รหัสลับ Galaxy Watch 9 ปรากฏ อาจเปิดตัวพร้อมรุ่น Classic

ที่มาภาพ: GSMArena

Hardware31 พฤษภาคม 2569 เวลา 07:00อ่าน 18 นาทีGSMArena

รหัสลับ Galaxy Watch 9 ปรากฏ อาจเปิดตัวพร้อมรุ่น Classic

⚡ สรุป 30 วิ

การอัปเดต Wear OS เผยโค้ด “gts9” และ “gts9ultra2” ทำให้ผู้สังเกตเห็นว่าซัมซุงอาจเปิดตัว Galaxy Watch 9 รุ่นมาตรฐานและ Classic ในไตรมาสหน้า ส่วน Ultra 2…

ซัมซุงได้เปิดเผยรหัสภายในของอุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสต่อไปของปี 2024 ผ่านการตรวจสอบไฟล์อัปเดตระบบปฏิบัติการ Wear OS ซึ่งทำให้ผู้สังเกตการณ์ด้านเทคโนโลยีหลายรายเชื่อว่าบริษัทเกาหลีใต้กำลังเตรียมเปิดตัวตระกูล Samsung Galaxy Watch 9 ที่อาจรวมถึงรุ่น “Classic” อีกด้วย การเปิดเผยรหัสนี้ไม่ได้มาจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการของซัมซุง แต่เป็นผลจากการวิเคราะห์โค้ดของอัปเดตระบบ Wear OS ที่ Android Authority ได้ทำการตรวจสอบและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งพบคำสั่งที่ระบุชื่อรหัสว่า “gts9” และ “gts9ultra2” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการตั้งชื่อของซัมซุงในรุ่นก่อนหน้า เช่น “gts8” และ “gts8ultra”

การเปิดตัว “Classic” รุ่นใหม่ของซัมซุงไม่ใช่สิ่งที่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากในประวัติศาสตร์ของตระกูล Galaxy Watch มีการสลับรอบการเปิดตัวรุ่น Classic อย่างไม่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2021 ที่ซัมซุงได้เปิดตัว Galaxy Watch 4 Classic รุ่นแรกเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นโมเดล Classic ไม่ได้ปรากฏในตระกูล Watch 5 และ Watch 7 ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นการออกแบบแบบ “ขัดเกลา” (Sleek) เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม Watch 6 และ Watch 8 กลับมีการเปิดตัวเวอร์ชัน Classic อีกครั้ง ทำให้รูปแบบการเปิดตัว Classic ดูเหมือนจะเป็น “วงจรสลับ” ที่ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบดีไซน์คลาสสิกพร้อมกับความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

จากการวิเคราะห์ไฟล์อัปเดตดังกล่าว Android Authority ระบุว่ารหัส “gts9” น่าจะเป็นชื่อเรียกภายในของรุ่นมาตรฐานของ Galaxy Watch 9 ส่วน “gts9ultra2” ดูเหมือนจะสื่อถึงอุปกรณ์รุ่น Ultra ที่อาจเป็นการอัปเดตหรือเวอร์ชันที่สองของ Watch Ultra 2 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความแตกต่างระหว่าง Ultra รุ่นแรกกับ Ultra 2 ยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นของซัมซุงที่เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นว่ารุ่น Ultra 2 มีหน้าจอที่ใหญ่กว่า ความละเอียดสูงกว่า พร้อมกับเซนเซอร์สุขภาพที่เพิ่มขึ้น เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิผิวหนังและการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วยเทคโนโลยีใหม่

การที่ซัมซุงอาจเปิดตัว Galaxy Watch 9 Classic พร้อมกับ Ultra 2 ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า บริษัทอาจต้องการขยายขอบเขตของตลาดสวมใส่ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการทั้งดีไซน์คลาสสิกและคุณสมบัติด้านกีฬา/สุขภาพขั้นสูง ในปี 2023-2024 ตลาดสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจของ IDC ระบุว่าปริมาณการขายอุปกรณ์สวมใส่เพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2022 และส่วนแบ่งการตลาดของซัมซุงยังคงอยู่ในระดับที่ 3‑4 รองจากแอปเปิล (Apple) และเกียรติยศของระบบ Wear OS ที่กำลังฟื้นตัวหลังจากการร่วมมือกับ Google ในการรวมระบบแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน

บริบทของการเปิดตัว Classic

เมื่อซัมซุงเปิดตัว Galaxy Watch 4 Classic ในปี 2021 นั้น เป็นครั้งแรกที่บริษัทใช้ชื่อ “Classic” เพื่อบ่งบอกถึงการกลับมาของกรอบบันทึกเวลาแบบสไตล์ดิจิทัลที่มาพร้อมกับปุ่มสไลด์แบบกดกด (rotating bezel) ที่เคยเป็นจุดเด่นของรุ่นเก่าเช่น Galaxy Watch 3 และ Gear S3 ระบบ “Classic” นี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้ที่ชื่นชอบการควบคุมแบบสัมผัสโดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจไม่เปิดตัว Classic ใน Watch 5 และ Watch 7 แสดงให้เห็นว่าซัมซุงอาจกำลังทดสอบตลาดเพื่อประเมินว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับกรอบบันทึกเวลาแบบกดกดหรือไม่

แนวโน้มการกลับมาของ Classic ใน Watch 9 จึงอาจเป็นสัญญาณว่า ซัมซุงได้รวบรวมข้อมูลจากการขายรุ่นก่อนหน้าและพบว่ามีความต้องการที่ค่อนข้างมั่นคงในกลุ่มผู้ใช้ระดับกลาง‑สูงที่มองหาความคลาสสิกพร้อมกับเทคโนโลยีสุขภาพที่ทันสมัย นอกจากนี้ การเปิดตัว Classic ควบคู่กับ Ultra 2 ยังอาจช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ว่าเป็นผู้ให้บริการครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เน้นสไตล์หรือผู้ที่เน้นประสิทธิภาพ

รายละเอียดเชิงเทคนิคที่อาจปรากฏ

แม้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสเปคของ Galaxy Watch 9 Classic ยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่จากรหัสภายใน “gts9” ที่พบในไฟล์อัปเดต Wear OS นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่ารุ่นใหม่จะใช้ชิปเซ็ต Exynos W920 หรืออาจเป็นรุ่นอัพเกรดใหม่ที่เรียกว่า “Exynos W940” ซึ่งเคยใช้ใน Watch 5 Series 40 และ Watch 6 Series 41 การอัปเกรดนี้อาจช่วยให้การประมวลผลข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์เร็วขึ้น และรองรับการทำงานของแอปพลิเคชันที่ต้องการการประมวลผลกราฟิกระดับสูง เช่น การสตรีมมิ่งเพลงหรือวิดีโอสั้น ๆ บนหน้าปัด

จากประสบการณ์ของรุ่น Ultra 2 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว และความละเอียด 450 × 450 พิกเซล การคาดการณ์ว่ารุ่น Classic จะใช้หน้าจอขนาดเล็กลง (ประมาณ 1.2 นิ้ว) แต่ยังคงความละเอียดระดับเดียวกันเพื่อรักษาความคมชัดของข้อความและไอคอนบนหน้าปัด นอกจากนี้ การรองรับการเชื่อมต่อ 5G ที่มีอยู่ใน Watch 8 Series อาจต่อเนื่องไปยัง Watch 9 Classic ทำให้ผู้ใช้สามารถรับและส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่าเดิม

ในด้านเซ็นเซอร์สุขภาพ คาดว่า Watch 9 Classic จะต่อยอดจากเซ็นเซอร์ที่มีอยู่ใน Watch 8 Series เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออพติก (optical heart rate sensor) การตรวจวัดออกซิเจนในเลือด (SpO₂) และการตรวจจับการนอนหลับระดับลึก (sleep monitoring) รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์วัดระดับความเครียด (stress monitoring) และการตรวจวัดระดับการฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย (recovery score) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ที่ใช้สมาร์ทวอทช์เป็นเครื่องมือช่วยในการดูแลสุขภาพ

