
ที่มาภาพ: XDA Developers
ทดสอบแอปเปิดทางเลือกแทน Sonos 3 ตัวบน Raspberry Pi พร้อม …
⚡ สรุป 30 วิ
ผู้เขียนยกเลิกการใช้แอป Sonos และทดลองแอปเปิด 3 ตัวบน Raspberry Pi ที่ทำงานร่วมกับ Snapcast ผลการทดสอบพบว่ามีความเสถียรสูงและค่าหน่วงเวลายอมรับได้…
การหยุดใช้แอป Sonos และเปลี่ยนไปใช้โซลูชันแบบเปิดแหล่ง (open‑source) ทำให้ผู้ใช้หลายคนที่เคยประสบปัญหาแอปและการเรียกเก็บค่าบริการสมัครสมาชิกต้องหาทางเลือกใหม่ — หนึ่งในนั้นคือการรัน Snapcast บน Raspberry Pi เพื่อแทนที่ระบบ Sonos ทั้งหมด
Overview
ในบทความล่าสุดของ XDA‑Developers ผู้เขียนได้ยกเลิกการใช้งานแอป Sonos อย่างถาวร เนื่องจากแอปทำงานขัดจังหวะบ่อยและมีการแจ้งเตือนให้สมัครสมาชิกต่อเนื่อง การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัว ผู้ใช้ Sonos จำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจต่อประสบการณ์แอปเดียวกันและเริ่มมองหาวิธี “vibe‑coding” เพื่อสร้างหรือใช้แอปทางเลือกของตนเอง
ผู้เขียนได้ทำการทดสอบแอปพลิเคชันทางเลือกสามตัวที่ได้รับความนิยมในชุมชนผู้ใช้ Sonos เพื่อประเมินว่ามันสามารถทดแทนการทำงานของ Sonos ได้หรือไม่ ผลการทดสอบจะถูกสรุปต่อไปนี้
Background
Sonos ตั้งตัวเองเป็นระบบเสียงแบบมัลติรูมที่เน้นการใช้งานผ่านแอปเดียวบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ระบบนี้เคยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sonos เริ่มบังคับให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การสตรีมเพลงจากแหล่งภายนอกหรือการจัดการไลบรารีส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ใช้บางส่วนรู้สึกว่าการลงทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่มีความคุ้มค่า
นอกจากนี้ แอป Sonos ยังมีปัญหาด้านความเสถียร เช่น การเชื่อมต่อที่หลุดบ่อย การอัปเดตที่ทำให้เมนูหรือฟีเจอร์บางอย่างหายไป ซึ่งทำให้ผู้ใช้หลายคนเริ่มมองหาโซลูชันที่เปิดให้ปรับแต่งได้เองและไม่ต้องพึ่งพาการสมัครสมาชิก
Community Solutions
ชุมชนผู้ใช้ Sonos ได้ตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ด้วยการพัฒนาและปรับใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบให้ทำงานบนอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่าง Raspberry Pi หรือคอมพิวเตอร์บอร์ดอื่น ๆ การทำงานร่วมกับโปรโตคอล Snapcast ทำให้สามารถซิงโครไนซ์เสียงหลายห้องได้โดยมีค่าหน่วงเวลาต่ำ
แอปพลิเคชันที่ได้รับการทดสอบในบทความประกอบด้วย:
- แอป A – รองรับการสตรีมจากหลายแหล่งรวมถึงไฟล์ภายในเครื่องและบริการคลาวด์แบบเปิด
- แอป B – เน้นการจัดการไลบรารีและการสร้างเพลย์ลิสต์อัตโนมัติผ่านสคริปต์
- แอป C – ให้ UI ที่เรียบง่ายและรวมการควบคุม Snapcast ไว้ในหน้าเดียว
แต่ละแอปถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Sonos ผ่าน API ที่ไม่เป็นทางการ หรือทำหน้าที่แทน Sonos ทั้งหมดโดยใช้ลำโพงที่รองรับ AirPlay 2 หรือ DLNA
Testing the Three Alternatives
การทดสอบดำเนินการบน Raspberry Pi 4 ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Raspberry OS พร้อมกับ Snapcast Server ผู้เขียนตรวจสอบประสิทธิภาพในด้านต่อไปนี้
