ดีมานด์ AI ขับเคลื่อน Samsung คาดกำไรธุรกิจชิปปี 2026 แซงกำไร 40 ปี

ที่มาภาพ: DroidSans

Hardware-อ่าน 9 นาทีDroidSans

ดีมานด์ AI ขับเคลื่อน Samsung คาดกำไรธุรกิจชิปปี 2026 แซงกำไร 40 ปี

⚡ สรุป 30 วิ

แหล่งข่าวรายงานว่า Samsung คาดการณ์ว่ากำไรจากธุรกิจชิปปี 2026 อาจสูงกว่ากำไรสะสมกว่า 40 ปี เนื่องจากดีมานด์ AI ขับเคลื่อนความต้องการหน่วยความจำ…

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแส ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออุปสงค์และความต้องการใช้หน่วยความจำ (Memory) อย่างมหาศาล ข้อมูลล่าสุดที่ถูกนำมาวิเคราะห์บ่งชี้ว่า กลุ่มธุรกิจชิปของ Samsung Electronics มีแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของหน่วยความจำประเภท DRAM และ NAND** แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวตามรอบวัฏจักรปกติเท่านั้น แต่เป็นปัจจัยที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีสู่ยุค AI ซึ่งได้เพิ่มความต้องการกำลังการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ภาพรวมการคาดการณ์ผลกำไรและการเติบโตของธุรกิจชิป

รายงานระบุว่า การกล่าวถึงข้อมูลในช่วงงาน Town Hall เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม โดย Kim Yong-kwan ประธานฝ่าย Device Solutions หรือธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung Electronics ได้สร้างความสนใจในตลาดอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ว่า กำไรจากธุรกิจชิปของ Samsung ในปี 2026 นั้น อาจสูงถึงระดับที่เหนือกว่ากำไรสะสมทั้งหมดที่บริษัทเคยทำได้ตลอดระยะเวลาราว 40 ปี นับตั้งแต่ที่บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะความต้องการที่ร้อนแรงเป็นพิเศษในธุรกิจหน่วยความจำของ Samsung ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูงและกำลังการจัดเก็บที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ได้ประเมินว่า Samsung อาจทำกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีในปีดังกล่าวได้สูงถึงประมาณ 300 ล้านล้านวอน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การคาดการณ์นี้มาจากแรงหนุนหลักของความต้องการชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีตลาดสำคัญที่ขับเคลื่อนหลักคือตลาด AI (ปัญญาประดิษฐ์), Data Center (ศูนย์ข้อมูล), HBM (High Bandwidth Memory) และ SSD (Solid State Drive) ระดับองค์กร ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบหลายปี

กลไกการปรับราคาสูงขึ้นในตลาดหน่วยความจำ

สาเหตุหลักที่ทำให้ Samsung มีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าในปัจจุบันคือ การขาดแคลนหน่วยความจำอย่างหนัก (Severe shortage) ในตลาด การขาดแคลนนี้ทำให้บริษัทสามารถเจรจาเพื่อปรับขึ้นราคากับลูกค้ากลุ่ม DRAM ทั่วไปได้ โดยรายงานระบุว่า Samsung มีแผนที่จะเจรจาเพื่อปรับราคาขึ้นอีกสูงสุดถึงราว 20% ในไตรมาส 3 ปี 2026 ทั้งนี้ หลังจากที่เคยมีการปรับราคา DRAM ขึ้นไปแล้วมากถึง 90% ในไตรมาส 1 เมื่อเทียบกับราคาอ้างอิงในไตรมาส 4 ปี 2025 และมีการปรับขึ้นต่อเนื่องเพิ่มไปอีกราว **50-60% ในไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน

นอกจากตลาด DRAM ทั่วไปแล้ว หน่วยความจำเฉพาะทางก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น ราคาของ LPDDR5X ขนาด 12GB ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดยหลังจากที่ราคาได้ปรับตัวขึ้นไปประมาณ 3 เท่า นับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2025 ทำให้ล่าสุดราคาสัญญาซื้อขายแตะระดับราว 145 ดอลลาร์ต่อชิ้น การปรับตัวขึ้นที่รุนแรงนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ผลกระทบจากกระแส AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดเซิร์ฟเวอร์หรือศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังส่งผลลากให้ต้นทุนของอุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วไป เช่น สมาร์ทโฟน, โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ต้องปรับสูงขึ้นตามไปด้วย

ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่โดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2026

ความสำเร็จของ Samsung ในแง่ของการดำเนินงานยังถูกคาดการณ์ไว้ในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยแหล่งข่าวรายงานว่า กำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะสูงถึง 84.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 55,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากตัวเลขนี้เป็นจริง จะถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานไตรมาสล่าสุดของบริษัทคู่แข่งอย่าง NVIDIA ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 53,540 ล้านดอลลาร์ การคาดการณ์นี้ยังอาจทำให้ Samsung ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้สูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงตำแหน่งผู้นำในห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำทั่วโลก

