
ที่มาภาพ: GSMArena
Samsung Exynos 2700 เตรียมทิ้งเทคโนโลยี FOWLP ใน Galaxy
⚡ สรุป 30 วิ
Samsung เตรียมยกเลิกเทคโนโลยี Fan-Out Wafer-Level Packaging (FOWLP) ในชิปเซ็ต Exynos 2700 สำหรับ Galaxy S27 Series เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงและความซับซ้อนของกระบวนการผลิต แม้ FOWLP จะช่วยเรื่องการจัดการความร้อนได้ดี แต่ความคุ้มค่าทางธุรกิจกลับไม่เป็นที่น่าพอใจ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและราคาของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Samsung ในอนาคต
Samsung กำลังจะปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Exynos 2700 โดยมีรายงานว่าบริษัทจะยกเลิกการใช้อ technology Fan‑Out Wafer‑Level Packaging หรือ FOWLP ที่เคยเป็นตราประจำการของชิป Exynos ตั้งแต่รุ่น Exynos 2400 นี้เอง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นการสะท้อนถึงการพิจารณาอย่างลึกซึ้งของ Samsung เกี่ยวกับการสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของชิปและต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาและความพร้อมของ Galaxy S27 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวในต้นปีหน้า
Context: ประวัติความเป็นมาของ FOWLP ในชิป Exynos FOWLP เป็นเทคโนโลยีการบรรจุชิปแบบ “แฟนเอาต์” ที่ทำให้ชิปถูกบรรจุบนแผ่นซิลิกอนโดยใช้กระบวนการลดขนาดและจัดเรียงส่วนประกอบต่าง ๆ บนพื้นที่เดียวกัน ทำให้ขนาดของชิปเล็กลงและการระบายความร้อนทำได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ Samsung เมื่อเทียบกับชิปที่ใช้เทคนิคการบรรจุแบบดั้งเดิมอย่าง Ball Grid Array (BGA) หรือ Flip‑Chip Ball Grid Array (FCBGA) โดยตรง FOWLP ช่วยให้การจัดการความร้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสเกิด “thermal throttling” ที่อาจทำให้ประสิทธิภาพของชิปลดลงในขณะใช้งานหนัก เช่น การถ่ายภาพแบบ 8K, การเล่นเกมความเร็วสูง หรือการใช้ AI ตัวอย่างเช่น Samsung ได้ใช้ FOWLP ใน Exynos 2400 ซึ่งเป็นชิปที่รองรับการประมวลผลภาพขั้นสูงสุดของสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ทำให้ Galaxy S24 Series สามารถรักษาความเสถียรของอัตราเฟรชมได้แม้ภายใต้ภาระงานหนัก
อย่างไรก็ตาม FOWLP มีข้อเสียที่ชัดเจนคือ “ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต” และ “ต้นทุนที่สูงกว่าการบรรจุชิปแบบดั้งเดิม” การผลิต FOWLP ต้องใช้เครื่องมือและขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องควบคุมความวัดระดับนาโนเมตรอย่าง دقيقة ทำให้ Samsung ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการยield (อัตราการผลิตที่สำเร็จ) ที่อาจไม่สูงเท่าที่ต้องการ ทำให้อัตราความคุ้มค่าทางธุรกิจลดลง จนถึงขั้นที่ Samsung ตัดสินใจมองหาทางเลือกใหม่สำหรับ Exynos 2700 ซึ่งคาดว่าจะนำไปใช้ใน Galaxy S27 Series ที่จะเปิดตัวในปีต่อไปนี้
Key Points (3‑5)
1. การยกเลิก FOWLP ของ Exynos 2700 – รายงานจากแหล่งข่าวอุตสาหกรรมระบุว่า Samsung ตัดสินใจไม่ใช้ FOWLP อีกต่อไปสำหรับรุ่น Exynos 2700 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ การยกเลิกนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกใช้เทคโนโลยีแฟนเอาต์โดยสิ้นเชิง แต่ Samsung กำลังสำรวจ “แฟนเอาต์” รูปแบบที่ซับซ้อนน้อยกว่า หรือ “ชิปเล็ต” (chiplet) ที่อาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ
2. ผลกระทบต่อราคาและการวางตลาดของ Galaxy S27 Series – หาก Samsung เลือกใช้เทคโนโลยีบรรจุชิปที่มีต้นทุนต่ำกว่า FOWLP อาจทำให้ราคาขายปลีกของ Galaxy S27 Series ลดลงหรือรักษาราคาเดิมโดยยังคงอัตรากำไรที่มั่นคง การลดต้นทุนยังส่งผลให้ Samsung สามารถขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ sensitivity ต่อราคาสูงกว่าอย่างผู้ใช้ในตลาดไทยที่คุ้นเคยกับราคาที่ “ไม่สูงเกิน” ของสมาร์ทโฟนเรือธง
3. การแข่งขันกับ Apple และ Qualcomm – Apple ใช้ชิปอย่าง A‑series ที่ผลิตโดย TSMC ด้วยกระบวนการ 5 nm หรือ 4 nm ซึ่งมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำต่อหน่วยเนื่องจากการผลิตที่มากระบบอัตโนมัติสูง ส่วน Qualcomm ก็ใช้เทคโนโลยี “Fan‑Out” ที่คล้ายกันแต่มีการปรับปรุงให้คุ้มค่ากว่า FOWLP โดยตรง การเปลี่ยนแปลงของ Samsung จึงถือเป็นการยกระดับเพื่อให้ต้องแข่งขันกับระดับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของ Apple/Qualcomm อย่างเท่าเทียม
4. ศักยภาพของชิปเล็ต (Chiplet) หรือเทคโนโลยีบรรจุชิปแบบใหม่ – แม้ว่ารายละเอียดของเทคโนโลยีบรรจุใหม่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่หลายสื่อในอุตสาหกรรมคาดเดาว่า Samsung อาจหันไปใช้ “chiplet” ซึ่งเป็นการแบ่งชิปย่อยเป็นหลายชิ้นแล้วนำมาประกอบกัน (similar to AMD Ryzen) หรือใช้ “Fan‑Out” แบบ “system‑in‑package” (SiP) ที่ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการผลิตและทำให้อัตรายield เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการลดต้นทุนโดยยังคงประสิทธิภาพ
