
ที่มาภาพ: The Register
ศาลอเมริกาตัดสินคดี “ใครเป็นเจ้าของ Linux?” สรุปผลการพิจารณา
⚡ สรุป 30 วิ
ศาลอุทธรณ์ Second Circuit ปฏิเสธข้อเรียกร้องของ Xinuos ต่อ IBM และ Red Hat ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ Linux สรุปว่าไม่มีเหตุผลให้อุทธรณ์ใหม่…
Linux – คดีการเป็นเจ้าของที่อาจจบลงเร็วขึ้นหลังศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อเรียกร้องต่อ IBM และ Red Hat ไม่มีผลบังคับใช้
คดีความเกี่ยวกับสิทธิ์ของ Linux ที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษกำลังเข้าใกล้การปิดฉาก หลังที่คณะผู้พิพากษา 3‑คนของศาลอุทธรณ์สหพันธรัฐ (Second Circuit) ประกาศว่าข้อเรียกร้องต่อ IBM และ Red Hat ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระยะเวลาการฟ้องได้หมดแล้ว ความสำคัญของการตัดสินนี้อยู่ที่จะกำหนดว่าโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์เปิดแบบ Linux จะยังคงปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ในระดับโลกหรือไม่
Overview
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อปี 1998 IBM ต้องการสร้างระบบ UNIX ตัวเดียวที่ทำงานได้บนหลายสถาปัตยกรรมของโปรเซสเซอร์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว IBM จึงจับมือกับบริษัท Santa Cruz Operation (SCO) ซึ่งพัฒนา UNIX สำหรับ CPU x86 รวมถึง Intel และ Sequent ที่เข้าร่วมโครงการ “Project Monterey**” อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวของ Linux ที่รองรับหลายสถาปัตยกรรมและแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเปิด ทำให้ความร่วมมือภายใต้ Project Monterey ไม่ประสบผลสำเร็จ
เมื่อ IBM นำรหัสบางส่วนจาก Project Monterey ไปผนวกกับ Linux SCO และบุตรหลานของบริษัทได้อ้างสิทธิ์ว่าโค้ดดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของตน ดังนั้นพวกเขาจึงยื่นฟ้องว่ามีสิทธิ์ทางกฎหมายต่อ Linux ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก ความสำคัญของข้อเรียกร้องนี้จึงไม่เพียงแค่เรื่องลิขสิทธิ์ แต่เกี่ยวข้องกับการรับค่าลิขสิทธิ์จากซอฟต์แวร์ที่ใช้ในตลาดขนาดใหญ่
Historical Background
โครงการ Project Monterey มีเป้าหมายให้ UNIX ทำงานได้บนสถาปัตยกรรมหลายแบบโดยอาศัยความร่วมมือของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ระดับโลก แม้ว่าจะมีการเซ็นสัญญาอนุญาตที่ไม่เป็นเอกสิทธิ์ (non‑exclusive licence) ระหว่าง IBM กับ SCO แต่เมื่อ Linux แสดงศักยภาพเหนือกว่า ทำให้ IBM นำรหัสบางส่วนเข้าไปใช้ในระบบเปิดโดยไม่ได้ตรวจสอบความชัดเจนของลิขสิทธิ์
การฟ้องร้องครั้งแรกของ SCO ต่อ IBM เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยอ้างว่าการผสมผสานโค้ดดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิ์ของตน อย่างไรก็ตามศาลหลายแห่งได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านั้น เนื่องจาก SCO ไม่สามารถยืนยันหลักฐานทางเทคนิคที่แสดงว่าโค้ดนั้นเป็นของตนโดยตรง
Legal Claims and Proceedings
ในปี 2021 บุตรหลานของ SCO ที่ชื่อ Xinuos ยื่นฟ้องใหม่ต่อ IBM และ Red Hat โดยอ้างว่า IBM รู้ดีว่าตนไม่มีสิทธิ์เต็มที่ในการใช้โค้ดจาก Project Monterey แต่กลับนำไปผสานกับ Linux ทำให้ละเมิดใบอนุญาตการใช้งานแบบไม่เป็นเอกสิทธิ์ การฟ้องนี้ได้ถูกพิจารณาโดยศาลเขตของสหรัฐอเมริกา (Southern District of New York) ซึ่งในที่สุดก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องของ Xinuos
