Google ยืนยัน Pixel Watch 5 มี GPS แม่นยำเหนือ Apple และ Garmin ที่มาราธอนลอนดอน

ที่มาภาพ: TechRadar

AI-อ่าน 8 นาทีTechRadar

Google ยืนยัน Pixel Watch 5 มี GPS แม่นยำเหนือ Apple และ Garmin ที่มาราธอนลอนดอน

⚡ สรุป 30 วิ

Google ทดสอบ Pixel Watch 5 ร่วมกับ Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro บนสนามมาราธอนลอนดอน พบว่า GPS ของ Pixel…

Google ยืนยันว่า Pixel Watch 5 มีระบบ GPS ที่แม่นยำที่สุดในระดับสมาร์ทวอช พร้อมอ้างว่าติดตามเส้นทางได้ดีกว่า Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro เพื่อพิสูจน์ข้อเรียกร้องนี้ นักข่าวได้ทำการทดลองวิ่งบนระยะที่เป็นปัญหา GPS ของสนามมาราธอนลอนดอนโดยใช้ทั้งสามเครื่องมือเปรียบเทียบผลจริง

Overview

Google แถลงว่าการอัปเดตล่าสุดของ Pixel Watch 5 ให้ความแม่นยำสูงสุดในการบันทึกตำแหน่งระหว่างการออกกำลังกาย แม้ว่า Apple และ Garmin จะเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทวอชด้าน GPS มาก่อน การเปรียบเทียบโดยตรงบนสนามมาราธอนที่มีตึกสูงหลายสิบชั้นจึงเป็นวิธีตรวจสอบข้อสรุปนี้ได้อย่างชัดเจน

การทดลองถูกออกแบบให้ครอบคลุมช่วง “ไมล์ 18‑20” ของเส้นทางลอนดอนมาราธอน ซึ่งเป็นส่วนที่สัญญาณ GPS มักถูกรบกวนจากอาคารและโครงสร้างโลหะสูง การวิ่งไป-กลับในจุดเดียวกันทำให้ได้ข้อมูลสองชุดที่สามารถตรวจสอบความเสถียรของแต่ละเครื่องได้

ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือเปรียบเทียบ IloveGPX พร้อมการแปลงไฟล์จาก TCX (Pixel Watch) เป็น GPX เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบเดียวกัน

Technology Behind the Claims

Google บอกว่า Pixel Watch 5 ใช้ระบบ dual‑band GPS ซึ่งทำงานบนสองความถี่ของดาวเทียมเพื่อเพิ่มโอกาสรับสัญญาณที่แข็งแรงเมื่อต้องผ่านอาคารหรือพื้นที่ป่าไม้ ระบบนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับ Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro

นอกจากนี้ Google เพิ่มชั้นการประมวลผลโดยใช้ข้อมูลแผนที่อาคารจาก Google Maps ร่วมกับ AI เพื่อลดความเบี่ยงเบนของสัญญาณที่สะท้อนจากพื้นผิวอาคารสูง อีกทั้งยังตั้งสถานีอ้างอิง GPS ไว้ทั่วโลกเพื่อแก้ไขผลกระทบจากสภาพอากาศ

เพื่อจัดการกับการใช้พลังงาน Google เลือกวิธี บีบอัดข้อมูล GPS บนตัวเครื่องแล้วส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ ก่อนจะซิงค์ผลลัพธ์กลับมาแสดงในแอป Google Health ทำให้กระบวนการแก้ไขส่วนใหญ่เกิดหลังจากการออกกำลังกายเสร็จสิ้น

  • ระบบ dual‑band GPS
  • การใช้ข้อมูลอาคารจาก Google Maps + AI
  • สถานีอ้างอิง GPS ระดับโลก
  • บีบอัดข้อมูลบนตัวเครื่องและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์

Test Methodology

ผู้ทดสอบถือ Pixel Watch 5 อยู่ที่ข้อมือหนึ่ง ขณะเดียวกันสวม Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro ที่ข้อมืออีกด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการกดปุ่มโดยบังเอิญและรักษาความเป็นอิสระของแต่ละเครื่อง

