
ที่มาภาพ: The Register
สหราชอาณาจักรตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการบัตรดิจิทัล เพ…
⚡ สรุป 30 วิ
รัฐบาลอังกฤษสร้างคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบโครงการบัตรดิจิทัล โดยรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ไอที และสังคมดิจิทัล…
รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อดูแลโครงการบัตรประจำตัวดิจิทัล (digital ID) ซึ่งมีภารกิจ “ท้าทายแนวคิดและนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ระบบทำงานได้สำหรับทุกคน” ตามที่สำนักงานคาบีนต์ (Cabinet Office) ระบุ คณะกรรมการนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์, นักธุรกิจและผู้นำด้านสังคมดิจิทัลหลายคน จึงทำให้โครงการดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากมุมมองที่หลากหลายก่อนนำไปปฏิบัติจริง
Overview
โครงการบัตรประจำตัวดิจิทัลของสหราชอาณาจักรกำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาและทดสอบเพื่อให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสะดวก คณะกรรมการที่ปรึกษา (advisory board) จะทำหน้าที่ตรวจสอบแนวคิดและการตัดสินใจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดประชุมทุกไตรมาสตลอดช่วงที่โครงการดำเนินอยู่
การตั้งคณะกรรมการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่กำลังมุ่งเน้นการสร้างระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลแบบรวมศูนย์ เพื่อให้บริการภาครัฐและภาคการเงินทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ อย่างไรก็ตาม การนำระบบดังกล่าวเข้าสู่สังคมต้องคำนึงถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นหลัก
Board Composition
คณะกรรมการประกอบด้วยสมาชิกหลายคนที่มีประสบการณ์หลากหลาย:
- David Rogers – ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ Internet of Things (IoT) และซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย Copper Horse มีบทบาทในคณะกรรมการรัฐบาลตั้งแต่ปี 2020 ที่พิจารณาการกระจายโครงข่ายโทรคมนาคม และต่อมามีส่วนร่วมกับ GSMA ในกลุ่มป้องกันการฉ้อโกงและความปลอดภัยของโทรคมนาคมในปี 2022
- Justine Roberts – ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Mumsnet ซึ่งเป็นฟอรั่มการพ่อแม่ออนไลน์ แพลตฟอร์มนี้เคยประสบการรั่วไหลของข้อมูลในปี 2019 หลังการย้ายระบบคลาวด์ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ 46 รายถูกเปิดเผย
- Victor Dominello – อดีตรัฐมนตรีของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ (New South Wales) ที่เปิดตัวใบขับขี่ดิจิทัลในปี 2019 โดยอ้างว่าเป็นระบบที่ปลอดภัยกว่าบัตรใบขับขี่แบบกายภาพ แม้ว่าการตรวจสอบของบริษัท Dvuln ในปี 2022 จะพบช่องโหว่หลายจุดในแอป Service NSW แต่รัฐบาลระบุว่าไม่มีความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้
- John Fallon – อดีตซีอีโอของ Pearson และเป็นสมาชิกผู้บริหารระดับไม่ใช่ผู้บริหาร (non‑executive) ของสำนักงานคาบีนต์
- Anne‑Marie Imafidon – ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพสังคม Stemettes ที่ส่งเสริมให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในอาชีพด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์
- Emma Wright – นักกฎหมายด้านการกำกับดูแลดิจิทัล
คณะกรรมการเหล่านี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการจากมุมมองด้านเทคนิค, ความปลอดภัย, การใช้งานจริงและผลกระทบต่อสังคม
Public Consultation & Engagement
รัฐบาลได้เปิดการให้ความเห็นจากประชาชนผ่าน “People’s Panel” ซึ่งรวมผู้เข้าร่วมประมาณ 100‑120 คน โดยจัดการประชุมที่เบอร์มิงแฮมและผ่าน Zoom เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและรัฐมนตรี รายได้จากการเข้าร่วมจะได้รับค่าตอบแทน £550** ในรูปของเงินสดหรือบัตรกำนัล
การให้ค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลที่จะกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในกระบวนการออกนโยบาย นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนตรวจสอบดิจิทัล (digital verification) และบริการการเงินเพื่อให้ได้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของตลาด
ผลตอบรับจากผู้ใช้ Mumsnet แสดงให้เห็นความกังวลต่อโครงการนี้ บางคนได้แสดงความคิดเห็นต่อประกาศของนายกรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 2025 ว่า “Honestly, who is he kidding?” และ “Desperate stuff to justify this authoritative bs.” ซึ่งสะท้อนถึงความสงสัยเกี่ยวกับแรงจูงใจและความเป็นธรรมของระบบบัตรดิจิทัล
Security Concerns & Criticism
การกล่าวถึงประวัติการรั่วไหลของ Mumsnet ในปี 2019 ทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลของรัฐบาลอาจถูกท้าทาย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอย่าง David Rogers เคยเตือนว่า การออกแบบระบบควรเน้นที่การใช้งานง่าย เพื่อลดการพึ่งพา PIN ที่ผู้ใช้หลายคนมองว่าเป็นภาระ
นอกจากนี้ การเปิดเผยช่องโหว่ของแอป Service NSW ในปี 2022 โดย Dvuln ย้ำให้เห็นว่าการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับบริการสำคัญต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มข้น แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล แต่ความไม่แน่นอนเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างละเอียด
คณะกรรมการยังต้องตรวจสอบข้อเสนอของผู้ใช้บางส่วนที่เรียกร้องให้ **เพิ่มข้อมูลเพศ (sex) ในบัตรดิจิทัลเพื่อให้ตรงกับตัวตนของบุคคล ซึ่งอาจสร้างความซับซ้อนต่อการออกแบบระบบและนโยบายความเป็นส่วนตัว
Policy Implications
การสร้างบัตรประจำตัวดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาภาครัฐดิจิทัลของสหราชอาณาจักรที่มุ่งให้บริการสาธารณะและการเงินทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น หากระบบสำเร็จอาจเป็นโมเดลที่หลายประเทศนำไปใช้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการขึ้นกับการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้จริง คณะกรรมการที่ปรึกษาอาจต้องทำหน้าที่ “ท้าทาย” รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการป้องกันข้อมูลและการออกแบบระบบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การให้ค่าตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมประชุมสาธารณะและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเป็นขั้นตอนที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่น แต่ก็ต้องควบคู่กับการตรวจสอบอิสระจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อป้องกันการอคติของนโยบาย
Future Outlook
คณะกรรมการจะประชุมทุกไตรมาสจนกว่าโครงการบัตรดิจิทัลจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าการตรวจสอบและการให้คำแนะนำจะดำเนินต่อเนื่องไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การยืนยันตัวตนด้วยชีวมetrics หรือการเชื่อมต่อกับระบบบล็อกเชน
หากการทดสอบและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น โครงการอาจเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027 อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยหรือการต่อต้านจากสาธารณะอาจผลักดันให้โครงการต้องปรับแผนหรือแม้กระทั่งหยุดชะงัก
Summary
รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อให้ความเห็นเชิงวิชาการและตรวจสอบโครงการบัตรประจำตัวดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญและประชาชนผ่าน People’s Panel จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการพัฒนานโยบายนี้มีความโปร่งใสและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- UK digital ID gets brain trust to 'challenge' ministers on policy
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 12 มิถุนายน 2569 เวลา 17:13



