
ที่มาภาพ: TechRadar
SIM เชิงรุกทำให้แฮกสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ IoT และเครื่องชาร์จ EV
⚡ สรุป 30 วิ
การวิจัยของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมและ Fuzzware พบว่า Proactive SIM สามารถรันคำสั่ง RUN AT บนอุปกรณ์ M2M ทำให้ผู้โจมตีควบคุมสมาร์ทโฟน, IoT และเครื่องชาร์จ EV…
การวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมและบริษัทความปลอดภัยชาวเยอรมัน Fuzzware พบว่า คำสั่งมาตรฐานหนึ่งในฟีเจอร์ Proactive SIM ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์เครื่องจักร‑ต่อ‑เครื่อง (M2M) จำนวน 9 เครื่องจากทั้งหมด 26 เครื่องที่ทำการทดสอบ ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมสมาร์ทโฟน, อุปกรณ์ IoT และแม้กระทั่งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV charger) ได้ หากมีการสอดแทรก SIM ที่เป็นอันตรายเข้ามา จุดอ่อนนี้อาจสร้างความเสี่ยงต่อระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์บ่อยนัก
Overview
ฟีเจอร์ Proactive SIM ถูกกำหนดไว้ในมาตรฐานเซลูลาร์เพื่อให้ SIM สามารถ “ผลัก” คำสั่งไปยังอุปกรณ์ได้ แทนที่จะทำหน้าที่เป็นตัวระบุเพียงอย่างเดียว การเปิดใช้งานคำสั่ง RUN AT ทำให้โมเด็มรับคำสั่ง AT (ภาษาโต้ตอบของโมเด็มตั้งแต่ยุค Hayes Smartmodem ปี 1981) ที่ส่งมาจาก SIM ได้โดยไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม ผลลัพธ์คือสมาร์ทการ์ดสามารถเข้าถึงคอนโซลระดับทั่วไปของอุปกรณ์และรันโค้ดที่โจมตีกำหนด
ในแง่ของความปลอดภัย คำสั่งนี้ไม่ได้มีเจตนาให้เป็นช่องโหว่โดยตรง แต่เมื่อผู้ผลิตไม่ได้ใส่มาตรการป้องกันไว้ จึงทำให้ SIM ที่ถูกเปลี่ยนหรือดัดแปลงสามารถกลายเป็น “เครื่องมือโจมตี” ได้อย่างง่ายดาย
Technical Details
นักวิจัยได้พัฒนาเครื่องมือชื่อ CATana เพื่อสแกนและทดสอบความสามารถของ SIM ที่เป็นอันตราย เครื่องมือนี้ทำการส่งคำสั่ง RUN AT ไปยังโมเด็มผ่านอินเตอร์เฟซที่เปิดเผยอยู่บนฮาร์ดแวร์ จากนั้นตรวจสอบว่ามีโค้ดใดบ้างที่สามารถดำเนินการได้
ผลการทดสอบระบุว่าอุปกรณ์ทั้งหมด 9 เครื่องที่ตอบสนองต่อคำสั่งนี้ใช้ชิปหรือโมเด็มของ Qualcomm แม้จะมีอุปกรณ์ Qualcomm อีกหลายรุ่นที่ไม่แสดงอาการอ่อนแอ การทำงานของ RUN AT ทำให้สมาร์ทการ์ดสามารถสั่งให้โมเด็มรันสคริปต์ใด ๆ ที่โจมตีต้องการ เช่น คำสั่งเพื่อเปิดพอร์ตเครือข่ายหรือแม้กระทั่งควบคุมส่วนฮาร์ดแวร์ของเครื่องชาร์จ EV
- อุปกรณ์ที่ยอมรับคำสั่ง: 6 โมดูลเซลูลาร์ M2M + 3 สมาร์ทโฟน (Oppo Find X5, Oppo Reno 14 F 5G, Asus Zenfone 9)
- รุ่นสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ที่ตรวจสอบรวม iPhone และ Pixel ไม่พบอาการอ่อนแอ
Testing Results
การทดลองทั้งหมดครอบคลุม 26 อุปกรณ์ โดยแบ่งเป็น 18 สมาร์ทโฟนและ 8 โมดูลเซลูลาร์สำหรับเครื่องจักร‑ต่อ‑เครื่อง ทีมวิจัยใช้ CATana ส่งคำสั่ง RUN AT ไปยังอุปกรณ์แต่ละตัว ผลที่ได้แสดงว่า:
- ทั้งหกโมดูล M2M ยอมรับคำสั่งและให้การเข้าถึงคอนโซลระดับต่ำ
- เพียงสามสมาร์ทโฟนเท่านั้นที่เปิดเผยอินเตอร์เฟซเดียวกัน ซึ่งเป็นอัตราการเจาะจงของฮาร์ดแวร์ M2M มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป
การใช้ CATana บนอุปกรณ์ชาร์จ EV ของบริษัท Autel ทำให้ทีมวิจัยสามารถรันโค้ดบนเครื่องชาร์จได้โดยสมบูรณ์ ทั้งนี้การโจมตีทั้งหมดต้องอาศัย SIM ที่ถูกควบคุมโดยผู้โจมตีก่อนแล้ว
