
ที่มาภาพ: Tom's Guide
เลือกซื้อ OLED TV Samsung รุ่น S95H หรือ S90H ให้คุ้มค่า
⚡ สรุป 30 วิ
Samsung เปิด OLED TV สองรุ่นคือ S95H ไฮเอนด์และ S90H ระดับกลาง‑สูง ใช้ Tizen OS และชิป NQ4 AI Gen3 แตกต่างที่เทคโนโลยีจอ QD‑OLED vs WOLED ทำให้ S95H…
Lead: Samsung เปิดตัว OLED TV สองรุ่นใหม่ — S95H ระดับไฮเอนด์และ S90H** รุ่นระดับกลาง‑สูง — ซึ่งถูกทดสอบโดย Tom's Guide เพื่อตรวจสอบคุณภาพภาพ ฟีเจอร์ และความคุ้มค่า ราคาเพิ่มขึ้นของ S95H ทำให้ผู้บริโภคต้องพิจารณาว่าการอัปเกรดนั้นคุ้มหรือไม่
Overview
การเปรียบเทียบระหว่าง S95H กับ S90H นั้นมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพของจอแสดงผลและคุณสมบัติซอฟต์แวร์ เนื่องจากทั้งสองรุ่นใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกันคือ Tizen OS และโปรเซสเซอร์ NQ4 AI Gen3 ทำให้พื้นฐานด้านความฉลาดของทีวีอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เทคโนโลยีจอแตกต่างกันอย่างชัดเจน — S95H ใช้เทคโนโลยี QD‑OLED ที่ผสานกับ quantum dot ส่วน S90H ยังคงใช้ WOLED แบบดั้งเดิม
จากมุมมองของผู้ใช้งาน ทั้งสองรุ่นรองรับพอร์ต HDMI 2.1 จำนวน 4 พอร์ต พร้อมรีเฟรชเรตที่สูงถึง 165 Hz ทำให้เหมาะกับการเล่นเกมและดูภาพเคลื่อนไหวความเร็วสูง การสนับสนุน HDR ครอบคลุมหลายมาตรฐาน ได้แก่ HDR10, HDR10+, HDR10+ Advanced, และ HLG แต่ยังไม่มีการรองรับ Dolby Vision** ซึ่งเป็นหนึ่งในฟอร์แมต HDR ยอดนิยมระดับโลก
Specs & Features
แม้ว่าราคาและขนาดจะต่างกัน รายละเอียดสเปคหลักของสองรุ่นสามารถสรุปได้ดังนี้
- **ขนาดจอ: S95H มีให้เลือก 55‑, 65‑, 77‑, 83‑ นิ้ว ส่วน S90H เพิ่มขนาดเล็กลงเป็น 42‑ และ 48‑ นิ้ว
- ความละเอียด: ทั้งสองรุ่นใช้ความละเอียด 4K (3840 × 2160) พร้อมอัตรารีเฟรช 165 Hz
- **พอร์ตเชื่อมต่อ: 4 × HDMI 2.1 ทั้งคู่; S95H มีตัวเลือก One Connect Box เพิ่มพอร์ต HDMI อีก 4 พอร์ตให้โดยอิสระจากตัวเครื่อง
- **HDR: รองรับ HDR10, HDR10+, HDR10+ Advanced, HLG (ไม่มี Dolby Vision)
- **ระบบปฏิบัติการ: Tizen OS ทั้งสองรุ่น มีการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับบริการสตรีมมิ่งหลายช่องทาง
ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่าแม้ S95H จะมีราคาแพงกว่า แต่ความแตกต่างด้านขนาดและตัวเลือกเชื่อมต่อเพิ่มเติมทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบอเนกประสงค์ระดับมืออาชีพ
Design Comparison
ในแง่ของดีไซน์ S95H โดดเด่นด้วยกรอบโลหะแบบ brushed‑metal ที่เป็นจุดสนใจหลักของผลิตภัณฑ์ ผู้ใช้งานบางกลุ่มชื่นชมความหรูหรา แต่ก็มีคนบอกว่ากรอบที่โดดเด่นอาจทำให้ดูหนักและไม่เหมาะกับการวางบนคอนโซลแบบเปิด นอกจากนี้กรอบนี้ต่อเนื่องกับจอ ทำให้การติดตั้งบนผนังต้องคำนึงถึงความหนาของกรอบเป็นพิเศษ
S90H เลือกใช้ฐานรองแบบ pedestal ที่เรียบง่ายกว่า กรอบโลหะไม่ได้ปรากฏ ซึ่งทำให้ดีไซน์โดยรวมดู “ไม่แบ่งแยก” มากขึ้น การออกแบบนี้อาจเหมาะกับบ้านที่ต้องการความสง่างามแบบมินิมัล นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นต่างใช้เทคโนโลยี Glare‑Free ที่ช่วยลดแสงสะท้อนโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า แต่ข้อเสียคือระดับสีดำอาจดูเป็น “ม่วงเทา” แทนที่จะเป็นสีดำสนิทเมื่ออยู่ในห้องที่มีแสงธรรมชาติแรง
