
ที่มาภาพ: PC Gamer
CEO SK hynix พยากรณ์วิกฤตเมมโมรีต่อเนื๊องจนหลังปี 2030 เน้นอุปทานไม่พอกับความต้องการ AI
⚡ สรุป 30 วิ
ประธาน SK hynix Kwak Noh‑Jung บ่งชี้ว่าความต้องการหน่วยความจำจากตลาด AI จะสูงกว่าสมรรถนะการผลิตจนเกินปี 2030 ทำให้วิกฤตอุปทานเมมโมรียืดเยื้อออกไป…
Lead: ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SK hynix** Kwak Noh‑Jung ระบุว่าความต้องการหน่วยความจำจากลูกค้าจะยังคงสูงกว่ากำลังการผลิตจนเกินปี 2030 ทำให้วิกฤตการณ์อุปทานเมมโมรีที่หลายคนคาดว่าจะสิ้นสุดในปี 2028 น่าจะยืดเยื้อออกไปอีกหลายปี การประเมินนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและแผนการลงทุนของบริษัทอย่างชัดเจน
Overview
ตามข้อมูลจาก Reuters Kwak Noh‑Jung คาดว่าปีหน้า (2024) จะเป็น “ปีที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม” ด้านอุปทานเมมโมรี ทั้งนี้เขาย้ำว่าแม้ปี 2027 และ 2028 จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตจาก SK hynix, Micron และ Samsung แต่ความต้องการของตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงตามที่หลายผู้วิเคราะห์คาดการณ์
ในแถลงข่าว Kwak ชี้ว่า “ความต้องการของลูกค้าของเรายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำลังการผลิตของเรายังมีข้อจำกัด” และยืนยันว่าการทบทวนสถานการณ์จะดำเนินต่อไปจนเกิน 2030 แม้บริษัทจะพยายามแก้ไขปัญหาโดยใช้เงินทุนที่ได้รับจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
Supply Forecast & Demand Gap
Kwak ระบุว่าการคาดการณ์อุปทานเมมโมรีสำหรับปี 2025‑2027 นั้นจะอยู่ในระดับ “ความเครียดสูง” เนื่องจากลูกค้าในกลุ่ม AI, เซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูลกำลังขยายการใช้งานอย่างรวดเร็ว การเติบโตของ AI chip ทำให้ต้องการหน่วยความจำแบบ DRAM และ NAND มากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า
แม้ว่าโครงการเพิ่มกำลังผลิตจะเสร็จสิ้นในปี 2028 แต่ตามที่ Kwak บอก “เรายังคงพยากรณ์ว่าความต้องการของลูกค้าจะสูงกว่ากำลังการผลิตของเรา” ซึ่งอาจทำให้ราคาเมมโมรียังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิตจะต้องใช้เวลาสร้างโรงงานใหม่และเพิ่มไลน์การผลิตซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการหลายปี
Capacity Expansion Plans
SK hynix เพิ่งเข้าตลาด Nasdaq เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว โดยหุ้นของบริษัทได้รับความสนใจอย่างมากถึง 7‑เท่า ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายตามข้อมูลของ Reuters การจดทะเบียนนี้คาดว่าจะใช้เงินทุนเพื่อดำเนินโครงการขยายกำลังการผลิตต่อไป
- สร้างศูนย์การผลิตชิ้นส่วนใน Yongin (เกาหลีใต้) เป็นศูนย์ fabrication hub
- เปิดโรงงาน advanced packaging ที่ Cheongju (เกาหลีใต้) เพื่อรองรับเทคโนโลยีระดับสูง
Kwak ยังกล่าวว่า บริษัทกำลังพิจารณาตำแหน่งเพิ่มเติมในหลายภูมิภาค ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย การประเมินตำแหน่งที่จะให้ “ความได้เปรียบทางธุรกิจสูงที่สุด” ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา
Market Reaction & Stock Movements
หุ้นของ SK hynix แสดงพฤติกรรมผันผวนอย่างชัดเจน หลังจากที่ราคาที่ Nasdaq ปิดที่ระดับ $168.85 เพิ่มขึ้น 13.3% ในบ่ายวันศุกร์ต่อมาในตลาดเซาหลี ราคาตกลง **15% ที่โซลในเช้าวันจันทร์ ซึ่งเป็นการลดลงใหญ่ที่สุดตลอดเกือบ 20 ปีตามรายงานของ Reuters
หุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ยังปรับตัวลง 9.2% ไปอยู่ที่ระดับ $152.50 ในเช้าจันทร์ การเปลี่ยนแปลงนี้อธิบายได้จากความกังวลของนักลงทุนต่อการขยายกำลังการผลิตและการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมชิป AI ที่อาจทำให้ตลาดเมมโมรีเผชิญกับภาวะ “oversupply” ในอนาคต
Analyst Perspectives
นักวิเคราะห์จาก Morningstar ให้ความเห็นว่า การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในปี 2027‑2028 จะช่วยปรับสมดุลอุปทาน แต่ก็อาจทำให้ราคาหน่วยความจำ “เสื่อมสภาพ” ลง เนื่องจากปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้น
- Jing Jie Yu (Morningstar) กล่าวว่า “ฐานกรณีของเราคือกำลังการผลิตใหม่ใน 2027‑2028 จะทำให้ไดนามิกส์อุปทานดีขึ้น ส่งผลให้ราคาตกลง”
- Lorraine Tan (Director, Morningstar) ชี้ว่า แม้ AI จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ “การสร้างรายได้ยังไม่แน่นอน และความสามารถในการทำกำไรของผู้เล่นหลักเช่น OpenAI กำลังเผชิญแรงกดดัน การระดมทุนที่เปลี่ยนเป็นหนี้หรือหุ้นอาจทำให้ระดับการใช้จ่ายในปัจจุบันยากต่อการคงอยู่”
ความคิดเห็นเหล่านี้สอดคล้องกับความกังวลของตลาดว่าถ้าการลงทุนใน AI ไม่ได้คืนผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล ศูนย์ข้อมูลและผู้ผลิตเมมโมรีอาจเผชิญกับภาวะ “bubble burst” ที่ทำให้ความต้องการลดลงอย่างมาก
Outlook & Implications
จากการคาดการณ์ของ Kwak และความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ แสดงให้เห็นว่าปัญหาความไม่สมดุลระหว่าง อุปสงค์ กับ อุปทานเมมโมรี จะยังคงเป็นประเด็นสำคัญจนถึงหลังปี 2030 การขยายกำลังการผลิตใหม่และการพิจารณาตำแหน่งโรงงานเพิ่มเติมจะต้องต่อสู้กับความเสี่ยงจากตลาด AI ที่อาจชะลอตัว
หากแนวโน้มของ AI ไม่สามารถสร้างรายได้ที่คุ้มค่าได้ บริษัทผู้ผลิตเมมโมรีเช่น SK hynix, Micron และ Samsung อาจเผชิญกับการปรับตัวใหม่เพื่อลดกำลังการผลิตหรือเปลี่ยนโฟกัสไปสู่เทคโนโลยีอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาของหน่วยความจำทั่วโลก
Summary
SK hynix คาดว่าความต้องการเมมโมรีจะยังสูงกว่ากำลังการผลิตจนเกิน 2030 ทำให้วิกฤตการณ์อุปทานอาจยืดเยื้อไปอีกหลายปี การขยายกำลังการผลิตและแผนลงทุนใหม่ของบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองในสภาวะตลาด AI ที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- 'Customer demand will remain higher than our supply capacity even beyond 2030': SK hynix CEO predicts memory supply crisis may run even longer than we feared
- ผู้เขียน
- Jess Kinghorn
- แหล่ง
- PC Gamer
- วันที่เผยแพร่
- 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:55