Xinuos ไม่ยอมแพ้และอุทธรณ์ต่อ United States Court of Appeals for the Second Circuit โดยให้เหตุผลว่าปัญหาเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ (licensing) มากกว่าการเป็นเจ้าของ (ownership) อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์ได้ชี้ว่าเอกสารสัญญาต้นฉบับของ Project Monterey ระบุอย่างชัดเจนว่ามีการให้สิทธิ์แบบไม่เป็นเอกสิทธิ์และระยะเวลาการฟ้องคดีได้หมดไปแล้ว
Recent Appeal Decision
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2024 ศาลอุทธรณ์ Second Circuit ตัดสินใจว่าไม่มีเหตุผลให้พิจารณาคำตัดสินของศาลเขตใหม่อีกครั้ง โดยยืนยันว่าข้อเรียกร้องของ Xinuos ไม่ได้เป็นเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่อ้าง แต่เป็นการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของซึ่งไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขสัญญาเดิม นอกจากนี้ศาลยังระบุว่าแม้ Xinuos จะพยายามยื่นคำร้องให้คดีได้รับการพิจารณาโดยเต็มที่ (en banc) ความเป็นไปได้นั้นต่ำมาก — ตามข้อมูลของบริษัทกฎหมาย Kaplan มีเพียง **0.03 % ของคดีเท่านั้นที่ได้รับการทบทวนในลักษณะนี้
การตัดสินครั้งนี้ทำให้ Xinuos ต้องเผชิญกับความเป็นจริงว่าโอกาสที่จะกลับมาฟ้องใหม่ต่อ IBM หรือ Red Hat ใกล้เคียงศูนย์ เปรียบเสมือน “หนึ่งเท้าอยู่ในหลุมฝังศพ” ของคดีที่ยืดเยื้อหลายปี
Potential Implications
แม้ว่าความขัดแย้งทางกฎหมายจะกำลังสิ้นสุดลง แต่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เปิดยังคงต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด หากโค้ดจาก Project Monterey ถูกพิสูจน์ว่าไม่ได้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ SCO หรือ Xinuos จะทำให้บริษัทที่พัฒนาและใช้ Linux ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติม
ในแง่เศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น Huawei มีการรับรายได้ประมาณ 0.50 ดอลลาร์ ต่ออุปกรณ์ที่ใช้งานเทคโนโลยี Wi‑Fi 7 ของตน หากมีการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์จาก Linux อย่างคล้ายคลึง รายได้รวมทั่วโลกอาจหลายพันล้านดอลลาร์ การกำจัดความไม่แน่นอนทางกฎหมายนี้จึงเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ลงทุนและนักพัฒนาที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ Linux
Outlook
คดี “Who owns Linux?” ที่เคยเป็นหัวข้อข่าวระยะยาวอาจใกล้จะปิดฉากอย่างเป็นทางการ หาก Xinuos ไม่สามารถทำให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้ การตัดสินสุดท้ายนี้จะช่วยยืนยันว่า Linux** ยังคงเป็นซอฟต์แวร์เปิดที่ไม่มีภาระผูกพันลิขสิทธิ์จากองค์กรภายนอกอย่าง SCO หรือ Xinuos
ในระยะต่อไป ความสนใจของนักกฎหมายและผู้กำกับดูแลอาจเปลี่ยนมาที่การตรวจสอบความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของโค้ดเปิดมากขึ้น แทนที่จะเป็นประเด็นเรื่องสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลกดำเนินต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ
Summary
ศาลอุทธรณ์ Second Circuit ยืนยันว่าข้อเรียกร้องของ Xinuos ต่อ IBM และ Red Hat ไม่เป็นผลบังคับใช้และระยะเวลาการฟ้องได้หมดลง คดีการครอบครองสิทธิ์บน Linux ที่ยาวนานหลายทศวรรษจึงเข้าใกล้การปิดฉาก ทำให้ความไม่แน่นอนทางกฎหมายต่อซอฟต์แวร์เปิดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Ancient ‘Who owns Linux?’ case now has one foot very deep in the grave
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:50



