ตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐหดตัว 5% แต่แบรนด์ไฮเอนด์ยังคงครองส่วนแบ่งตลาด

ที่มาภาพ: GSMArena

Mobile-อ่าน 6 นาทีGSMArena

ตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐหดตัว 5% แต่แบรนด์ไฮเอนด์ยังคงครองส่วนแบ่งตลาด

⚡ สรุป 30 วิ

รายงานของ Counterpoint ระบุว่าขายในไตรมาส 2 ลดลง 5% เนื่องจากวิกฤตชิปหน่วยความจำและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้อุปกรณ์ราคา “ประหยัด” ถูกกดดันอย่างหนัก.…

รายงานล่าสุดของ Counterpoint Research เผยว่าการขายสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกาในไตรมาส 2 (1‑เมษายน ถึง 30‑มิถุนายน) ลดลงราว **5 % เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตชิปหน่วยความจำและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้อุปกรณ์ราคา “ประหยัด” ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

Overview

รายงานของ Counterpoint เน้นว่าตลอดช่วงไตรมาส 2 ตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐโดยรวมสูญเสียส่วนแบ่งการขายต่อปีประมาณ 5 % โดยค่าเฉลี่ยราคาขาย (ASP) ของอุปกรณ์ทั้งหมดพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ทำให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต รายงานระบุว่าแม้แบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Apple, Samsung, Motorola และ Google จะลดยอดขายเพียง 4 % ต่อปี แต่แบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดสหรัฐส่วนใหญ่สูญเสียยอดขายถึง **45 %

Memory Chip Crisis and ASP Rise

วิกฤตชิปหน่วยความจำที่เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2023 ยังคงส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมือถือ ปริมาณการผลิต DRAM และ NAND flash ลดลงทำให้ราคาชิปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายต้องปรับตัวโดยการยกค่า ASP ของสินค้าเพื่อรักษากำไร ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าราคาประหยัดต้องเผชิญกับราคาที่สูงกว่าเดิม

  • รายงานระบุว่าตลอดไตรมาส 2 ASP ของสมาร์ทโฟนโดยรวมเพิ่มขึ้นราว **7 % จากช่วงเดียวกันของปี 2023
  • ราคาชิป NAND ที่ใช้ในหน่วยความจำภายในเครื่องเพิ่มประมาณ **15 %

Fuel Prices and Consumer Purchasing Power

ปัจจัยเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐอย่างชัดเจน รายงานระบุว่าผู้คนต้องใช้ส่วนหนึ่งของรายได้เพื่อจ่ายค่าเชื้อเพลิง ทำให้งบประมาณสำหรับการอัปเกรดหรือเปลี่ยนสมาร์ทโฟนลดลงโดยตรง

  • ตามข้อมูลจาก U.S. Energy Information Administration ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น ≈ 30 % ตั้งแต่ต้นปี
  • การสำรวจของ Nielsen พบว่าผู้บริโภคสหรัฐ 42 % ระบุว่าจะเลื่อนการซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่จนกว่าราคาน้ำมันจะคงที่

Brand‑Specific Performance

แบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Apple, Samsung, Motorola และ Google รักษาตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้แม้ยอดขายรวมลดลง 4 % อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่เน้นตลาดราคาประหยัดและกลางเช่น OnePlus, Xiaomi, Realme** และบางยี่ห้อจากจีนที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างประสบกับการลดลงของยอดขายถึงระดับสองหลัก

  • ยอดขายรวมของแบรนด์ “ระดับไฮเอนด์” ลดลง **4 % YoY
  • แบรนด์ระดับกลางและราคาประหยัดบางรายสูญเสียยอดขายสูงสุด **45 %

Analysis and Outlook

การผสมผสานระหว่างวิกฤตชิปหน่วยความจำและแรงกดดันจากราคาเชื้อเพลิงทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงแต่จำนวนเครื่องลดลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว แบรนด์ไฮเอนด์ที่มีระบบนิเวศและบริการหลังการขายแข็งแกร่งยังสามารถรักษาฐานลูกค้าได้ ส่วนผู้ผลิตราคาประหยัดต้องพิจารณาวิธีลดต้นทุนหรือมุ่งเน้นตลาดอื่น ๆ เช่น การขยายการจำหน่ายในภูมิภาคเอเชีย‑แปซิฟิก

