
ที่มาภาพ: TechSpot
นักวิจัย UNSW พัฒนาวิธีทำเอสเปรสโซด้วยคลื่นอัลตราโซนิกที่อุณหภูมิห้อง
⚡ สรุป 30 วิ
นักวิจัย UNSW พัฒนา “ultrasonic espresso” ทำกาแฟที่อุณหภูมิห้องภายใน 3 นาทีโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิก…
การวิจัยของวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์อาหารจากมหาวิทยาลัย UNSW ซิดนีย์ได้พัฒนาวิธีทำเอสเปรสโซโดยใช้ คลื่นอัลตราโซนิก แทนความร้อน ซึ่งเรียกว่า “ultrasonic espresso” วิธีใหม่นี้ทำงานที่อุณหภูมิห้องและใช้พลังงานเชิงกลจากเสียงดึงรสชาติจากกาแฟบดละเอียด โดยสามารถบรรลุความเข้มข้นระดับเอสเปรสโซได้ภายใน ไม่เกินสามนาที แม้จะเริ่มจากน้ำเย็นก็ตาม งานทดลองพบว่าผู้ดื่มส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างกาแฟที่ทำด้วยวิธีดั้งเดิมและวิธีอัลตราโซนิกได้
Overview
การทำเอสเปรสโซแบบดั้งเดิมมักอาศัยการอุ่นน้ำให้ถึงอุณหภูมิประมาณ 90‑95 °C แล้วบีบผ่านกาแฟบดละเอียดเพื่อสกัดสารรสและคาเฟอีน การใช้ความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ต้องใช้เครื่องทำความร้อนที่ใช้พลังงานสูงและอาจทำให้สารบางส่วนเสียหายได้ การนำคลื่นอัลตราโซนิกมาทดแทนความร้อนจึงเป็นแนวคิดที่ท้าทายและอาจลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่าเทคโนโลยีอัลตราโซนิกจะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอื่น ๆ เช่น การสกัดสารสกัดจากพืช แต่การประยุกต์ใช้กับกาแฟเป็นครั้งแรกที่มีการทดสอบอย่างเป็นระบบ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการสั่นสะเทือนความถี่สูงสามารถทำให้โมเลกุลของน้ำแยกตัวและเจาะเข้าสู่ผงกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการสกัดด้วยความร้อน
Key Details
กระบวนการ ultrasonic espresso ใช้น้ำที่อยู่ในอุณหภูมิห้องเป็นสื่อกลาง จากนั้นส่งคลื่นเสียงที่มีความถี่อัลตราโซนิกเข้าไปในสารผสม ความแรงของคลื่นทำให้เกิดฟีโนเมนอน “cavitation” ซึ่งเป็นการสร้างและพังทลายของฟองอากาศขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว ฟองอากาศเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ขวาน” ช่วยดึงสารละลายจากกาแฟบดออกมา
การสกัดด้วยวิธีนี้ใช้เวลา ไม่เกินสามนาที ซึ่งสั้นกว่าการสกัดด้วยเครื่องทำเอสเปรสโซแบบดั้งเดิมที่อาจต้องใช้เวลานานกว่า 4‑5 นาที นอกจากนี้ การทำงานที่อุณหภูมิห้องยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีที่อาจเกิดจากความร้อนสูง
Experimental Findings
ผู้วิจัยได้ทำการชิมกาแฟที่ผลิตโดยวิธี ultrasonic espresso กับกาแฟแบบดั้งเดิมโดยไม่เปิดเผยแหล่งที่มาของแต่ละแก้วต่อผู้ชิม ผลการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ของผู้ดื่มไม่สามารถแยกแยะความแตกต่าง ระหว่างสองวิธีได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งบอกว่าคุณภาพของรสชาติและความเข้มข้นของกาแฟที่สกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิกอยู่ในระดับเทียบเท่ากับการสกัดแบบความร้อน
อย่างไรก็ตาม การทดลองไม่ได้รวมการวัดระดับคาเฟอีนหรือสารประกอบอื่น ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการสกัดแบบอัลตราโซนิกอย่างละเอียด การศึกษาต่อไปอาจต้องมุ่งเน้นที่การวิเคราะห์เคมีของกาแฟที่ได้เพื่อยืนยันความเท่าเทียมกันในทุกมิติ
Potential Impact
