กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ Redact ใช้ vishing ขโมยเงินจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์สหรัฐ

ที่มาภาพ: TechRadar

Security-อ่าน 6 นาทีTechRadar

กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ Redact ใช้ vishing ขโมยเงินจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์สหรัฐ

⚡ สรุป 30 วิ

Redact ทำแคมเปญ vishing เพื่อเจาะระบบ SaaS ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์เช่น Blackstone, KKR และ CME คัดลอกข้อมูลและโอนไปยังกระเป๋า crypto มูลค่า $10.7 ล้าน…

Lead: กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เคยเรียกว่า BlackFile (ปัจจุบันใช้ชื่อ Redact) ได้เปิดตัวแคมเปญฟิชชิงและข่มขู่อ extortion ระดับสูงต่อกองทุนเฮดจ์ฟันด์สหรัฐหลายราย รวมถึงบริษัทกฎหมายชั้นนำ รายงานของทีม Threat Intelligence ของ Google ชี้ให้เห็นว่าผู้โจมตีใช้เทคนิค vishing** เพื่อยึดครองข้อมูล SaaS ที่สำคัญและขโมยเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์จากกระเป๋าเงินคริปโต — เหตุการณ์นี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคการเงินทั่วโลก

Overview

กลุ่ม Redact มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับแคมเปญ ShinyHunters ก่อนหน้านี้ โดยพวกเขาจะโทรหาเจ้าหน้าที่ระดับกลาง‑บนที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบ SaaS เช่น Microsoft 365 หรือ Okta แล้วอ้างว่าเป็นทีมไอทีของบริษัท ผู้โจมตีจะให้ผู้รับสายคลิกเข้าสู่หน้า login ปลอมที่ดูเหมือนจริงเพื่อขโมย credentials และ authentication token หลังจากได้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว พวกเขาจะเข้าถึงระบบองค์กรทั้งหมดและใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการดึงข้อมูลสำคัญออกมา

กระบวนการสุดท้ายคือการส่งข้อความข่มขู่ให้ผู้เสียหายว่าข้อมูลที่ถูกแฮกจะถูกเปิดเผยบน Dark Web หากไม่ชำระค่าไถ่ การดำเนินการแบบครบวงจรนี้ทำให้ Redact สามารถควบคุมข้อมูลหลายระดับและเพิ่มแรงต่อรองในการเรียกร้องเงินค่าตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Modus Operandi

วิธีการที่ใช้โดย Redact มีสองขั้นตอนสำคัญ: การสร้างโดเมนปลอมและการสื่อสารแบบเสียง (vishing) ขั้นแรก ผู้โจมตีจดทะเบียน domain ที่คล้ายกับชื่อเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ SaaS หรือองค์กรเป้าหมาย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสับสนง่ายและอาจกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยไม่ตั้งข้อสงสัย

ต่อมา พนักงานที่ได้รับสายจะถูกชักนำให้เข้าไปยังหน้า login ปลอมผ่านลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความหรืออีเมล หลังจากผู้ใช้ใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ระบบจะบันทึกข้อมูลเหล่านั้นพร้อมกับ token ที่ให้สิทธิ์การเข้าถึงระดับสูง จากนั้นแฮกเกอร์จะเข้าสู่บัญชี SaaS ของเป้าหมายเพื่อดึงไฟล์ การสื่อสารภายในองค์กร หรือข้อมูลลูกค้าที่มีค่าทางการเงิน

กระบวนการทั้งหมดทำงานโดยอัตโนมัติด้วยสคริปต์ที่ออกแบบให้ค้นหาและขโมยข้อมูลในหลายระบบพร้อมกัน ทำให้ระยะเวลาการเจาะระบบลดลงจากหลายวันเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

Target Profile

ตามรายงานของ Google Threat Intelligence Group (TGIT) รายชื่อองค์กรที่ถูกสังเกตว่าถูก Redact มุ่งเป้า ได้แก่:

  • Blackstone
  • **KKR & Co.
  • **Apollo Global Management Inc.
  • **CME Group Inc.
  • บริษัทกฎหมาย Paul Hastings LLP
  • Greenberg Traurig LLP (แต่บริษัทได้ปฏิเสธว่าไม่เคยถูกโจมตี)

แม้ว่าบริษัทกฎหมายบางแห่งอาจไม่ได้รับการยืนยันว่ามีการละเมิดข้อมูลจริง แต่การที่กลุ่มอาชญากรระบุชื่อเหล่านี้ไว้ในรายการเป้าหมายแสดงให้เห็นถึงระดับความต้องการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและกฎหมายที่สูงมาก

Financial Impact

การติดตามกระเป๋าเงินคริปโตของ Redact พบว่ามี $10.7 million ถูกโอนเข้าไปยัง 18 wallets** ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมจนถึงกลางพฤษภาคม 2026 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการขโมยข้อมูล SaaS ไม่ได้เป็นเพียงการโจมตีเชิงเทคนิค แต่สามารถแปลงเป็นผลกำไรทางการเงินที่มหาศาลได้ในระยะสั้น

