
ที่มาภาพ: The Verge
ทรัมป์สั่งภาษีศุลกากร 100% สำหรับโดรนหลายประเภทและชิ้นส่วนอากาศยานไร้คนขับ
⚡ สรุป 30 วิ
ประธานาธิบดีทรัมป์ออกคำสั่งศุลกากรเพิ่มภาษีนำเข้า 100% ให้กับโดรนที่มีกล้องเทอร์โมคูลและน้ำหนักเกิน 25 kg รวมถึงส่วนประกอบของอากาศยานไร้คนขับ…
การสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งศุลกากรใหม่ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีนำเข้า **100 % สำหรับโดรนบางประเภทและชิ้นส่วนเครื่องบินไร้คนขับที่มีน้ำหนักเกิน 25 kg รวมถึงโดรนที่ติดกล้องเทอร์มอลด้วย การเพิ่มภาษีขั้นสูงเช่นนี้ทำให้ต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์เหล่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมดิจิทัลและโลจิสติกส์ในระดับโลก
Overview
รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศว่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป การนำเข้าโดรนจากต่างประเทศจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานศุลกากร (หรือ “kiss the ring”) ก่อนที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดอเมริกาได้ นอกจากนี้ยังมีการห้ามนำเข้า router, robot และเครื่องทำความสะอาดแบบ Roomba ด้วย การดำเนินมาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายค้าที่มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนและประเทศอื่น ๆ
Background & Policy Context
คำสั่งศุลกากรนี้ตามมาในช่วงที่ความตึงเครียดทางการค้า ระหว่างสหรัฐกับจีน อยู่ในระดับสูงสุด หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ได้ใช้มาตรการภายใต้ Section 301 เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาว่า จีนมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของตนโดยไม่เป็นธรรม การกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 100 % ถือเป็นการบังคับให้ผู้ผลิตต่างชาติเลือกทางเข้าสู่ตลาดสหรัฐผ่านช่องทางที่ต้องได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด
Tariff Details
ตามคำสั่งศุลกากรของประธานาธิบดี ทรัมป์ มีรายละเอียดหลักดังนี้
- โดรนที่ติดกล้องเทอร์มอล – ภาษี 100 %
- **โดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 kg (57 pound) – ภาษี 100 %
- ชิ้นส่วนใด ๆ ของอากาศยานไร้คนขับที่มีน้ำหนักเกิน 25 kg – ภาษี 100 %
สำหรับโดรนประเภทอื่น รวมถึงรุ่น “Mini” ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 250 gram นั้น ยังไม่ได้เปิดเผยอัตราภาษีอย่างชัดเจนในแหล่งข้อมูลที่เป็นสาธารณะ
Market Impact
การกำหนดภาษีระดับเต็ม 100 % ทำให้ต้นทุนของโดรนและส่วนประกอบเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวสำหรับผู้จำหน่ายและผู้จัดจำหน่ายขายปลีกในสหรัฐ การเพิ่มค่าใช้จ่ายนี้อาจทำให้ราคาขายส่งต่อผู้บริโภคสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดโดรนระดับผู้ใช้งานทั่วไป (consumer drones) อาจชะลอตัวหรือหันไปเลือกผลิตภัณฑ์จากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ผู้ผลิตจีนและบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เคยพึ่งพาตลาดอเมริกาเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายหลัก จะต้องหาช่องทางจำหน่ายใหม่ หรือปรับกลยุทธ์ให้ผลิตภัณฑ์ตรงตามข้อกำหนดการอนุมัติ “kiss the ring” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีเต็ม
Industry Response
หลายบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบของอัตราภาษีใหม่ โดยเฉพาะผู้ผลิตโดรนที่มีการใช้กล้องเทอร์มอลเพื่อการเกษตรหรือสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าบริษัทใดได้ยื่นคำขอรับการอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง
ในระดับภายในสหรัฐ บริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์และบริษัทก่อสร้างที่ใช้โดรนเพื่อสำรวจไซต์งานก็เริ่มประเมินความเสี่ยงของโครงการใหม่ ๆ เนื่องจากต้นทุนอุปกรณ์อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีทดแทนหรือการพัฒนาโซลูชันภายในประเทศจึงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้น
Potential Long‑Term Effects
หากนโยบายศุลกากรนี้ยังคงอยู่ในระยะยาว อาจทำให้ อุตสาหกรรมโดรนของสหรัฐ เริ่มพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศเองเพิ่มขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างชาติ นอกจากนี้ การตั้งข้อกำหนดเข้มงวดต่ออุปกรณ์ที่มีความสามารถพิเศษ เช่น กล้องเทอร์มอล อาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตต่างประเทศหันไปออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าว เพื่อตอบสนองตลาดสหรัฐโดยไม่ต้องเผชิญกับภาษีเต็ม
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มภาษีอาจทำให้ การแข่งขันในระดับโลก ลดลง และเปิดโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อัตราภาษีเดียวกันเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของสหรัฐได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอากาศยานไร้คนขับยังคงต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด
Summary
ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนด **ภาษีนำเข้า 100 % สำหรับโดรนที่มีกล้องเทอร์มอลและโดรนน้ำหนักมากกว่า 25 kg รวมถึงส่วนประกอบของอากาศยานไร้คนขับที่อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ค้าที่มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศและจะส่งผลให้ต้นทุนผลิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมโดรนในสหรัฐและตลาดโลก.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Trump declares 100 percent tariffs on many drones and all aircraft parts
- ผู้เขียน
- Sean Hollister
- แหล่ง
- The Verge
- วันที่เผยแพร่
- 14 สิงหาคม 2569 เวลา 08:06



