
ที่มาภาพ: Tom's Hardware
USB แฟลชไดรฟ์ใช้หน่วยความจำคอร์แม่เหล็ก ส่งไฟล์ข้อความและรูป BMP ผ่าน Sneakernet
⚡ สรุป 30 วิ
นักวิจัยญี่ปุ่นสร้าง USB แฟลชไดรฟ์ใช้ magnetic core memory ขนาด 128 bytes ส่งไฟล์ข้อความและ BMP ระหว่าง PC.…
การวิจัยของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งได้ทำให้ **USB flash drive ที่ใช้เทคโนโลยีหน่วยความจำแม่เหล็กแกน (magnetic core memory) สามารถส่งไฟล์ข้อความระหว่างคอมพิวเตอร์สองเครื่องได้สำเร็จเป็นครั้งแรก การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าถึงแม้เทคโนโลยีเก่าแก่จะมีข้อจำกัดอย่างรุนแรง แต่ยังสามารถทำหน้าที่ “sneakernet” ได้ในระดับพื้นฐานและอาจกระตุ้นความสนใจต่อการศึกษาและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ของหน่วยความจำดิจิทัล
Overview
เทคโนโลยี magnetic core memory เคยเป็นรูปแบบหลักของหน่วยความจำแบบสุ่มเข้าถึง (RAM) ในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1950 จนถึงต้นทศวรรษ 1970 ตามรายงานของนักวิจัย @dydt_Nao การสร้างอุปกรณ์ USB ขนาดเท่าจานอาหารที่ใช้คอร์แม่เหล็กเป็นสื่อเก็บข้อมูลนั้นทำให้สามารถย้ายไฟล์ข้อความขนาดเล็กระหว่างเครื่องได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายใด ๆ
แม้ว่าความจุของอุปกรณ์จะจำกัดเพียง 128 bytes เท่านั้น แต่การแสดงผลบนหน้าจอ Windows แสดงว่าอุปกรณ์มีความจุ “6.5 KB” ซึ่งเป็นผลจากตัวควบคุม Raspberry Pi Pico ที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลและสื่อสารกับระบบปฏิบัติการ
ผู้ทดลองได้ใช้ไฟล์ข้อความง่าย ๆ และภาพ BMP ขาวดำขนาดไม่เกิน 32 × 28 พิกเซล เพื่อพิสูจน์ว่าข้อมูลสามารถถูกเขียนลงบนคอร์แม่เหล็กและอ่านออกมาใน Notepad ของ Windows ได้สำเร็จ
Technical Details
อุปกรณ์นี้ประกอบด้วยแผง LED ขนาด 32 × 32 ซึ่งแต่ละดวงส่องไฟสีแดงเมื่อตัวแกนแม่เหล็กทำงานตามลำดับ การกระพริบของ LED ทำให้ผู้สังเกตเห็นขั้นตอนการอ่าน‑เขียนข้อมูลแบบเรียลไทม์
- ขนาด: ประมาณ 30 เซนติเมตร (1 ฟุต) เหลี่ยมจัตุรัส
- ความจุ: 128 bytes ของคอร์แม่เหล็ก (ข้อมูลอาจถูกลบระหว่างการอ่าน)
- ตัวควบคุม: Raspberry Pi Pico ทำหน้าที่เป็น USB‑Type‑A controller ที่ทำให้ระบบปฏิบัติการมองว่าอุปกรณ์มีขนาด 6.5 KB
เนื่องจากข้อมูลจะหายไปเมื่อตัวอ่านทำงาน จึงจำเป็นต้องบันทึกไฟล์ใหม่ทุกครั้งหลังการอ่าน ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของเทคโนโลยีนี้ในแง่การใช้งานจริง
Demonstration & Media
วิดีโอที่แนบมากับทวีตของ @dydt_Nao แสดงขั้นตอนตั้งแต่การเสียบอุปกรณ์เข้าสู่พอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์ จนถึงการเปิด Notepad แล้วเห็นข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หลังจากนั้นนักวิจัยได้ทดลองส่งไฟล์ภาพ BMP ขาวดำที่มีขนาด 32 × 28 พิกเซล ซึ่งต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำบางส่วน (ประมาณ 32 × 4 ไบต์) สำหรับหัวข้อมูลของรูป
การแสดงผลเหล่านี้จะถูกนำเสนอในงาน Maker Faire Tokyo 2026 วันที่ 5‑6 กันยายน ที่ Ariake GYM‑EX เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นการทำงานจริงและทดลองใช้งานอุปกรณ์ด้วยตนเอง
