
ที่มาภาพ: Android Authority
Pixel รองรับโค้ดบีบอัดเสียง Bluetooth LHDC ความละเอียดสูง – วิธีเปิดใช้งาน
⚡ สรุป 30 วิ
Android 17 เพิ่มโค้ด LHDC ให้ Pixel ส่งเสียง 24‑bit/96 kHz ผ่านบลูทูธแบบความหน่วงต่ำ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ในเมนู Bluetooth และเลือกโค้ด LHDC…
การอัปเดต Android 17 ล่าสุดของ Google ได้นำ **โค้ดบีบอัดเสียง Bluetooth LHDA (Low‑Latency High‑Definition Codec) ไปยังสมาร์ทโฟนรุ่น Pixel ทำให้ผู้ใช้สามารถสตรีมเพลงคุณภาพสูงผ่านการเชื่อมต่อไร้สายได้โดยไม่ต้องพึ่งสายต่อหูฟัง การสนับสนุนนี้สำคัญต่อผู้ที่ใส่ใจคุณภาพเสียงระดับ “high‑res” และอาจเปลี่ยนวิธีฟังเพลงของกลุ่มผู้ใช้ Android อย่างกว้างขวาง
Overview
Android 17 นำโค้ดบีบอัด LHDC มาสู่ระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งเป็นโค้ดแรกที่ Pixel รองรับโดยตรงก่อนหน้าโค้ดอื่น ๆ เช่น aptX หรือ SBC แม้ว่าการส่งผ่าน Bluetooth จะมีข้อจำกัดด้านแบนด์วิธ แต่ LHDC สามารถจัดการสัญญาณเสียงได้ถึง 24‑bit/96 kHz พร้อมอัตราบิทสูงสุดประมาณ 900 kbps ทำให้เสียงที่ได้ใกล้เคียงกับไฟล์ต้นฉบับที่บันทึกไว้บนอุปกรณ์
จากมุมมองของอุตสาหกรรม การเพิ่มโค้ดนี้หมายถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์เสียง “hi‑fi” บนอุปกรณ์พกพา อย่างไรก็ตาม การนำ LHDC ไปใช้ยังต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมที่รองรับโค้ดเดียวกัน ทั้งหูฟังและเครื่องส่งสัญญาณ Bluetooth
What is LHDC?
LHDC (Low‑Latency High‑Definition Codec) ถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติจีนเพื่อให้บรรลุสมดุลระหว่างคุณภาพเสียงสูงและความหน่วงเวลาต่ำ โค้ดนี้ทำงานโดยใช้การบีบอัดแบบ lossless‑ish ซึ่งให้ความละเอียดเสียงที่สูงกว่าการบีบอัดแบบ lossy แบบดั้งเดิม เช่น SBC
โดยทั่วไป LHDC มีสามระดับบิทเรต (400 kbps, 600 kbps, 900 kbps) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการของอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมการใช้งาน ระดับบิทเรตสูงสุดช่วยให้สามารถส่งสัญญาณเสียงที่มีรายละเอียดเต็มที่โดยไม่สูญเสียความคมชัดของเครื่องดนตรีหรือเสียงรอบด้าน
นอกจากนี้ LHDC ยังมุ่งเน้นที่ latency ต่ำกว่า 30 ms ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญสำหรับการฟังเพลงแบบเรียลไทม์หรือการเล่นเกมที่ต้องการความแม่นยำของเสียงตามภาพ
Enabling LHDC on Pixel Devices
การเปิดใช้งาน LHDC บน Pixel ไม่ได้ซับซ้อนมาก ผู้ใช้เพียงต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็น Android 17 เวอร์ชันล่าสุด จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิด Settings Connected devices Bluetooth
- เลือกอุปกรณ์ Bluetooth ที่ต้องการใช้ (ต้องรองรับ LHDC)
- แตะไอคอนการตั้งค่า (gear) ของอุปกรณ์นั้น แล้วเปิด Audio codec เลือก LHDC
ระบบจะแจ้งเตือนว่าการเชื่อมต่อจะสลับไปใช้โค้ดใหม่ หากอุปกรณ์ไม่รองรับ จะกลับไปใช้โค้ดเริ่มต้นอย่าง SBC หรือ aptX โดยอัตโนมัติ
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหูฟังหรืออะแดปเตอร์ที่ใช้เป็นรุ่นที่ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อสนับสนุน LHDC เวอร์ชันล่าสุด มิฉะนั้นอาจพบอาการตัดเสียงหรือความหน่วงที่เพิ่มขึ้น