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าอัตราการจดทะเบียนโดเมนฟิชชิงเพิ่มขึ้นจาก หนึ่งโดเมนทุก 2.2 วัน ในเดือนเมษายน‑พฤษภาคม ไปเป็น หนึ่งโดเมนทุก 1.6 วัน ในช่วงมิถุนายน‑กรกฎาคม การเร่งความเร็วนี้บ่งชี้ว่ากลุ่มกำลังขยายแคมเปญอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มโอกาสในการเก็บเงินค่าตอบแทนจากองค์กรเพิ่มเติม

Response & Outlook

จนถึงขณะนี้ ทั้ง Blackstone, KKR และ CME Group ยังไม่ได้ให้การยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีการละเมิดข้อมูล แม้ว่าบริษัทกฎหมายบางแห่งจะปฏิเสธการถูกโจมตี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ภาคส่วนการเงินต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยด้าน SaaS อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการฝึกอบรมพนักงานรับมือกับการโทรอ้างว่าเป็นฝ่ายไอที (vishing) และการตรวจสอบ URL ก่อนกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์สิเชิงว่าการใช้ token‑based authentication เป็นจุดอ่อนที่ต้องได้รับการปกป้องเพิ่มเติม เช่น การตั้งค่า MFA ที่แข็งแรงและการจำกัดสิทธิ์ของ token ให้มีอายุสั้นลง นอกจากนี้ บริษัทควรติดตามและบล็อกโดเมนฟิชชิงแบบเรียลไทม์เพื่อหลีกเลี่ยงการนำผู้ใช้เข้าสู่หน้า login ปลอม

Summary

กลุ่ม Redact ใช้เทคนิค vishing และหน้า login ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล SaaS ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์และบริษัทกฎหมายชั้นนำในสหรัฐ ส่งผลให้มีเงินค่าตอบแทนประมาณ $10.7 million** ไหลเข้ากระเป๋าเงินคริปโต 18 รายการ ความเสี่ยงนี้กระตุ้นให้อุตสาหกรรมการเงินต้องเร่งปรับมาตรฐานความปลอดภัยและฝึกอบรมพนักงานเพื่อรับมือกับการโจมตีแบบใหม่ต่อไป.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Top US hedge funds targeted by major vishing campaign — Blackstone, KKR and CME among those under fire
ผู้เขียน
Sead Fadilpašić
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
7 สิงหาคม 2569 เวลา 22:05

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

GitHub ปรับ actions/checkout เวอร์ชัน 7 เพื่อบล็อกการโจมตีแบบ pwn requestSecurity
25 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

GitHub ปรับ actions/checkout เวอร์ชัน 7 เพื่อบล็อกการโจมตีแบบ pwn request

GitHub ปรับปรุง actions/checkout เวอร์ชัน 7 ให้บล็อก workflow ที่ดึงโค้ดจากฟอร์กที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเมื่อใช้ pull_request_target หรือ workflow_run…

InfoWorld8 นาที
เปิดเผยช่องโหว่ Squidbleed อายุ 29 ปี รั่วข้อมูล HTTP แบบ plaintext ผ่านพร็อกซี่เดียวกันSecurity
24 มิถุนายน 2569 เวลา 20:00

เปิดเผยช่องโหว่ Squidbleed อายุ 29 ปี รั่วข้อมูล HTTP แบบ plaintext ผ่านพร็อกซี่เดียวกัน

นักวิจัยจาก Calif.io พบช่องโหว่ heap over‑read ใน Squid ชื่อ Squidbleed ซึ่งอายุ 29 ปี ทำให้ผู้ใช้ที่แชร์พร็อกซี่เดียวกันสามารถดึงข้อมูล HTTP แบบ plaintext…

The Hacker News6 นาที
เว็บบินาร์สำรวจวิธีโจมตีหลบ MFA ด้วยฟิชชิงและแนวทางตอบโต้ด้วยพฤติกรรม AISecurity
21 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

เว็บบินาร์สำรวจวิธีโจมตีหลบ MFA ด้วยฟิชชิงและแนวทางตอบโต้ด้วยพฤติกรรม AI

การโจมตีแบบฟิชชิงล่าสุดใช้ Device Code เพื่อหลบ MFA ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องขโมยรหัสผ่าน เว็บบินาร์แนะนำการใช้พฤติกรรม AI…

BleepingComputer6 นาที
Ladybird Browser ห้ามรับ Pull Request สาธารณะ เนื่องจากคว…Security
9 มิถุนายน 2569 เวลา 08:30

Ladybird Browser ห้ามรับ Pull Request สาธารณะ เนื่องจากคว…

Ladybird Browser ประกาศระงับการรับ pull request สาธารณะทั้งหมด เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากโค้ดที่สร้างโดย AI…

XDA Developers8 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!