Limitations
แม้การทดลองนี้เป็นความสำเร็จเชิงสาธิต แต่มีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ยังไม่เหมาะสมกับการนำไปใช้ในระบบจัดเก็บข้อมูลสมัยใหม่
- ขนาดอุปกรณ์ใหญ่และหนัก ทำให้พกพาได้ไม่สะดวก
- ความจุเพียง 128 bytes ไม่เพียงพอสำหรับไฟล์ที่ซับซ้อนหรือมีขนาดใหญ่กว่าแค่ข้อความสั้น ๆ
- การอ่านข้อมูลทำให้ข้อมูลเดิมหายไป จึงต้องเขียนใหม่ทุกครั้งหลังการเข้าถึง
ข้อจำกัดเหล่านี้สะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีเก่าแก่กับโซลูชันจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลในปัจจุบันที่เน้นประสิทธิภาพและความจุสูง
Analysis
จากมุมมองของนักวิศวกรรมและนักประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ การสร้าง USB magnetic core memory นี้เป็นการทดลองเชิงสาธิต (proof‑of‑concept) ที่ช่วยให้เห็นถึงหลักการทำงานของหน่วยความจำแม่เหล็กในรูปแบบดิจิทัลอย่างชัดเจน แม้จะมีข้อจำกัดด้านขนาดและประสิทธิภาพ แต่การแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์สามารถสื่อสารกับระบบปฏิบัติการสมัยใหม่ได้ ถือเป็นการเชื่อมต่อระหว่างยุคอดีตและเทคโนโลยีปัจจุบัน
นอกจากนี้ การที่ข้อมูลถูกลบในกระบวนการอ่านทำให้เกิดแนวคิด “write‑once‑read‑many” ที่อาจนำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มุ่งเน้นความปลอดภัยหรือการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลโดยไม่ต้องพึ่งพาการคัดลอกหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม การใช้ magnetic core memory ในงานด้านการศึกษาและศิลปะดิจิทัลอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถสร้างประสบการณ์เชิงสัมผัสให้กับผู้เรียนและผู้สนใจเทคโนโลยีระดับต้นได้
Impact
การแสดงผลของอุปกรณ์นี้ในงาน Maker Faire Tokyo 2026 คาดว่าจะดึงดูดความสนใจของกลุ่มเมกเกอร์, นักศึกษา และนักวิจัยด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดโครงการพัฒนาเครื่องมือหรือสื่อการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กเก่าแก่เป็นส่วนประกอบ
ในระดับอุตสาหกรรม การทดลองนี้ไม่ได้มีแนวโน้มจะเปลี่ยนวิธีจัดเก็บข้อมูลเชิงพาณิชย์ แต่อาจเปิดประเด็นการทบทวนความสำคัญของเทคโนโลยีล้าสมัยที่ยังสามารถให้คุณค่าในแง่ของความเสถียรและการทำงานโดยไม่ต้องอาศัยไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
Summary
นักวิจัยญี่ปุ่นได้พิสูจน์ว่า USB magnetic core memory สามารถโอนข้อมูลข้อความและภาพ BMP ระหว่างคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ แม้จะมีข้อจำกัดด้านขนาด ความจุ และการลบข้อมูลระหว่างอ่าน การสาธิตนี้ช่วยให้เห็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีแม่เหล็กเก่าแก่และอาจส่งเสริมกิจกรรมศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจในชุมชนเมกเกอร์ต่อไป.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Magnetic core memory USB drive transfers files in sneakernet first — text and image files get moved between PCs via hugely constrained archaic memory tech
- ผู้เขียน
- Mark Tyson
- แหล่ง
- Tom's Hardware
- วันที่เผยแพร่
- 29 สิงหาคม 2569 เวลา 22:14



