Stellantis ต่อยอดเทคโนโลยี Mobileye ด้วยระบบช่วยขับแบบ hands‑free จะเปิดตัวในปี 2027

ที่มาภาพ: The Verge

AI-อ่าน 6 นาทีThe Verge

Stellantis ต่อยอดเทคโนโลยี Mobileye ด้วยระบบช่วยขับแบบ hands‑free จะเปิดตัวในปี 2027

⚡ สรุป 30 วิ

Stellantis จะนำชิป EyeQ ของ Mobileye มาใช้ในระบบช่วยขับแบบ hands‑free สำหรับสองแบรนด์รถโดยเริ่ม rollout ตั้้งแต่ปี 2027 ระบบอาศัยข้อมูลจากโครงการ Road…

Stellantis ได้ประกาศว่า จะใช้เทคโนโลยีจาก Mobileye ของ Intel เพื่อขับเคลื่อนระบบช่วยขับแบบ “hands‑free” ระดับ 2 สำหรับแบรนด์รถยนต์ในเครือของบริษัท เริ่มตั้งแต่ปี 2027 ระบบจะอาศัยชิป EyeQ และโครงการรวบรวมข้อมูล **Road Experience Management (REM) ที่สร้างแผนที่ 3 มิติระดับโลกจากยานพาหนะที่ติดตั้ง Mobileye อยู่แล้ว การร่วมมือครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะเร่งการรับรองฟีเจอร์ขับอัตโนมัติในตลาดยุโรปและสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

Overview

Stellantis ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ใหญ่ที่สุดอันดับ สองของโลก มีแบรนด์หลากหลายเช่น Jeep, Chrysler, Dodge, Ram, Fiat และ Peugeot การนำเทคโนโลยี Mobileye เข้ามาใช้ในระบบช่วยขับเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านความปลอดภัยและประสบการณ์ผู้ขับโดยไม่ต้องพึ่งพาการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ใหม่หลายรุ่น

ระดับ 2 ของระบบอัตโนมัติหมายถึงรถสามารถควบคุมความเร็วและทิศทางได้เองภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ผู้ขับยังต้องมองหน้าจอถนนอยู่ การให้ “hands‑free, eyes‑on” จึงเป็นการยกระดับประสบการณ์ใช้งานโดยทำให้ผู้ขับสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ในบางสถานการณ์ ขณะที่ระบบยังคงตรวจสอบสภาพถนนอย่างต่อเนื่อง

Technology Partnership

Mobileye เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านระบบช่วยขับและการมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ของ Intel โดยผลิต EyeQ ซึ่งเป็น System‑on‑Chip (SoC) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวพร้อมทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI ในเวลาเดียวกัน

การใช้ EyeQ ทำให้ Stellantis สามารถนำฟีเจอร์เช่น Intelligent Lane Keeping บนถนนที่ไม่มีเครื่องหมายเส้น (unmarked roads) ไปใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่สาธารณะเท่านั้น ระบบจะประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนยานและทำการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ตามเงื่อนไขที่กำหนด

Road Experience Management (REM)

โครงการ REM ของ Mobileye มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแผนที่ 3 มิติระดับโลกโดยอาศัยข้อมูลจากยานพาหนะที่ติดตั้งเทคโนโลยี Mobileye อยู่แล้ว ข้อมูลนี้จะรวมถึงตำแหน่งของถนน ความกว้าง การเปลี่ยนเลนและสภาพอากาศ

  • ยานที่เชื่อมต่อ REM จะส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังคลาวด์
  • ระบบประมวลผลรวบรวมข้อมูลเพื่ออัปเดตแผนที่อย่างต่อเนื่อง
  • แผนที่ 3 มิติจะถูกใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับระบบช่วยขับของ Stellantis ทุกยาน

การใช้ข้อมูลแบบ crowdsourced ทำให้ค่าใช้จ่ายในการสร้างและบำรุงรักษาแผนที่ลดลง และเพิ่มความแม่นยำในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ เช่น การก่อสร้างถนนใหม่หรือการปรับโครงข่ายสัญญาณจราจร

Implementation Timeline & Brands

ตามประกาศของ Stellantis การเปิดตัวระบบ hands‑free จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2027 โดยจะทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ภายในกลุ่มได้รับอัปเดตเทคโนโลยีตามลำดับ ซึ่งบริษัทได้ระบุว่าแบรนด์ที่มีโอกาสสูงสุดในการนำฟีเจอร์นี้ไปใช้ก่อนคือ Jeep และ Peugeot เนื่องจากตลาดเป้าหมายของทั้งสองรุ่นมักอยู่ในพื้นที่เมืองและถนนระดับกลางที่เหมาะกับการทดสอบ

