
ที่มาภาพ: Tom's Guide
Roku Select Series 65‑inch QLED ราคาใต 400 ดอลลาร์ แต่คุณภาพ HDR ไม่เต็มที่
⚡ สรุป 30 วิ
Roku Select Series 65‑inch QLED เปิดตัวต้นปี 2026 ด้วยราคาใกล้ 400 ดอลลาร์ เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจอใหญ่ราคาประหยัด…
Roku Select Series 65‑inch 4K QLED เปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ด้วยราคาใกล้ $400 ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือก “budget‑friendly” สำหรับผู้ที่ต้องการจอใหญ่และระบบปฏิบัติการ Roku OS อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การทดสอบพบว่าความสว่างของจอไม่เพียงพอและการรองรับ HDR มีข้อจำกัด ทำให้ประสบการณ์ชมภาพในสภาพแสงสว่างหรือฉากมืดอาจไม่ตรงตามคาดหวังของผู้บริโภค
Overview
Roku ยังคงยึดถือแนวคิดอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นจุดขายหลักของตระกูล TV รุ่นก่อนหน้า อย่าง Roku Plus Series ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีวีราคาประหยัดที่ดีที่สุดในตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดระดับกลาง‑ล่างได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขันด้านความสว่าง สี และฟีเจอร์ HDR มีความรุนแรงมากขึ้น
ตามรายงานของ Tom's Guide รุ่น Select Series มีหลายขนาดให้เลือก ตั้งแต่ 43‑inch จอ LED ปกติ ไปจนถึง 65‑inch จอ QLED ที่ใช้เทคโนโลยี quantum‑dot แต่ยังไม่มีการรองรับ Dolby Vision หรือ Dolby Atmos ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ HDR/เสียงระดับไฮเอนด์ในปี 2026
โดยรวมแล้ว รุ่นนี้มุ่งเน้นที่การให้ผู้ใช้ได้รับระบบ Roku OS ที่คุ้นเคยพร้อมราคาที่สามารถเข้าถึงได้ แต่ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์อาจทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ชมที่ต้องการคุณภาพ HDR ที่เต็มรูปแบบได้
Specs & Pricing
- **ราคา: $399 (ประมาณ ฿13,500) – ที่ Best Buy มีราคาขายพิเศษ $379 (ปกติ $449)
- **ขนาดจอ: 65‑inch (64.5‑inch แนวทแยง)
- **ความละเอียด: 3,840 × 2,160 พิกเซล (4K UHD)
- HDR: รองรับ HDR10 และ HLG** (ไม่มี Dolby Vision)
- **อัตรารีเฟรช: 60 Hz
- **พอร์ตอินพุต/เอาต์พุต: 4 × HDMI 2.0 (หนึ่งพอร์ตรองรับ eARC) / 1 × USB‑A / อินพุตแอนเทน่า / SPDIF optical / Ethernet
- เทคโนโลยีจอ: QLED** (ใช้ quantum‑dot)
ข้อมูลสเปคและราคาเหล่านี้มาจากหน้าผลิตภัณฑ์ของ Roku และการตรวจสอบโดย Tom's Guide ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับการเปรียบเทียบในบทความนี้
Design & Ports
รูปลักษณ์ของ Roku Select 65‑inch ยังคงเป็นสไตล์ “budget TV” ที่พบได้บ่อยในตลาด มีความลึกประมาณ 3.3 อินช์ ทำให้ดูค่อนข้างหนา เมื่อมองจากด้านหน้า จะเห็นกรอบสีดำบาง ๆ พร้อมโลโก้สีเงินขนาดเล็กที่ตำแหน่งกึ่งกลางด้านล่างของจอ
ด้านหลังมีการจัดพอร์ตเป็นคอลัมน์เดียวที่ด้านซ้าย โดยรวมเป็นพอร์ตที่สำคัญต่อการเชื่อมต่อสมัยใหม่ ได้แก่ HDMI 2.0 สี่พอร์ต (หนึ่งพอร์ต eARC) ที่รองรับการส่งสัญญาณเสียงดิจิทัลไปยังซาวด์บาร์หรือระบบลำโพงภายนอก อีกทั้งยังมี SPDIF optical, USB‑A, Ethernet, และช่องรับสัญญาณแอนเทน่า (รองรับ ATSC 1.0) ซึ่งจำกัดความละเอียดที่ 1080p หากใช้สำหรับรับสัญญาณทีวีดิจิทัลแบบดั้งเดิม