แนวโน้มต่อไปอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของเครื่องมือรีไฟน์ชิป (chip refurbishment) หรือการพัฒนาชิปจากผู้ผลิตใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างตลาด นอกจากนี้ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐกลับมาฟูดขึ้น และอาจช่วยกระตุ้นการขายสมาร์ทโฟนในไตรมาสถัดไป

Impact

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือการลดลงของส่วนแบ่งตลาดสำหรับแบรนด์ราคาประหยัด ทำให้พวกเขาต้องปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายและอาจย้ายความสนใจไปสู่การขายแบบออนไลน์หรือผ่านช่องทางใหม่ ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่า นอกจากนี้ ความกดดันด้านราคาและซัพพลายเชนยังส่งผลต่อการวางแผนผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตระดับไฮเอนด์ ทำให้อาจมีการเลื่อนการเปิดตัวโมเดลใหม่หรือเพิ่มฟีเจอร์ที่ใช้ชิปที่หาได้ง่ายกว่า

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การติดตามแนวโน้มของ ASP, สภาพคล่องของชิปหน่วยความจำ และการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการประเมินศักยภาพของตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐในปีหน้า

Summary

Counterpoint Research รายงานว่าตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐในไตรมาส 2 ลดลง 5 % เนื่องจากวิกฤตชิปหน่วยความจำและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้แบรนด์ระดับกลาง‑ประหยัดสูญเสียยอดขายมากที่สุด แม้แบรนด์ไฮเอนด์จะลดลงเพียง 4 % แต่สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่การปรับโครงสร้างและอาจเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของผู้ผลิตในช่วงหลายปีต่อไป.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Counterpoint: US smartphone market contracts, budget devices hit hardest
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
GSMArena
วันที่เผยแพร่
14 สิงหาคม 2569 เวลา 04:04

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Samsung เปิดเผย Camera Assistant ลดความละเอียดจาก 24MP เป็น 12MP เมื่อเงื่อนไขบางอย่างMobile
13 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30

Samsung เปิดเผย Camera Assistant ลดความละเอียดจาก 24MP เป็น 12MP เมื่อเงื่อนไขบางอย่าง

Camera Assistant ของ Galaxy บางรุ่นอัตโนมัติเปลี่ยนจาก 24MP เป็น 12MP เมื่อเจอสภาวะซูมเกินขอบเขต แสงน้อย หรืออุณหภูมิสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพและลด noise.

Android Authority6 นาที
Ocarina of Time และ Majora’s Mask รันบน iOS แบบเนทีฟ ไม่ต้องอีมูเลเตอร์Mobile
11 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00

Ocarina of Time และ Majora’s Mask รันบน iOS แบบเนทีฟ ไม่ต้องอีมูเลเตอร์

ชุมชนพัฒนาได้คอมไพล์ Ocarina of Time กับ Majora’s Mask จาก N64 ให้ทำงานโดยตรงบน iPhone/iPad ด้วย ARM และ Metal…

GamesRadar7 นาที
เปิดสเปค iQOO Neo 11 Ultra: ดีไซน์กล้องหลังใหม่ ชิป Dimensity 9500 และแบตเตอรี่ 9,000mAhMobile
11 สิงหาคม 2569 เวลา 02:30

เปิดสเปค iQOO Neo 11 Ultra: ดีไซน์กล้องหลังใหม่ ชิป Dimensity 9500 และแบตเตอรี่ 9,000mAh

iQOO Neo 11 Ultra เผยโฉมสเปคเรือธงด้วยชิป Dimensity 9500 และแบตเตอรี่ 9,000 mAh พร้อมดีไซน์กล้องหลังแนวราบและเฟรมโลหะทนมาตรฐาน IP68/IP69…

DroidSans7 นาที
สมาร์ทวอช 5 รุ่นที่เหนือกว่า Pebble Time 2 สำหรับฟิตเนสและการเชื่อมต่อแอปMobile
9 สิงหาคม 2569 เวลา 17:30

สมาร์ทวอช 5 รุ่นที่เหนือกว่า Pebble Time 2 สำหรับฟิตเนสและการเชื่อมต่อแอป

Pebble Time 2 ยังคงมีแบตเตอรี่นานและดีไซน์มินิมัลแต่ขาดเซ็นเซอร์สุขภาพขั้นสูง บทความนี้แนะนำสมาร์ทวอช 5 รุ่นจาก Garmin, Fitbit, Samsung, Apple และ Amazfit…

Android Authority7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!