รีโมทควบคุมของ Samsung ทั้งสองรุ่นเป็น Solar Cell remote ที่ชาร์จด้วยแสงภายในหรือภายนอกโดยอัตโนมัติ ซึ่งลดการใช้แบตเตอรี่แบบเสียครั้งเดียว แม้จะสะดวกแต่การไม่มีปุ่ม “input” ทำให้ผู้ใช้งานบางคนรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเมื่อเปลี่ยนช่องอินพุตหลายๆ ครั้ง
Performance Evaluation
ผลการทดสอบที่ Tom's Guide แสดงให้เห็นว่า S95H มีความสว่างสูงกว่าอย่างชัดเจนในโหมด HDR ที่ 10 % ของจอ 2721 nits เทียบกับ 1497 nits ของ S90H ซึ่งหมายถึงการแสดงรายละเอียดในฉากที่มืดหรือมีส่วนของแสงสว่างจัดเป็นไปได้ดีกว่า นอกจากนี้การครอบคลุมสีในช่วง UHDA‑P3 อยู่ที่ 99.92 % สำหรับ S95H เทียบกับ 99.34 % ของ S90H ทั้งสองค่าใกล้เคียงกันแต่ S95H มีความแม่นยำสีสูงกว่า
ด้านการแสดงสีแบบ Rec.2020 S95H ครอบคลุม 89.6 % ในขณะที่ S90H อยู่ที่ 77.83 % ทำให้การแสดงผลภาพจากแหล่งข้อมูล HDR ที่ใช้มาตรฐาน Rec.2020 มีความอิ่มตัวและสีสันที่ดีกว่าในรุ่นไฮเอนด์ แม้ว่า Delta‑E (ค่าความแตกต่างของสี) ของ S90H จะต่ำกว่าเล็กน้อย (1.6 เทียบกับ 2.2) ซึ่งบ่งบอกว่าการแสดงผลสีในสภาพ SDR มีความแม่นยำสูงอยู่แล้ว
ด้าน latency ทั้งสองรุ่นให้ค่าอินพุตล่าช้าเพียง 9‑10 ms ทำให้เหมาะสำหรับเกมเมอร์ระดับมืออาชีพ การตอบสนองที่รวดเร็วร่วมกับการรองรับ HDMI 2.1 ที่ส่งสัญญาณ 4K@120Hz หรือ 8K@60Hz (ในกรณีเชื่อมต่อผ่าน One Connect Box) ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของทั้งสองรุ่น
Impact & Market Position
เมื่อ Samsung เปิดตัว OLED TV รุ่นไฮเอนด์และระดับกลางพร้อมกัน ตลาด OLED ที่เคยโดดเด่นด้วย LG และ Sony จะต้องเผชิญกับการแข่งขันจาก QD‑OLED ของ Samsung ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวโน้มการเลือกซื้อของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสว่างและสีสันอิ่มตัว รุ่น S95H ด้วยฟีเจอร์ครบครันและประสิทธิภาพเหนือระดับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “สุดยอด” ของเทคโนโลยี แม้จะมีราคาสูงกว่ามาก
ในทางตรงกันข้าม S90H ให้โอกาสแก่กลุ่มผู้บริโภคที่มองหา OLED ที่มีคุณภาพดีแต่พร้อมจ่ายน้อยกว่า โดยเฉพาะคนที่ต้องการขนาด 42‑ และ 48‑ นิ้วซึ่งไม่มีให้เลือกใน S95H การใช้เทคโนโลยี WOLED ทำให้ต้นทุนผลิตลดลงและส่งผลให้ราคาถูกลงโดยไม่สูญเสียคุณสมบัติพื้นฐานของ OLED อย่างระดับสีดำที่ลึกและมุมการมองกว้าง
สรุปได้ว่า Samsung กำลังขยายฐานลูกค้าในตลาด OLED ด้วยการนำเสนอสองระดับราคา แต่ความแตกต่างด้านเทคโนโลยีจอและดีไซน์ทำให้แต่ละรุ่นตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Summary
Samsung S95H ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ต้องการภาพสว่างสีอิ่มตัวสูงสุด แม้ราคาจะสูงกว่า ส่วน S90H ให้ความคุ้มค่ากับผู้มองหา OLED ที่มีฟีเจอร์ครบครันในระดับกลางโดยไม่มีกรอบโลหะที่โดดเด่น ทั้งสองรุ่นเสริมศักยภาพของ Samsung ในตลาด OLED อย่างชัดเจน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Samsung S95H vs S90H: After testing both, here's the OLED TV you should buy
- ผู้เขียน
- Michael Desjardin
- แหล่ง
- Tom's Guide
- วันที่เผยแพร่
- 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00