ในด้านซอฟต์แวร์ Wear OS 4 ที่ได้รับการอัปเดตล่าสุดในเดือนเมษายน 2024 มีการปรับปรุง UI ให้เหมาะกับการใช้งานบนหน้าปัดที่มีขนาดเล็กลง พร้อมกับการเพิ่มฟีเจอร์แอปพลิเคชันใหม่ ๆ ที่มาจาก Google Play Store ทั้งนี้ ระบบ Wear OS 4 ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับแอปสุขภาพของ Google Fit อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องแม้เปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างสมาร์ทโฟน Android หรือ iPhone

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและตลาด

การเปิดตัว Galaxy Watch 9 Classic คาดว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคในตลาดระดับกลาง‑สูงที่มองหาสมาร์ทวอทช์ที่มีดีไซน์คลาสสิกแต่ยังคงความสามารถด้านสุขภาพขั้นสูงมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น ปัจจุบันในตลาดไทยมีการขายสมาร์ทวอทช์ที่โดดเด่นอยู่ 3 ยี่ห้อหลัก คือ Apple, Garmin และ Samsung โดย Apple ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลจาก Statista ปี 2023 ส่วน Garmin มีส่วนแบ่งประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ ส่วน Samsung มีส่วนแบ่งประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มรุ่น Classic ที่มีราคาอาจอยู่ในระดับ 5,000‑6,500 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปค) จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์สวมใส่ที่ดูหรูหราแต่มีราคาที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 9 หรือ Ultra ที่ราคาตั้งแต่ 18,000 บาทขึ้นไป

นอกจากนี้ การเปิดตัว Classic ควบคู่กับ Ultra 2 อาจทำให้ซัมซุงสามารถขยายขอบเขตการตลาดไปสู่กลุ่มผู้ที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น นักวิ่งมาราธอนหรือผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการอุปกรณ์ที่มีความทนทานต่อแรงกระแทกและสภาพอากาศรุนแรง ซึ่งเป็นจุดแข็งของรุ่น Ultra 2 ที่มาพร้อมกับการรับรองมาตรฐาน MIL‑STD‑810H และกันน้ำระดับ 5 ATM

การนำรหัสภายใน “gts9” ไปเปิดเผยอาจเป็นสัญญาณว่าซัมซุงกำลังเตรียมแคมเปญการตลาดล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้สื่อข่าวและผู้ใช้รุ่นแรก (early adopters) ในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยทั่วไปบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ จะปล่อยข้อมูลล่วงหน้าอย่างเป็นทางการประมาณ 6‑8 สัปดาห์ก่อนวันเปิดตัวจริง การที่ Android Authority พบรหัสภายในแล้วเผยแพร่ต่อสาธารณะทำให้ความคาดหวังในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่อาจรอคอยข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ของซัมซุง

ในเชิงกลยุทธ์ ซัมซุงอาจมองเห็นความจำเป็นในการเสริมสร้างตำแหน่งของตนในตลาด Wear OS หลังจากที่ระบบปฏิบัติการนี้ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นหลายประการ ตั้งแต่การปรับปรุงการประหยัดพลังงาน การเพิ่มการรองรับแอปพลิเคชันที่หลากหลาย และการรวมระบบการสื่อสารกับ Google Assistant อย่างเป็นธรรมชาติ การที่ซัมซุงยืนหยัดใช้ Wear OS แทนระบบ Tizen ของตนเองที่เคยใช้ในรุ่นก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าบริษัทมุ่งเน้นการเชื่อมต่อและความร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชันทั่วโลก

การเปิดตัว Classic ร่วมกับ Ultra 2 ยังอาจเป็นการตอบสนองต่อการแข่งขันจาก Apple ที่ยังคงครองใจผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบโดยใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม เช่น เคสสแตนเลสหรือไทเทเนียม ซึ่ง Apple Watch Series 9 มีให้เลือกหลายสีและวัสดุ การนำ Classic ที่มาพร้อมกับกรอบสแตนเลสหรือแม้กระทั่งตัวเลือกที่ทำจากไทเทเนียม จะช่วยให้ซัมซุงสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหรานอกจากการใช้งานด้านสุขภาพ

