
ที่มาภาพ: The Register
สาธารณชนอังกฤษยืนยันว่าส่วนตัวของข้อความต้องคงเป็นความลับ.
⚡ สรุป 30 วิ
ผลสำรวจจาก Center for Democracy & Technology พบว่า 93 %…
บริติชสาธารณชนได้ส่งข้อความที่คมชัดต่อการให้รัฐบาลเข้าถึงข้อมูลเข้ารหัสของผู้ใช้ — โดยผลสำรวจล่าสุดจาก **Center for Democracy & Technology (CDT) แสดงว่าเกือบทั้งหมดไม่ต้องการให้มีการละเมิดความเป็นส่วนตัวนี้ การตอบรับเช่นนี้อาจทำให้แนวทางของรัฐบาลสหราชอาณาจักรต่อการควบคุมเทคโนโลยีเข้ารหัสต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างกว้างขวาง
Overview
ผลสำรวจที่จัดโดย Public First สำหรับ CDT ในเดือนเมษายน 2569 สัมภาษณ์ผู้ใหญ่ชาวอังกฤษจำนวน 2,000 คน โดยมีอัตราความคลาดเคลื่อน ± 2.2 เปอร์เซ็นต์ จุดมุ่งหมายเพื่อวัดความเชื่อมั่นต่อการเข้าถึงข้อความที่เข้ารหัสของรัฐบาล ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยืนหยัดในสิทธิ์ด้านความเป็นส่วนตัวออนไลน์
ตามรายงาน 93 % ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าตนมีสิทธิในการสนทนาโดยส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ส่วน 89 % คิดว่าไม่มีใครควรเข้าถึงข้อความส่วนบุคคลของตนโดยไม่ได้รับคำสั่งศาล การแสดงออกนี้บ่งชี้ถึงความสำคัญของการรักษาการเข้ารหัสอย่างเต็มที่ในยุคดิจิทัล
Poll Results
เมื่อพิจารณาความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ผลสำรวจพบว่า สองในสาม ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ไว้ใจทั้งรัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลอนาคตในการใช้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่เข้ารหัส ความไม่ไว้วางใจนี้ข้ามเส้นพรรคการเมืองอย่างชัดเจน
- **Labour: 58 % ไม่เชื่อมั่น
- **Conservative: 59 % ไม่เชื่อมั่น
- **Liberal Democrats: 56 % ไม่เชื่อมั่น
- **Green: 69 % ไม่เชื่อมั่น
- **Reform: 75 % ไม่เชื่อมั่น
การกระจายความไม่ไว้วางใจนี้บ่งชี้ว่าประเด็นการเข้าถึงข้อมูลเข้ารหัสไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของพรรคการเมือง แต่เป็นประเด็นที่กว้างขวางทั่วสังคมอังกฤษ
Technical Context
ข้อขัดแย้งด้านเทคโนโลยีเริ่มทวีความรุนแรงเมื่อ Apple ถอนฟังก์ชัน Advanced Data Protection สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรหลังจากได้รับ Technical Capability Notice (TCN) ภายใต้กฎหมาย Investigatory Powers Act** บริษัทได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวและกระบวนการต่อสู้คดีดำเนินต่อไป
แม้รัฐบาลสหรัฐจะประกาศว่าบริติชได้ถอนข้อเรียกร้องเข้าถึงข้อมูลเข้ารหัสของผู้ใช้อเมริกาแล้ว แต่รายงานหลายฉบับระบุว่า TCN ใหม่อาจถูกออกให้กับผู้ใช้ในอังกฤษ การพัฒนาเหล่านี้ทำให้ประเด็นการควบคุมเทคโนโลยีเข้ารหัสกลายเป็นเรื่องที่สาธารณชนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
Public Sentiment on Security vs Law Enforcement
เมื่อถามถึงท่าทีต่อการใช้กฎหมายเพื่อให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลโดยไม่สามารถเปิดเผยคำสั่งได้ เพียง 12 % ของผู้ตอบสนับสนุนรัฐบาลมีอำนาจดังกล่าว อีก 33 % เชื่อว่ารัฐบาลไม่ควรมีอำนาจนี้เลย ส่วน 41 % ต้องการความโปร่งใสหรือการตรวจสอบโดยรัฐสภา
ในด้านความเสี่ยงต่อความปลอดภัย 53 % เห็นว่าความเสี่ยงจากการเปิดช่องทางเข้าถึงข้อมูลเข้ารหัสนั้นสูงกว่าประโยชน์ ส่วน 28 % มองว่าผลประโยชน์ในการต่อสู้อาชญากรรมเหนือกว่า ความกังวลหลักประกอบด้วย
- **84 % กลัวว่าการสร้าง “backdoor” จะเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์และอาชญากรใช้โจมตี
- **82 % กังวลว่าจะเกิดการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ 65 % บ่งบอกว่าอาจระมัดระวังมากขึ้นในการกดไลค์ แชร์ หรือคอมเมนต์ ส่วน 41 % คิดว่าตัวเองจะหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสถาบันสาธารณะหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
Implications for Policy
ผลสำรวจของ CDT สะท้อนให้เห็นว่าการที่รัฐบาลอังกฤษยังคงไล่ตามนโยบาย “backdoor” หรือการบังคับใช้ TCN จะต้องเผชิญกับความไม่ไว้วางใจระดับสูงจากประชาชน การต่อต้านนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ เช่น Apple ซึ่งเคยเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
องค์กรสิทธิดิจิทัลอย่าง Open Rights Group ได้วิจารณ์ว่า “สาธารณชนอังกฤษรู้โดยธรรมชาติว่าการสื่อสารส่วนตัวเป็นหัวใจของเสรีภาพและประชาธิปไตย” การต่อสู้ระหว่างความปลอดภัยสาธารณะกับสิทธิ์ส่วนบุคคลอาจยังคงดำเนินต่อไป แต่ตัวเลขที่ได้จากการสำรวจชี้ให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้พร้อมจะแลกเปลี่ยนความเป็นส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของการบังคับใช้กฎหมาย
Summary
ผลสำรวจล่าสุดของ CDT แสดงว่า **93 % ของชาวอังกฤษยืนหยัดในสิทธิ์สื่อสารแบบส่วนตัวและส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลในการเข้าถึงข้อความที่เข้ารหัส ความกังวลต่อความปลอดภัยและการใช้อำนาจโดยมิชอบอาจทำให้แนวนโยบายของเวสต์มินสเตอร์ต้องพิจารณาใหม่ในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Turns out Brits would quite like their private messages to stay private
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 30 สิงหาคม 2569 เวลา 15:34



