
ที่มาภาพ: Tom's Hardware
ยอดขายคอนโซลสหรัฐตก 39% ในเดือนกรกฎาคม — เกมฟิสิกัลต่ำสุดตั้งแต่ปี 1995 เนื่องจากราคาคอมโพเนนท์เพิ่มสูง
⚡ สรุป 30 วิ
ในเดือนกรกฎาคม 2566 การขายคอนโซลสหรัฐลดลง 39% และการใช้จ่ายบนเกมฟิสิกัลต่ำสุดตั้งแต่ปี 1995 เนื่องจากค่า RAM พุ่งสูงทำให้ราคาเครื่องพุ่งถึง $542.
การใช้จ่ายบนแผ่นเกมแบบฟิสิคัลในสหรัฐอเมริกา ณ เดือนกรกฎาคม 2566 ลดลงถึงระดับต่ำสุดที่บันทึกได้ตั้งแต่เริ่มติดตามข้อมูลในปี 1995 ตามรายงานของ Circana ซึ่งยังเผยว่าตลาดเครื่องเล่นเกมคอนโซลโดยรวมประสบกับการหดตัวอย่างรุนแรง ทั้งปริมาณการขายหน่วยลดลง 39 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และราคาเฉลี่ยต่อเครื่องเพิ่มขึ้น 16 % ไปสู่ระดับ $542**
Overview
ตลาดคอนโซลสหรัฐในเดือนกรกฎาคมแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มถดถอยหลายด้าน การขายตามมูลค่า (dollar sales) ลดลง 29 % ไปอยู่ที่ $282 ล้าน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคมตั้งแต่ปี 2020 ส่วนการใช้จ่ายบนเกมแผ่นฟิสิคัลตกลงเหลือเพียง $85 ล้าน** — ตัวเลขต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์การบันทึกของ Circana
ภายในอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงราคาและต้นทุนส่วนประกอบเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคระงับการซื้อเครื่องใหม่ การเพิ่มราคาคอมโพเนนต์โดยเฉพาะ RAM ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับขึ้นราคาเพื่อรักษาอัตรากำไร แม้ว่าจะส่งผลต่อความต้องการของตลาดในระดับกว้าง
Hardware Sales Decline
ตามข้อมูลที่ Mat Piscatella ของ Circana เผย ปริมาณเครื่องคอนโซลขายได้ทั้งหมดประมาณ 520,000 เครื่อง ในเดือนกรกฎาคม ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับประมาณ 850,000 เครื่อง ที่ขายได้ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
การลดลงดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงแพลตฟอร์มเดียว แต่ครอบคลุมถึงสามระบบหลัก: PlayStation 5 ลดลง 6 %, Xbox Series ลดลง 18 %, และ Switch 2 ของ Nintendo ลดลงสูงสุดที่ 51 % ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งคือการเพิ่มราคาของ Switch 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายนโดยเพิ่มราคา $50
Pricing Pressures & RAM Cost Crisis
ต้นทุนส่วนประกอบโดยเฉพาะ RAM มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมา รายงานระบุว่าต้นทุน RAM สำหรับ Switch 2 พุ่งขึ้น 41 % สิ่งนี้ทำให้ Nintendo ต้องลดการผลิตที่คาดไว้ลง 2 ล้านเครื่อง** ตั้งแต่เดือนมีนาคม เพื่อควบคุมสต็อกและต้นทุน
Sony ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงจากแรงกดดันเดียวกัน โดยได้เพิ่มราคามาตรฐานของ PS5 ไปเป็น $599 และรุ่น Pro ขึ้นเป็น $899 ในเดือนเมษายน ส่งผลให้ยอดขายตามมูลค่าเพิ่มขึ้น 29 % แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 6 %
Microsoft ทำเช่นเดียวกันโดยปรับราคาเครื่อง Xbox ทุกโมเดลครั้งที่สามภายในสองปีที่ผ่านมา รวมถึงการยกเลิกรุ่น Series X 2TB ซึ่งทำให้ยอดขายตามมูลค่าลดลงตรงกับการหดตัวของปริมาณหน่วยเท่ากันที่ **18 %
Platform‑specific Trends
แม้ว่า Switch 2 จะเป็นระบบที่มีอัตราการลดลงสูงสุดในเชิงปริมาณ แต่ Nintendo ยังคงครอบคลุมส่วนแบ่งการใช้จ่ายบนแผ่นเกมฟิสิคัลอยู่ถึง 63 % ของตลาดสหรัฐในปี 2026 ส่วน PlayStation มีส่วนแบ่งประมาณ 32 % และ Xbox เพียงราว **4 % หลังจากตัดสินใจไม่รวมการขายเวอร์ชัน PC ที่มีฉบับคอลเลกชั่น
Sony ได้ประกาศว่าจะหยุดผลิตแผ่นเกมฟิสิคัลสำหรับเกม PlayStation ใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ทำให้ตลาดฟิสิคัลของ Sony ค่อย ๆ หดหายไปในระยะยาว ส่วน Microsoft และ EA เลิกให้ข้อมูลการขายดิจิทัลกับ Circana ตั้งแต่กรกฎาคม ทำให้บริษัทต้องประเมินยอดขายแบบประมาณการณ์แทนการวัดจริง
Market Implications
ตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมเกมสหรัฐในเดือนกรกฎาคม ลดลง 10 % ถึงมูลค่า $4.5 พันล้าน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนของต้นทุนส่วนประกอบ ความตึงเครียดด้านราคาและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันไปใช้เกมแบบดิจิทัลมากขึ้น
การปรับตัวของผู้ผลิตต่อสภาพตลาดนี้อาจทำให้เกิดการกระชับกำลังการผลิต การลดต้นทุนโดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้เมโมรีชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า หรือการพัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์เกม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่า RAM ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Summary
ตลาดคอนโซลสหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2566 เผชิญกับการลดลงของยอดขายหน่วย **39 % และอัตราการใช้จ่ายบนแผ่นเกมฟิสิคัลต่ำสุดตั้งแต่ปี 1995 การเพิ่มราคาครั้งใหญ่ของส่วนประกอบเช่น RAM ทำให้ผู้ผลิตหลายรายปรับขึ้นราคาเครื่อง ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคและสภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมในระดับประเทศ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Spending on physical games falls to lowest on record since 1995 — US console sales plunge 39% in July as memory costs push average price to $542
- ผู้เขียน
- Luke James
- แหล่ง
- Tom's Hardware
- วันที่เผยแพร่
- 22 สิงหาคม 2569 เวลา 17:30