ขั้นตอนแรกคือวิ่งจากไมล์ 18‑20 ของสนามมาราธอน แล้วต่อด้วยการวิ่งเพิ่มเติม 5 km ก่อนหยุดบันทึก ระยะทางที่เลือกมีตึกสูงของ Canary Wharf ปรากฏหลายจุด ทำให้เป็นสภาพทดสอบ GPS ที่เข้มข้นที่สุด

ในรอบที่สอง ผู้ทดสอบสลับตำแหน่งการใส่ Pixel Watch 5 ไปยังข้อมืออีกด้านหนึ่ง แล้วทำการวิ่งกลับโดยใช้แอปบันทึกการออกกำลังกายพื้นฐานของแต่ละเครื่อง (ไม่มีแอปเสริม) เพื่อให้ผลการบันทึกเป็นไปตามสภาพจริงที่สุด

ไฟล์ TCX ที่บันทึกจาก Pixel Watch 5 ถูกแปลงเป็น GPX ก่อนอัปโหลดเข้าสู่ IloveGPX ซึ่งช่วยให้เปรียบเทียบเส้นทางและระยะทางของทั้งสามเครื่องได้อย่างแม่นยำ

Results & Comparison

ในการวิ่งรอบแรก เส้นทางที่บันทึกโดย Garmin Fenix 8 Pro แสดงการเบี่ยงเบนสีแดงชัดเจนเมื่อเข้าสู่พื้นที่อาคารสูง ส่วนเส้นทางของ Pixel Watch 5 และ Apple Watch Ultra 3 อยู่ใกล้กันมาก ตลอดช่วงการวิ่งที่ต้องหลบเลี่ยงสัญญาณ GPS ที่หายไป

ระยะเวลาที่บันทึกโดย Pixel Watch 5 กับ Apple Watch Ultra 3 มีความคล้ายคลึงกัน ส่วน Garmin Fenix 8 Pro บันทึกระยะทางยาวกว่าประมาณ **0.2 ไมล์ (≈0.3 km) ซึ่งทำให้ค่าเฉลี่ยความเร็วของ Garmin ช้ากว่าเครื่องอื่น ๆ

รอบที่สอง แม้ว่าทั้งสามเครื่องจะเริ่มบันทึกเส้นทางใกล้เคียงกันในช่วงแรก แต่เมื่อเข้าสู่เขต Canary Wharf ที่มีอาคารสูง Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro เริ่มเบี่ยงเบนออกจากเส้นทางเดิม ในขณะที่ Pixel Watch 5 ยังคงติดตามตำแหน่งได้ใกล้เคียงกับเส้นทางจริงที่สุด

ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าเทคโนโลยีการปรับสัญญาณและการประมวลผลบนคลาวด์ของ Google มีความสามารถในการลดข้อผิดพลาดจากอาคารสูงได้ดีกว่าแม้ว่าจะใช้ระบบ dual‑band GPS เดียวกันกับคู่แข่ง

Analysis of Findings

จากข้อมูลที่เก็บได้ พบว่าการผสาน AI กับฐานข้อมูลอาคารทำให้ Pixel Watch 5 สามารถคงตำแหน่งได้แม่นยำกว่าในพื้นที่ซับซ้อน แม้ว่า Apple และ Garmin จะมีระบบ dual‑band GPS ที่คล้ายกันก็ตาม การใช้สถานีอ้างอิงทั่วโลกของ Google เพิ่มความเสถียรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มักทำให้ GPS ของเครื่องอื่น ๆ ผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นยังต้องแลกกับกระบวนการส่งข้อมูลไปเซิร์ฟเวอร์เพื่อประมวลผล ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ไม่เห็นผลทันทีบนหน้าปัด แต่สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหลังการออกกำลังกายที่ละเอียด การวิธีนี้เป็นข้อได้เปรียบ

จากมุมมองของแบตเตอรี่ ระบบบีบอัดข้อมูลบนเครื่องช่วยลดการใช้พลังงานระหว่างการบันทึก ทำให้ Pixel Watch 5 ยังรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ในระดับที่เทียบเคียงกับ Apple และ Garmin ได้ดี

Implications for Users

ผู้ใช้สมาร์ทวอชที่ต้องการความแม่นยำสูงในการติดตามเส้นทางโดยเฉพาะในเมืองใหญ่หรือพื้นที่มีอาคารสูง ควรพิจารณา Pixel Watch 5 เป็นตัวเลือกหนึ่ง เนื่องจากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มเบี่ยงเบนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก

สำหรับนักวิ่งมาราธอนหรือผู้ที่ใช้ GPS เพื่อบันทึกระยะทางในการฝึกซ้อม การเลือกอุปกรณ์ที่มีระบบ AI‑assisted correction จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนการฝึกและประเมินผลการพัฒนาตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตระหนักว่าการบันทึกข้อมูลจะต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับการแก้ไขบนเซิร์ฟเวอร์ หากอยู่ในโหมดออฟไลน์หรือไม่มีสัญญาณเครือข่าย ข้อมูลที่ได้อาจไม่ผ่านการปรับแต่งเหมือนในกรณีของ Google

Summary

การทดสอบบนสนามมาราธอนลอนดอนแสดงให้เห็นว่า Pixel Watch 5 มีความแม่นยำในการบันทึก GPS ดีกว่า Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro ในสภาพอาคารสูง ผลลัพธ์นี้สนับสนุนคำกล่าวของ Google ที่ใช้เทคโนโลยี dual‑band, AI ปรับตำแหน่งและการประมวลผลบนคลาวด์เพื่อเพิ่มความแม่นยำ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Google says the Pixel Watch 5 can beat Apple and Garmin for GPS accuracy — so I decided to test all three watches myself on the London Marathon course
ผู้เขียน
Michael Sawh
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
29 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Nvidia เปิดตัว NVHBM ความจุแบนด์วิดธ์สูง 30% ใช้พลังงานลด 15% สำหรับพันธมิตร NVLink FusionAI
29 สิงหาคม 2569 เวลา 05:30

Nvidia เปิดตัว NVHBM ความจุแบนด์วิดธ์สูง 30% ใช้พลังงานลด 15% สำหรับพันธมิตร NVLink Fusion

Nvidia เปิดตัวหน่วยความจำ NVHBM ที่เพิ่มแบนด์วิดธ์ 30% และลดการใช้ไฟฟ้า 15% เมื่อเทียบกับ HBM4e. เทคโนโลยีนี้ออกแบบเพื่อพันธมิตรของ NVLink Fusion…

Tom's Hardware6 นาที
Meta เปิดชิป MTIA 400 สร้างสรรค์การฝึก AI และโฆษณาบนหนึ่งชิพเดียวAI
29 สิงหาคม 2569 เวลา 04:00

Meta เปิดชิป MTIA 400 สร้างสรรค์การฝึก AI และโฆษณาบนหนึ่งชิพเดียว

Meta เปิดตัว MTIA 400 ชิป AI แรกของบริษัทที่ออกแบบเพื่อฝึกโมเดลภาษาใหญ่และทำงาน inference ให้ระบบโฆษณาในเวลาเดียวกัน…

The Register6 นาที
Salesforce ผสาน CRM เข้ากับ Claude ของ Anthropic เปิดตัว Claudeforce ไม่ต้องใช้แอปเดิมAI
29 สิงหาคม 2569 เวลา 02:30

Salesforce ผสาน CRM เข้ากับ Claude ของ Anthropic เปิดตัว Claudeforce ไม่ต้องใช้แอปเดิม

Salesforce ประกาศร่วมมือกับ Anthropic ผ่านแพลตฟอร์ม Claudeforce ทำให้ผู้ใช้ดึงข้อมูล CRM แบบเรียลไทม์จาก Claude โดยไม่ต้องเปิดแอป Salesforce อีกต่อไป…

VentureBeat7 นาที
Rockstar เติบโตสองเท่าและเปิดสาขา LA เพื่อพัฒนา NPC ระดับจริงใน GTA 6AI
29 สิงหาคม 2569 เวลา 01:00

Rockstar เติบโตสองเท่าและเปิดสาขา LA เพื่อพัฒนา NPC ระดับจริงใน GTA 6

Rockstar Games ขยายขนาดกว่าสองเท่าและตั้งสาขาใหม่ที่ลอสแอนเจลิสเพื่อพัฒนา NPC ที่สมจริงสำหรับ GTA 6 งบประมาณคาดว่าเกินหนึ่งพันล้านดอลลาร์

GamesRadar7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!