หากเทคโนโลยี ultrasonic espresso สามารถนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรมได้ อาจทำให้ร้านกาแฟและผู้ผลิตเครื่องทำเอสเปรสโซสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีระบบทำความร้อนที่ใช้พลังงานสูง นอกจากนี้ การทำงานที่อุณหภูมิห้องยังเปิดโอกาสให้มีการออกแบบเครื่องทำกาแฟแบบพกพา หรือแม้กระทั่งการทำกาแฟในสภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวยต่อการใช้ความร้อน
อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงกระบวนการสกัดอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของเมล็ดกาแฟ เนื่องจากความต้องการกาแฟบดที่มีคุณภาพและขนาดเม็ดที่เหมาะสมต่อการสกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิกอาจแตกต่างจากเกณฑ์เดิม ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตเมล็ดกาแฟปรับกระบวนการคั่วและบดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ชื่อเทคโนโลยี: ultrasonic espresso
- อุณหภูมิการทำงาน: ห้อง temperature (ประมาณ 20‑25 °C)
- ระยะเวลาการสกัด: ไม่เกิน 3 นาที
- หลักการสกัด: ใช้คลื่นอัลตราโซนิกสร้าง cavitation ดึงสารจากกาแฟบด
Analysis
การใช้คลื่นอัลตราโซนิกเป็นการแปลงพลังงานเชิงกลเป็นพลังงานเคมีในกระบวนการสกัด ซึ่งอาจถือเป็นการเปลี่ยนแนวคิดพื้นฐานของการทำกาแฟ การสกัดโดยไม่ใช้ความร้อนอาจช่วยรักษา “aroma compounds” ที่มีจุดเดือดต่ำซึ่งมักจะเสียหายเมื่อถูกทำให้ร้อนสูง นั่นอาจอธิบายว่าผู้ชิมหลายคนไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้
ในแง่ของการรับรองความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ตลาดจะต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าการสร้าง cavitation ไม่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งหรือสารอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ การประเมินอายุการเก็บรักษากาแฟที่สกัดด้วยวิธีนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ
Impact
หากเทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การลดการใช้พลังงานในการทำเอสเปรสโซอาจส่งผลต่อการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอุตสาหกรรมกาแฟโดยรวม นอกจากนี้ ร้านกาแฟที่ต้องการเสนอบริการ “cold brew espresso” หรือเมนูพิเศษที่ต้องการอุณหภูมิต่ำอาจใช้วิธีนี้เป็นจุดขายใหม่
การเปลี่ยนแปลงกระบวนการสกัดอาจกระตุ้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ใหม่ เช่น เครื่องทำเอสเปรสโซแบบพกพาที่ใช้แหล่งพลังงานไฟฟ้าต่ำหรือแบตเตอรี่ ซึ่งอาจขยายตลาดกาแฟไปสู่พื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าคงที่หรือในกิจกรรมกลางแจ้ง
Summary
นักวิจัยจาก UNSW ซิดนีย์พัฒนา “ultrasonic espresso” ที่สกัดกาแฟด้วยคลื่นอัลตราโซนิกแทนความร้อน ใช้เวลาน้อยกว่า 3 นาทีที่อุณหภูมิห้องและให้รสชาติที่ผู้ดื่มส่วนใหญ่ไม่แยกแยะได้จากเอสเปรสโซแบบดั้งเดิม เทคโนโลยีนี้อาจลดการใช้พลังงานและเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมเครื่องทำกาแฟใหม่ในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Scientists made espresso with sound instead of heat, and most drinkers couldn't tell the difference
- ผู้เขียน
- Skye Jacobs
- แหล่ง
- TechSpot
- วันที่เผยแพร่
- 21 มิถุนายน 2569 เวลา 17:27