5. ผลต่อห่วงโซ่อุปทานของ Samsung ในไทย – Samsung มีโรงงานผลิตชิปและอุปกรณ์ในประเทศไทยหลายแห่ง ทั้งการผลิตหน้าจอ, การประมวลผลชิป และการบรรจุชิป ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีบรรจุชิปของ Exynos 2700 อาจส่งผลให้โรงงานในไทยต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หรือขั้นตอนการผลิต ทั้งนี้หาก Samsung ใช้เทคโนโลยีที่ง่ายกว่า FOWLP อาจทำให้กระบวนการผลิตในไทยเร็วขึ้นและลดของเสีย ทำให้ผลChain ที่ซับซ้อนของ Samsung ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
Why It Matters การเปลี่ยนแปลงของ Samsung เกี่ยวกับ FOWLP ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกแบบชิป แต่ส่งผลต่อหลายด้านที่สำคัญต่อผู้บริโภคไทยและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ
- ประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน – การที่ Samsung ยังคงต้องการประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับ Galaxy S27 Series หมายความว่าแม้จะเลิกใช้ FOWLP แต่ชิป Exynos 2700 ต้องยังคงให้การประมวลผล CPU/GPU, การถ่ายภาพ AI, และการรองรับ 5G/6G ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหากการบรรจุชิปที่ซับซ้อนลดลง อาจทำให้การระบายความร้อนลดลงหรือเพิ่มความเสถียรในช่วงใช้งานหนัก ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เล่นเกมหรือใช้แอปพลิเคชันหนักๆ ควร
- ราคาขายปลีก – ต้นทุนการผลิตที่ลดลงหมายความว่า Samsung อาจสามารถตั้งราคาขายของ Galaxy S27 Series ให้ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า หรือแม้แต่ต่ำกว่ารุ่นที่เทียบเท่ากับ Apple iPhone หรือ Qualcomm Snapdragon รุ่นเรือธง ทำให้ผู้บริโภคไทยที่คำนวณ “คุ้มค่า” ต่อฟีเจอร์ที่ได้รับ อาจเลือกที่จะอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินมากเกินไป
- การแข่งขันในตลาด Flagship – ตลาดสมาร์ทโฟนระดับ Flagship ในไทยมีการแข่งขันที่สูงระหว่าง Samsung, Apple, Xiaomi, OPPO, และแบรนด์ที่ใช้ชิป Qualcomm หรือ MediaTek การที่ Samsung ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีบรรจุชิปเพื่อลดต้นทุนอาจทำให้การแข่งขันเรื่องราคากับ Apple หรือ Qualcomm ใกล้เคียงขึ้น ลด “gap” ด้านราคาแต่ยังคงรักษาประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการเพิ่มความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของ Samsung ในการรักษาตำแหน่ง “ผู้นำ” ของตลาด
- ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชิปในไทย – หาก Samsung ใช้เทคโนโลยีบรรจุชิปที่ซับซ้อนน้อยกว่า FOWLP อาจทำให้อุตสาหกรรมชิปในไทยที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและบรรจุชิป (เช่น การผลิตแผ่นวงจร, การบรรจุชิปแบบ SiP) ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มอัตราการผลิตและลดของเสีย ทำให้อุตสาหกรรมไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นในการสนับสนุนการผลิตอุปกรณ์หลายประเภท
Takeaway Samsung กำลังจะยกเลิกการใช้ FOWLP ในชิป Exynos 2700 ซึ่งเป็นการสื่อสารว่า “การคุ้มค่า” (cost‑effectiveness) ต่อการผลิตชิปมีความสำคัญเท่ากับ “ประสิทธิภาพ” (performance) ในยุคที่การแข่งขันระดับ Flagship ทวีความเข็มข้นทุกปี การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ Galaxy S27 Series มีราคาที่เข้าถึงมากขึ้นโดยยังคงให้ประสิทธิภาพที่สภาพแวดล้อมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนไทยต้องการ อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการพัฒนาของเทคโนโลยีบรรจุชิปใหม่ที่ Samsung จะเลือกใช้ รวมถึงการประกาศราคาและรายละเอียดทางเทคนิคเมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
Call to Action หากคุณเป็นผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีมือถือหรือกำลังพิจารณาอัปเกรดเป็น Galaxy S27 Series ใหม่ อย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจาก Samsung และแหล่งข่าวเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีบรรจุชิปที่อาจส่งผลต่อราคาและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในอนาคต อย่าลืมกด “ติดตาม” และ “แชร์” บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ผู้สนใจได้รับข้อมูลเชิงลึกกันด้วยเช่นกัน
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Samsung's Exynos 2700 SoC for Galaxy S27 series to reportedly ditch WLP technology
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- GSMArena
- วันที่เผยแพร่
- 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 07:01



