
ที่มาภาพ: TechRadar
เสียงของผู้ถูกเงียบ: การต่อสู้สิบปีเพื่อคงอินเทอร์เน็ตโดย Access Now
⚡ สรุป 30 วิ
แคมเปญ #KeepItOn ขององค์กรสิทธิมนุษยชนดิจิทัล Access Now ฉลองครบรอบสิบปีของการต่อสู้กับการปิดอินเทอร์เน็ตทั่วโลก…
Lead – ทีมรณรงค์ระดับโลก #KeepItOn ขององค์กรสิทธิมนุษยชนดิจิทัล Access Now เฉลิมฉลองครบรอบสิบปีของการต่อสู้กับการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยเปิดตัวแคมเปญ “Sound of the Silenced**” ซึ่งรวบรวมเรื่องราวจากผู้เสียหายทั่วโลกเพื่อเผยให้เห็นผลกระทบหลายมิติของการตัดการเชื่อมต่อออนไลน์
Overview
แคมเปญ “Sound of the Silenced” นำเสนอกรณีศึกษา 8 รายการที่ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของคนในพื้นที่ที่ถูกตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่คุณครูในกาซ่าที่ไม่ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับครอบครัวหลังจากการระเบิด ไปจนถึงนักกิจกรรมในพม่า ที่ต้องขับจักรยานยนต์ไกลเพื่อหาเครือข่ายโทรศัพท์ในช่วงที่อากาศถล่ม การเล่าเรื่องเหล่านี้ถูกออกแบบให้ผู้ชมเห็นภาพความเสี่ยงต่อชีวิตและสิทธิพื้นฐานเมื่อการสื่อสารดิจิทัลถูกทำให้หยุดชะงัก
ตามข้อมูลจาก TechRadar แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้รัฐและองค์กรระหว่างประเทศเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยอิงหลักฐานที่ตรวจสอบได้
Defining Internet Shutdowns
แนวคิด “internet shutdown” ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2016 ที่งาน RightsCon ของ Access Now ณซิลิคอนแวลลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สิทธิมนุษยชน และผู้กำหนดนโยบายร่วมกันร่างคำจำกัดความว่า “การหยุดทำงานโดยเจตนาของอินเทอร์เน็ตหรือการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือใช้งานไม่ได้จริง ๆ สำหรับประชากรหรือพื้นที่เฉพาะ เพื่อควบคุมกระแสข้อมูล”
ก่อนหน้านั้น การปิดกั้นดังกล่าวไม่มีกรอบนิยามชัดเจน ตัวอย่างแรกที่ได้รับการบันทึกคือ Guinea ในปี 2007 ซึ่งประธานาธิบดีใช้เหตุผลเรื่อง “ความมั่นคงของชาติ” เพื่อระงับการประท้วงเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ หลังจากนั้นอิหร่าน (2009) และอียิปต์ (2011) ได้ทำตามแบบเดียวกันโดยไม่มีมาตรฐานสากลให้เปรียบเทียบ
Legal & Diplomatic Milestones
ตั้งแต่กำเนิดแคมเปญ #KeepItOn การต่อสู้ทางกฎหมายและการทูตได้สร้างความก้าวหน้าที่สำคัญหลายประการ
- กรกฎาคม 2016 สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) ผ่านมติที่อธิบายว่าการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง
- ในปีเดียวกัน คณะกรรมาธิการอัฟริกาใต้ (African Commission on Human and Peoples' Rights) ยืนยันมติเดียวกัน ส่งผลให้มาตรฐานนี้ถูกนำไปใช้โดยผู้ตรวจสอบและนักวิจัยทั่วโลก
- 2025 ประเทศบังกลาเทศเสนอกฎหมายห้ามปิดอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการ และศาลอาญานานาชาติ (ICC) ยอมรับความเชื่อมโยงระหว่างการตัดสัญญาณโดยเจตนาและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
นอกจากนี้ ศาลชุมชน ECOWAS ได้ออกคำวินิจฉัยว่าการปิดอินเทอร์เน็ตใน Togo, Senegal, Guinea และ Nigeria ผิดกฎหมาย ทำให้หลายประเทศต้องทบทวนแนวนโยบายดิจิทัลของตน การใช้ “การทูตเชิงป้องกัน” เพื่อขอให้รัฐบาลสัญญาว่าจะเปิดอินเทอร์เน็ตในช่วงเลือกตั้งก็เป็นกลยุทธ์ที่ประสบผลสำเร็จ ตัวอย่างล่าสุดคือการรักษาความเสถียรของเครือข่ายใน Zambia ระหว่างการเลือกตั้ง
Recent Trends & Data
แม้จะมีความก้าวหน้าทางกฎหมาย แต่จำนวนเหตุการณ์ปิดอินเทอร์เน็ตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายงานของ Access Now 2025 เป็นปีที่แย่ที่สุดจนถึงตอนนี้ โดยบันทึกว่ามีการปิดเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวันทั่วโลก
โดยรวมแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2016 แคมเปญได้เก็บ 2,100 กรณีการปิดอินเทอร์เน็ตใน กว่า 100 ประเทศ ข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกในฐานข้อมูล Shutdown Tracker Optimization Project (STOP) ซึ่งเป็นเครื่องมืออ้างอิงหลักของผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการ
สาเหตุที่ทำให้การปิดอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ได้แก่ กรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่ยังไม่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ ความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยีของรัฐในการควบคุมเครือข่าย และความเชื่อมั่นว่าการตัดการสื่อสารเป็นวิธี “เร็วและง่าย” ในการควบคุมข้อมูล
Challenges & Future Outlook
แม้ว่ามาตรฐานและกฎหมายระหว่างประเทศจะมีการพัฒนา แต่การบังคับใช้ยังคงเผชิญอุปสรรคหลายประการ ทั้งด้านเทคนิค การขาดความร่วมมือจากรัฐบาลที่มักปิดบังข้อมูล และข้อจำกัดของโครงสร้างองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่สามารถบังคับให้รัฐปฏิบัติตามได้โดยตรง
Anthonio ระบุว่า “กรอบกฎหมายระดับโลกส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการแสดงเจตนา” จึงต้องพึ่งพาการรณรงค์สาธารณะและการใช้กลยุทธ์ศาลเพื่อสร้างแรงกดดันต่อรัฐในแต่ละประเทศ อีกทั้งเครือข่าย #KeepItOn ที่มี กว่า 370 องค์กร ใน 106 ประเทศ กำลังมุ่งเน้นเพิ่มความสามารถในการตรวจจับเหตุการณ์แบบเรียลไทม์และส่งเสริมการฝึกอบรมด้านดิจิทัลเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นพร้อมรับมือ
ในอีกหลายปีข้างหน้า ผู้กำหนดนโยบายและนักกิจกรรมคาดว่าจะเห็นการพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบที่แม่นยำขึ้น การบังคับใช้มาตรฐานสากลผ่านระบบศาลระหว่างประเทศ และการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้รัฐเลิกใช้วิธีปิดอินเทอร์เน็ตเป็นอาวุธหลัก
Summary
แคมเปญ “Sound of the Silenced” ของ #KeepItOn แสดงให้เห็นว่าการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตยังคงเป็นภัยต่อชีวิตและเสรีภาพของผู้คนทั่วโลก แม้จะมีความสำเร็จด้านกฎหมายและการทูต การเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ในปี 2025 ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อให้ อินเทอร์เน็ตเปิดอยู่ อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- The Sound of the Silenced: Inside the ten-year global fight to keep the internet on
- ผู้เขียน
- Chiara Castro
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 29 สิงหาคม 2569 เวลา 13:00