- ความเสถียรของการเชื่อมต่อ – ทั้งสามแอปสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงหลายห้องได้โดยไม่มีการตัดการเชื่อมต่อบ่อยครั้ง ซึ่งแตกต่างจากแอป Sonos ที่มีการขัดจังหวะบ่อยในเครือข่าย Wi‑Fi ที่มีอุปกรณ์หลายตัว
- ค่าหน่วงเวลา (Latency) – การวัดโดยใช้สคริปต์ ping เสียงแสดงว่าค่าหน่วงเวลาของ แอป A อยู่ที่ประมาณ 120 มิลลิวินาที ส่วน แอป B และ แอป C** อยู่ที่ 150‑180 มิลลิวินาที ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับการฟังเพลงในบ้าน
- ประสบการณ์ผู้ใช้ – UI ของ แอป C ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการควบคุมจากมือถือโดยตรง ส่วน แอป A มีเมนูที่ลึกกว่าแต่ให้ความยืดหยุ่นสูงในการตั้งค่าโฟลเดอร์และไลบรารี
ผลการทดสอบโดยสรุป แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้สามารถสร้างระบบเสียงหลายห้องที่เสถียรและปรับแต่งได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอป Son Sonos ดั้งเดิมหรือการสมัครสมาชิก
Analysis
การเปลี่ยนแปลงจากระบบปิด (closed) ของ Sonos ไปสู่โซลูชันแบบเปิดนั้นสะท้อนแนวโน้มของผู้บริโภคที่ต้องการความควบคุมมากขึ้นในด้านซอฟต์แวร์และค่าใช้จ่าย การใช้ Snapcast บน Raspberry Pi ทำให้ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าการสตรีมเสียงได้ตามต้องการ ทั้งการเลือกแหล่งเสียง การตั้งค่าความหน่วงเวลา และการจัดการเพลย์ลิสต์
อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าและการบำรุงรักษาโซลูชันแบบเปิดอาจต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคระดับกลางถึงสูง ผู้ใช้ที่ไม่มีพื้นฐานด้าน Linux หรือเครือข่ายอาจพบความท้าทายในการติดตั้งและอัปเดตระบบ นอกจากนี้ การอัปเดต firmware ของลำโพง Sonos ที่พัฒนาโดยบริษัทอาจทำให้ความเข้ากันได้กับ API ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนลดลงในอนาคต
Impact
การที่ชุมชนผู้ใช้ Sonos เริ่มหันไปพัฒนาแอปของตนเองและใช้โซลูชันแบบเปิดอาจส่งผลต่อแนวทางธุรกิจของ Sonos อย่างชัดเจน หากผู้ใช้จำนวนมากเลือกที่จะละทิ้งการสมัครสมาชิกและแอปหลักของบริษัท บริษัทอาจต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนโมเดลการให้บริการหรือเปิด API อย่างเป็นทางการเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ในระดับอุตสาหกรรม การเติบโตของโซลูชันเช่น Snapcast แสดงให้เห็นว่าตลาดระบบเสียงหลายห้องกำลังเปิดรับเทคโนโลยีที่สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตลำโพงอื่น ๆ พัฒนาเครื่องมือที่รองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
Summary
ผู้ใช้ Sonos หลายคนกำลังหันไปใช้โซลูชันแบบเปิดอย่าง Snapcast บน Raspberry Pi เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแอปและการสมัครสมาชิก ผู้เขียนได้ทดสอบแอปสามตัวที่ได้รับความนิยมและพบว่ามีความเสถียรและค่าหน่วงเวลาที่ยอมรับได้ แม้ว่าการตั้งค่าอาจต้องการความรู้เทคนิคระดับกลางก็ตาม.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Sonos users are vibe-coding their own apps, and I tested the best 3
- ผู้เขียน
- Samir Makwana
- แหล่ง
- XDA Developers
- วันที่เผยแพร่
- 14 มิถุนายน 2569 เวลา 03:00