อีกมุมหนึ่งคือการทำให้ Wear OS เป็นระบบที่ทำงานได้ดีในหลากหลายอุปกรณ์ของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Galaxy S 24 Series, Galaxy Z Fold 5, หรือแม้กระทั่งแท็บเล็ต Galaxy Tab S 9 การทำให้การซิงค์ข้อมูลสุขภาพและการแจ้งเตือนทำงานอย่างไร้รอยต่อ จะเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอีโคซิสเต็มของซัมซุงโดยรวม

ความท้าทายและความเสี่ยง

แม้ว่าการเปิดตัว Classic จะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่ก็มีความเสี่ยงหลายประการที่บริษัทต้องพิจารณา อันดับแรกคือการแข่งขันด้านราคาและสเปคกับผู้ผลิตจีนอย่าง Xiaomi, Huawei และ Oppo ที่กำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สวมใส่ของตนเองในระดับกลางถึงระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Xiaomi Mi Watch S2 ที่มาพร้อมกับการวัดอัตราการเต้นหัวใจที่แม่นยำและราคาอยู่ในระดับ 3,500‑4,500 บาท ทำให้ผู้บริโภคอาจพิจารณาเปลี่ยนใจจากซัมซุงเป็นแบรนด์ที่มีราคาเข้าถึงง่ายกว่า

ประการที่สองคือการทำให้ Wear OS สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องกับอุปกรณ์ iOS อย่างเต็มที่ ปัจจุบันผู้ใช้ iPhone ที่ต้องการสวมใส่ซัมซุงวอทช์ต้องยอมรับว่าฟีเจอร์บางอย่างเช่นการตอบข้อความ การใช้ Siri หรือการซิงค์แอปสุขภาพอาจทำงานได้ไม่ครบถ้วน การแก้ไขปัญหานี้อาจต้องอาศัยการเจรจาต่อรองระหว่างซัมซุงและ Apple ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อการทำตลาดในระดับโลก

สุดท้าย ความสำเร็จของ Classic ยังขึ้นกับการยอมรับของผู้ใช้ในประเทศไทยซึ่งมักให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ความนิยมในการสวมใส่นาฬิกาที่ดูหรูหราในงานสังคมหรืองานธุรกิจ การที่ซัมซุงเลือกใช้วัสดุและสีสันที่เหมาะสมกับรสนิยมของคนไทยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดยอดขาย

สรุปภาพรวมและแนวโน้มในอนาคต

สรุปได้ว่าการเปิดเผยรหัสภายใน “gts9” ของ Samsung Galaxy Watch 9 แสดงให้เห็นว่าซัมซุงกำลังเตรียมตัวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อาจรวมถึงรุ่น Classic ด้วย นี่เป็นการยืนยันว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นต่อการพัฒนาตระกูลสมาร์ทวอทช์ให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งด้านดีไซน์คลาสสิก ความทนทานต่อการใช้งานกีฬา และฟีเจอร์สุขภาพที่ทันสมัย การตัดสินใจเปิดตัว Classic ควบคู่กับ Ultra 2 จะทำให้ซัมซุงสามารถครอบคลุมกลุ่มตลาดได้กว้างขึ้น ทั้งผู้ที่มองหาอุปกรณ์ที่ดูเป็นทางการและผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ที่รองรับการออกกำลังกายหนัก ๆ