กระบวนการปรับใช้จะผ่านหลายขั้นตอน ได้แก่ การฝังชิป EyeQ ลงในระบบ ECU ของรถใหม่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA (Over‑The‑Air) สำหรับยานที่ผลิตก่อนหน้า และการขยายเครือข่ายเซ็นเซอร์ REM เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทดสอบทั่วโลก

Industry Impact

การร่วมมือระหว่าง Stellantis กับ Mobileye แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์ระดับใหญ่กำลังเร่งการนำเทคโนโลยี Level 2 ไปสู่ตลาดโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดและข้อมูลที่มาจากผู้ใช้จริง การพัฒนาฟีเจอร์ “hands‑free” บนอุปกรณ์ระดับ 2 อาจเป็นก้าวสำคัญต่อการขยายขอบเขตการใช้งานของระบบช่วยขับในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน เช่น ถนนไม่มีเครื่องหมายหรือสภาพอากาศไม่แน่นอน

จากมุมมองด้านกฎระเบียบ การเปิดตัวฟีเจอร์นี้จะต้องได้รับการยอมรับจากหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยของแต่ละประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการปรับแก้ข้อบังคับเกี่ยวกับระดับอัตโนมัติของรถยนต์ในอนาคต นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่สนใจเทคโนโลยีขับอัตโนมัติจะได้รับประโยชน์จากความสะดวกสบายและความปลอดภัยเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนซื้อยานพาหนะระดับสูงอย่าง Level 3 หรือ Level 4

Summary

Stellantis จะใช้ระบบ EyeQ ของ Mobileye พร้อมโครงการ REM เพื่อเปิดตัวฟีเจอร์ “hands‑free, eyes‑on” ระดับ 2 ตั้งแต่ปี 2027 ฟีเจอร์นี้คาดว่าจะเพิ่มความปลอดภัยและขยายการใช้งานของระบบช่วยขับในหลายตลาด การทำงานร่วมกันระหว่างสองบริษัทอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เทคโนโลยีระดับ 2 กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Stellantis taps Mobileye for hands-free driving assist
ผู้เขียน
Andrew J. Hawkins
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:42

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มบรรทัดสรุปใน Prompt ทำให้ NotebookLM ตอบแม่นยำและเป็นระบบมากขึ้นAI
22 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:30

เพิ่มบรรทัดสรุปใน Prompt ทำให้ NotebookLM ตอบแม่นยำและเป็นระบบมากขึ้น

ผู้ใช้เพิ่มประโยคสรุปหนึ่งบรรทัดลงท้าย Prompt ของ NotebookLM ทำให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำและโฟกัสตามต้องการ การออกแบบ Prompt จึงกลายเป็นทักษะสำคัญในยุค AI.

XDA Developers5 นาที
PotPlayer เปิดฟีเจอร์สร้างและแปลซับไตเติ้ลอัตโนมัติแบบเรียลไทม์AI
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:30

PotPlayer เปิดฟีเจอร์สร้างและแปลซับไตเติ้ลอัตโนมัติแบบเรียลไทม์

PotPlayer เพิ่มความสามารถในการสร้างซับไตเติ้ลจากเสียงวิดีโอและแปลหลายภาษาแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ชมไม่ต้องค้นหาไฟล์ SRT อีกต่อไป การใช้งานง่ายผ่านเมนู Subtitle บน…

XDA Developers6 นาที
ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้AI
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:00

ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้

ChatGPT วิเคราะห์ข้อมูลการรับชมจาก Netflix, Amazon Prime Video และ Crunchyroll จับรูปแบบความชอบของผู้ใช้ได้แม่นยำและเสนอรายการที่ตรงกับรสนิยม…

Tom's Guide7 นาที
หลบ "Cleanup Trap": อย่าปล่อยให้ RAG แก้ไขข้อมูลเสียAI
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:30

หลบ "Cleanup Trap": อย่าปล่อยให้ RAG แก้ไขข้อมูลเสีย

RAG มักเผชิญกับ “Cleanup Trap” เมื่อข้อมูลต้นทางมี noise หรือ schema drift ทำให้ผลลัพธ์บิดเบี้ยว การแก้ไขต้องเริ่มจากการตรวจสอบและทำความสะอาด pipeline…

VentureBeat5 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!