยวของแสง…

GSMArena8 นาที
Essentials แอปปรับ UI บน Pixel ใกล้เคียง Good Lock ของ Sa…Mobile
2 มิถุนายน 2569 เวลา 10:30

Essentials แอปปรับ UI บน Pixel ใกล้เคียง Good Lock ของ Sa…

Pixel ไม่มีเครื่องมือปรับ UI ระดับลึกเช่น Good Lock ของ Samsung ทำให้ผู้ใช้ต้องหาแอปทดแทน Essentials ซึ่งให้ฟีเจอร์ปรับ swipe triggers, layout แอปล่าสุด…

Android Authority6 นาที
Android 17 เปิดตัว Live Updates แบบใหม่Mobile
30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:00

Android 17 เปิดตัว Live Updates แบบใหม่

Android 17 เตรียมเปิดตัวเทมเพลตการแจ้งเตือนแบบใหม่ชื่อ "Metric Style" สำหรับฟีเจอร์ Live Updates รองรับแอปฟิตเนส สุขภาพ ตัวจับเวลา และการเดินทาง สามารถแสดงข้อมูลได้พร้อมกันถึง 3 จุดบนหน้าจอล็อกสกรีนและ Always-On Display ต่อยอดจากที่ Android 16 เริ่มไว้กับแอปเรียกรถและสั่งอาหาร

Android Authority3 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!