การลงทุนในอนาคตและมุมมองระยะยาว

แม้ว่า Samsung และ SK hynix จะมีแผนการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขยายกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำในเกาหลีใต้ โดยมีมูลค่ารวมมากกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายงานได้ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของโครงการลงทุนเหล่านี้ โดยระบุว่ากำลังการผลิตทั้งหมดที่มาจากโครงการขยายตัวดังกล่าว จะเริ่มมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจริง ๆ ก็ต่อเมื่อถึงช่วงปี 2033 เป็นต้นไปเท่านั้น สถานะของกำลังการผลิตในอนาคตที่ห่างไกลเช่นนี้เอง ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่า ความต้องการและราคาของหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND ยังคงมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องไปได้อีกหลายปีข้างหน้า

ผลกระทบเชิงระบบต่อห่วงโซ่อุปทานชิป

กระแสความต้องการที่ขับเคลื่อนโดย AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Systemic Shift) ให้กับตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมด การที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และระบบ AI ต่างๆ ต้องการหน่วยความจำความเร็วสูงและกำลังการประมวลผลที่มากขึ้น ทำให้ชิปหน่วยความจำกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนประกอบย่อยอีกต่อไป การปรับราคาอย่างต่อเนื่องไม่ได้เป็นเพียงการทำกำไรระยะสั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงการที่อุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วงการเร่งกำลังการเติบโต (Hyper-growth) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่

บริษัทต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์การจัดหาชิปให้สอดคล้องกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI มากขึ้น ทำให้การแข่งขันด้านหน่วยความจำยิ่งทวีความเข้มข้นและมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงแนวโน้มการเติบโตของ AI และผลกระทบต่อกำลังการผลิตและราคาหน่วยความจำในระยะยาวด้วย

สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อราคานหน่วยความจำ

  • **AI คือตัวขับเคลื่อนหลัก: ดีมานด์จากตลาด AI และ Data Center เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง (HBM, DRAM, SSD).
  • **การปรับราคารุนแรง: Samsung มีการปรับขึ้นราคาสูงถึง 90% ในไตรมาส 1 (DRAM) และคาดการณ์ปรับขึ้นเพิ่มในไตรมาส 3 ปี 2026.
  • **สินค้าผู้บริโภคได้รับผล: ผลกระทบจาก AI ไม่ได้จำกัดแค่เซิร์ฟเวอร์ แต่ลากให้ราคาสินค้าผู้บริโภคอย่างสมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊กสูงขึ้นตามไปด้วย.
  • **ระยะเวลาแห่งความต้องการสูง: กำลังการผลิตใหม่ของคู่แข่งจะเริ่มมีนัยสำคัญหลังปี 2033 ทำให้ตลาดหน่วยความจำเป็นสินค้าราคาแพงไปได้อีกหลายปี

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Samsung คาดผลประกอบการธุรกิจชิปปี 2026 แค่ปีเดียว อาจทำกำไรเยอะกว่าตลอด 40 ปีรวมกัน จากประแส AI ทำราคา RAM พุ่ง
ผู้เขียน
Masuo
แหล่ง
DroidSans
วันที่เผยแพร่
11 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:20

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Apple ลงทุน 30 พันล้านดอลลาร์กับ Broadcom เพื่อขยายการผลิตชิปในสหรัฐHardware
11 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:30

Apple ลงทุน 30 พันล้านดอลลาร์กับ Broadcom เพื่อขยายการผลิตชิปในสหรัฐ

Apple ยืนยันทุ่มเท 30 พันล้านดอลลาร์ให้ Broadcom ภายใต้โครงการ American Manufacturing Program (AMP) เพื่เร่งผลิตรอบซิลิกอนในสหรัฐฯ…

GSMArena6 นาที
Samsung เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD PM1763 PCIe Gen 6 รองรับ AI และ HPCHardware
10 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:30

Samsung เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD PM1763 PCIe Gen 6 รองรับ AI และ HPC

Samsung Electronics เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD รุ่น PM1763 ที่ใช้เทคโนโลยี PCIe 6.0 เพื่อรองรับการประมวลผล AI และ HPC ความเร็วและแบนด์วิธสูงช่วยเร่งการฝึกโมเดลใหญ่

TechPowerUp6 นาที
หลุดเบาะแส Samsung Galaxy Glasses: เจาะลึกดีไซน์ ฟีเจอร์ และระบบปฏิบัติการ One UI XRHardware
8 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:00

หลุดเบาะแส Samsung Galaxy Glasses: เจาะลึกดีไซน์ ฟีเจอร์ และระบบปฏิบัติการ One UI XR

Samsung Galaxy Glasses มีแนวโน้มเปิดตัวพร้อมระบบ One UI XR บนพื้นฐาน Android XR โดยมีคุณสมบัติครบครัน ทั้งกล้อง 12MP, ระบบ Gemini และแอป Manager…

DroidSans11 นาที
เปรียบเทียบ OLED Samsung S95H/S99H กับ LG G6 แสดงความแตกต่างสี ความสว่างและเงาในห้องจริงHardware
7 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:00

เปรียบเทียบ OLED Samsung S95H/S99H กับ LG G6 แสดงความแตกต่างสี ความสว่างและเงาในห้องจริง

Samsung S95H/S99H ให้ความสว่างเต็มหน้าจอสูงกว่า G6 ส่วนสีแดงของ LG G6 มีความเข็มข้นมากกว่า…

TechRadar7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!