การออกแบบพอร์ตแบบมาตรฐาน VESA (400 × 300 mm) ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งบนผนังได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การรองรับเพียง HDMI 2.0 ไม่ได้ให้ความสามารถในการรับสัญญาณ 120 Hz หรือคุณสมบัติการส่งข้อมูลที่สูงกว่า ซึ่งอาจจำกัดการใช้งานของเกมเมอร์หรือผู้ที่ต้องการแหล่งสัญญาณที่มีอัตรารีเฟรชสูง
Performance
การทดสอบของ Tom's Guide พบว่าจอ Roku Select ให้สีที่ค่อนข้างแม่นยำในโหมด HD/SDR แต่ความสว่างโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ฉากมืดหรือฉากที่มี HDR ไม่สามารถแสดงรายละเอียดได้เต็มที่ ตัวอย่างเช่น ในการดูซีรีส์ Stranger Things (Netflix) ฉากมืดดูเป็นสีเทา‑เขียวและขาดความลึกของสีดำ แม้จะปรับโหมด HDR+ Bright ก็ยังทำให้ระดับแบล็คลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ การไม่มีการรองรับ Dolby Vision ทำให้ประสบการณ์ HDR ของจออยู่ในระดับพื้นฐาน HDR10 และ HLG ซึ่งตามมาตรฐานสตรีมมิ่งระดับสูงในปี 2026 ควรจะเป็นฟีเจอร์ขั้นต่ำ การทดสอบบน Blu‑ray Spider‑Man: No Way Home แสดงให้เห็นว่าฉากไฟส่องหน้าแสดงสีสันได้ดี แต่ฉากเงาและแสงสว่างสลับกันยังคงมีความไม่สม่ำเสมอ
เสียงจากจอได้รับการประเมินว่าดีกว่าที่คาดคิด โดยที่ไม่มีการระบุรายละเอียดสเปคเสียงในแหล่งข้อมูลต้น แต่การมีพอร์ต eARC ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับระบบเสียงภายนอกเพื่อยกระดับประสบการณ์ได้
Competitive Analysis
เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นระดับบนของ Roku ได้แก่ Plus Series (ราคา $649) ที่มาพร้อม Mini‑LED, Dolby Vision, Dolby Atmos, และ Wi‑Fi 6 ทำให้ภาพสว่างและสีดีกว่าอย่างชัดเจน แม้ว่า รุ่น Plus ของปี 2025 จะมีราคาตกลงเหลือประมาณ $500 บน Amazon แต่ยังคงสูงกว่า Select อย่างน้อย $100
ในส่วนของคู่แข่งจากแบรนด์อื่น ๆ ในช่วงราคาเดียวกัน เช่น TCL QM6K, Hisense QD7, และ Vizio Mini‑LED Quantum 4K ต่างมีความสว่างและการรองรับ HDR ที่ดีกว่า โดยเฉพาะ Mini‑LED ที่ให้ความคมชัดของแบล็คและระดับความสว่างสูงกว่า QLED ของ Roku อย่างชัดเจน
ดังนั้นสำหรับผู้ที่มองหาทีวีในงบประมาณประมาณ $400‑$500 แต่ต้องการประสิทธิภาพ HDR ที่เต็มที่ การเลือกจากแบรนด์เหล่านี้อาจให้คุณค่าที่คุ้มค่ากว่า แม้ว่า Roku Select จะมาพร้อมระบบ Roku OS ที่ใช้งานง่าย แต่ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์อาจทำให้ผู้บริโภคต้องพิจารณาตัวเลือกอื่น
Summary
Roku Select Series 65‑inch ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เรียบง่ายและราคาถูก แต่ความสว่างและการรองรับ HDR ที่จำกัดทำให้ไม่เหมาะกับการชมเนื้อหา HDR คุณภาพสูง หากผู้ใช้ต้องการจอที่ให้สีสว่างและ HDR ที่ดีกว่า ควรพิจารณาตัวเลือกจากแบรนด์อื่นในช่วงราคาใกล้เคียง.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- The Roku Select Series tries to offer big-screen thrills for under $400, but it doesn’t quite deliver
- ผู้เขียน
- Sean Captain
- แหล่ง
- Tom's Guide
- วันที่เผยแพร่
- 27 มิถุนายน 2569 เวลา 19:00