ในระดับอุตสาหกรรม การที่ซัมซุงยังคงใช้ Wear OS เป็นระบบปฏิบัติการหลักแสดงให้เห็นว่าการร่วมมือกับ Google ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับการสร้างระบบนิเวศน์แอปพลิเคชันที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น การอัปเดตระบบ Wear OS 4 ที่มาพร้อมกับ UI ที่เหมาะกับหน้าปัดขนาดเล็กและการสนับสนุนแอปสุขภาพระดับสูงจะช่วยเสริมความสามารถของ Watch 9 Classic ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันด้านราคาและการรองรับอุปกรณ์ iOS รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้แอปที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายมีให้เลือกมากพอ การรักษาความต่อเนื่องของคุณภาพและการทำให้ผู้ใช้รับรู้ถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอุปกรณ์สวมใส่ระดับพรีเมี่ยมจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดของซัมซุงในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หากการเปิดตัว Galaxy Watch 9 Classic เกิดขึ้นตามคาดการณ์ ผู้บริโภคไทยจะมีตัวเลือกใหม่ที่ผสานความคลาสสิกของดีไซน์กับเทคโนโลยีสุขภาพระดับสูง ซึ่งอาจทำให้การใช้สมาร์ทวอทช์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการติดตามสุขภาพ การแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน และการสนับสนุนกิจกรรมกีฬา การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้ผู้ใช้พิจารณาอัพเกรดจากอุปกรณ์รุ่นเก่า หรือแม้กระทั่งพิจารณาเปลี่ยนจากแบรนด์คู่แข่งมาสัมผัสประสบการณ์ของซัมซุงที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์หลายประเภท

โดยสรุป การเปิดเผยรหัส “gts9” และการคาดการณ์ว่าซัมซุงอาจเปิดตัว Galaxy Watch 9 Classic แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการพัฒนาผลิตภัณฑ์สวมใส่ที่ตอบสนองต่อความต้องการหลายมิติของผู้ใช้ในยุคดิจิทัล การที่ซัมซุงยังคงรักษาความสอดคล้องระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ผ่าน Wear OS 4 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอีโคซิสเต็มของบริษัท ทั้งในแง่ของการขยายฐานผู้ใช้และการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Samsung Galaxy Watch9's codename surfaces, might launch with a Classic model
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
GSMArena
วันที่เผยแพร่
31 พฤษภาคม 2569 เวลา 00:09

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Sim racing พุ่งทะลุขีดสุด ทำให้เกมอาเคดสูญเสียผู้เล่นHardware
15 มิถุนายน 2569 เวลา 23:00

Sim racing พุ่งทะลุขีดสุด ทำให้เกมอาเคดสูญเสียผู้เล่น

Sim racing เติบโตหลายพันเปอร์เซ็นต์ในสิบปี ทำให้ผู้เล่นหันไปใช้อุปกรณ์ฟีดแบ็กและประสบการณ์สมจริง แทนเกมอาเคดอย่าง Midnight Club ที่เคยนิยม…

PC Gamer6 นาที
Anker SOLIX S2000: เครื่องสำรองไฟพกพาที่เหมาะกับการใช้งาน…Hardware
15 มิถุนายน 2569 เวลา 18:30

Anker SOLIX S2000: เครื่องสำรองไฟพกพาที่เหมาะกับการใช้งาน…

Anker SOLIX S2000 ให้ไฟสำรองแก่ตู้เย็น เราเตอร์ และเครื่อง CPAP ได้หลายชั่วโมงโดยคงแรงดัน แม้การชาร์จเต็มช้า แต่เป็นตัวเลือกคุ้มค่าในการสำรองไฟฉุกเฉินที่บ้าน

Android Authority6 นาที
SATA SSD กลับมาน่าสนใจในยุค AI ราคาถูกและหาได้ง่ายHardware
14 มิถุนายน 2569 เวลา 23:00

SATA SSD กลับมาน่าสนใจในยุค AI ราคาถูกและหาได้ง่าย

AI ทำให้ความต้องการ NVMe SSD สูง ราคาพุ่งและหาได้ยาก ผลคือ SATA SSD ที่ราคาถูกและมีสต็อกเพียงพอกลับมาน่าสนใจสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น…

XDA Developers5 นาที
OnePlus เผยดีไซน์ Nord Buds 4 พร้อมเปิดตัวในอินเดียเร็ว ๆ…Hardware
14 มิถุนายน 2569 เวลา 17:00

OnePlus เผยดีไซน์ Nord Buds 4 พร้อมเปิดตัวในอินเดียเร็ว ๆ…

OnePlus ยืนยันการเปิดตัวหูฟัง Nord Buds 4 ในตลาดอินเดียหลังจากเปิดตัวรุ่น Pro ล่าสุด การออกแบบใหม่ใช้สเต็มและหัวต่อซิลิโคนหลายขนาด…

GSMArena7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!