Device Compatibility
ในขณะนี้ผู้ผลิตหลายรายได้ประกาศว่าผลิตภัณฑ์ของตนรองรับ LHDC ได้แก่
- หูฟังไร้สายจาก Huawei, OPPO, OnePlus รุ่นระดับไฮเอนด์
- อะแดปเตอร์ Bluetooth แบบพกพา (dongle) จาก Bluetooth Audio ที่มาพร้อมเฟิร์มแวร์อัปเดต
อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายยี่ห้อที่ยังคงใช้โค้ด aptX Adaptive หรือ LDAC เป็นหลัก ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ Pixel ที่ต้องการประสบการณ์ LHDC ต้องคัดเลือกอุปกรณ์เสริมอย่างระมัดระวัง
นอกจากนี้ การรองรับ LHDC ยังขึ้นกับระดับบิทเรตของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ถ้าหูฟังรองรับเพียง 400 kbps ผู้ใช้จะไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากคุณภาพ 24‑bit/96 kHz ที่ Pixel สามารถส่งได้
Audio Quality Comparison
เมื่อเปรียบเทียบ LHDC กับโค้ดดั้งเดิม เช่น SBC หรือ aptX พบว่าความแตกต่างชัดเจนในด้านความละเอียดของสเปกตรัมเสียง SBC มีบิทเรตสูงสุดเพียง 345 kbps ทำให้รายละเอียดของเครื่องดนตรีบางส่วนสูญเสียไป ในขณะที่ aptX ที่ให้บิทเรตประมาณ 352 kbps ยังไม่สามารถจับยินเสียงในช่วงความถี่สูงได้อย่างเต็มที่
LHDC ที่ทำงานที่ 600‑900 kbps สามารถรักษาไดนามิกเรนจ์และสเปคตรัมความถี่ได้ดีกว่า ทำให้ผู้ฟังที่ใช้หูฟังคุณภาพสูงสามารถรับรู้รายละเอียดเช่น “air” ของกีตาร์หรือ “breath” ของเสียงเปียโนได้ชัดเจนกว่า
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้มักจะชัดเจนต่อผู้ฟังที่มี “หูทอง” หรือผู้ที่ใช้อุปกรณ์ฟังระดับไฮเอนด์ การฟังผ่านหูฟังราคากลางอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
Impact and Outlook
การเปิดตัว LHDC บน Pixel ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันมาตรฐานเสียงไร้สายให้ก้าวไกลกว่าที่เคยเป็นมา ผู้ใช้ Android จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากโค้ดของ Apple (AAC) หรือโค้ดของ Samsung (Samsung Scalable Codec) ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสียงปรับปรุงเฟิร์มแวร์เพื่อรองรับ LHDC อย่างกว้างขวาง
ในระยะยาว การแข่งขันระหว่างโค้ดต่าง ๆ (LHDC, aptX Adaptive, LDAC) จะส่งผลให้บริษัทยิ่งพัฒนาความเร็วบิทเรตและลด latency อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ Bluetooth กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการสตรีมเสียงคุณภาพ “hi‑res” แทนการใช้สายต่อโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ LHDC จะขึ้นกับการยอมรับของผู้บริโภคและการทำตลาดของผู้ผลิตหูฟัง หากอุปกรณ์รองรับเพิ่มมากขึ้นและราคาถูกลง การใช้งานจริงจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Summary
Android 17 ทำให้ Pixel รองรับโค้ดบีบอัดเสียง LHDC ที่ให้คุณภาพสูงถึง 24‑bit/96 kHz พร้อม latency ต่ำ ผู้ใช้ต้องเลือกอุปกรณ์เสริมที่รองรับโค้ดเดียวกันเพื่อรับประโยชน์เต็มที่ การเปิดตัวนี้อาจเร่งกระบวนการพัฒนาโค้ดเสียงไร้สายในตลาดและเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Your Pixel phone now supports high-res Bluetooth audio — here’s how to use it
- ผู้เขียน
- Robert Triggs
- แหล่ง
- Android Authority
- วันที่เผยแพร่
- 30 มิถุนายน 2569 เวลา 17:30