Vendor Response
หลังจากที่ผลการทดสอบได้รับการส่งต่อให้กับบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ได้แก่ Google, Oppo, Quectel, Semtech และ Qualcomm ในเดือนมีนาคม 2026 ทีมวิจัยยังได้แจ้งให้ GSMA ทราบในเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน
โดย Qualcomm ได้ตอบสนองด้วยการออกแบบคอนฟิก “hardened” ที่ปิดการทำงานของอินเตอร์เฟซ RUN AT โดยค่าเริ่มต้นสำหรับชิปรุ่นต่อไป แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการประกาศคำเตือนสาธารณะจากผู้ผลิตใด ๆ
Security Implications
แม้ว่าโจมตีต้องอาศัยการควบคุม SIM อย่างจริงจัง (เช่น การเข้าถึงช่องใส่ SIM ทางกายภาพ) แต่ความเสี่ยงต่ออุปกรณ์ IoT ที่ติดตั้งในสถานที่เปิดเผยโดยไม่มีผู้ดูแลตลอดเวลานั้นสูงกว่า เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มักจะมี SIM tray ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย
- สำหรับสมาร์ทโฟน ผู้โจมตีต้องมีการเข้าถึง SIM ของเหยื่อ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าการใช้ช่องโหว่ระยะไกล
- ในด้านอุปกรณ์ M2M เช่น เครื่องชาร์จ EV, เราเตอร์อุตสาหกรรม หรือหน่วยเทเลเมติกส์ของรถยนต์ การเปลี่ยน SIM อาจทำได้โดยง่ายผ่านการบำรุงรักษาตามกำหนด
ผลกระทบสำคัญคือ ระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นประจำ—เช่น เครื่องชาร์จ EV ที่ติดตั้งในสถานีสาธารณะหรือเซ็นเตอร์ซ่อมบำรุง—อาจกลายเป็นเป้าหมายหลักของ “โครงข่ายโจมตีด้วย SIM” ในอนาคต
Impact on IoT and EV Infrastructure
การที่ Proactive SIM สามารถทำให้สมาร์ทการ์ดควบคุมโมเด็มได้โดยตรง ทำให้แหล่งจุดอ่อนในระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น นักวิจัยชี้ว่าขณะนี้ยังไม่มีมาตรการป้องกันแบบทั่วถึงสำหรับอุปกรณ์ M2M ทั้งหลาย
หากผู้โจมตีสามารถสอดแทรก SIM ที่เป็นอันตรายเข้าไปในเครื่องชาร์จ EV ที่ให้บริการต่อเนื่อง การควบคุมระบบอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของการชาร์จ หรือแม้กระทั่งการส่งข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยกลับไปยังผู้ผลิตและผู้จัดการเครือข่าย
ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยควรตรวจสอบ SIM tray ของอุปกรณ์ทุกประเภท และพิจารณาการใช้ชิป Qualcomm รุ่น “hardened” เพื่อบล็อกอินเตอร์เฟซ RUN AT ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์
Summary
งานวิจัยเผยว่าคำสั่ง RUN AT ของฟีเจอร์ Proactive SIM ปรากฏบนอุปกรณ์ M2M จำนวน 9 เครื่องจาก 26 เครื่องที่ทดสอบ ทำให้สามารถควบคุมสมาร์ทการ์ดเพื่อรันโค้ดได้ การโจมตีต้องอาศัยการเข้าถึง SIM อย่างจริงจัง แต่ความเสี่ยงต่ออุปกรณ์ IoT และเครื่องชาร์จ EV ที่ไม่มีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ยังคงสูง ผู้ผลิตควรเร่งนำคอนฟิก “hardened” ของ Qualcomm ไปใช้เพื่อปิดช่องโหว่นี้ในรุ่นถัดไป.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- 'The attacks we found only scratch the surface of what is possible': Experts say so-called 'Proactive SIM' cards can hijack smartphones, IoT devices and even EV chargers
- ผู้เขียน
- Rahim Amir
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 19 สิงหาคม 2569 เวลา 03:15



